ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

สามีฉัน..เป็นโรบินฮู้ด (ตอนที่ 1 สิ้นเนื้อประดาตัว)

การต่อสู้หาความเป็นธรรมให้ลูก เมื่อศาลชั้นต้นตัดสินให้แพ้คดี ว่าหมดอายุความทางแพ่ง 1 ปี ฉันถูกยึดค่าธรรมเนียมศาลสองแสนบาท ถูกปรับให้จ่ายค่าทนายให้รพ.พญาไท 1 อีกหนึ่งแสนบาท ทำเอาแทบกระอักเลือด ฉันเองแทบหมดตัวไปกับการักษาผ่าตัดให้ลูก สามีตกงานเนื่องจากหยุดพาลูกไปรักษาตัวบ่อย เงินทองชักหน้าไม่ถึงหลัง  กิจการร้านโกดักก็เจ๊ง เหลือเงินจากการเซ้งร้านเพียงหมื่นกว่าบาทกับชีวิตเน่า ๆ

ปี 2545 หลังศาลอุทธรณ์ตัดสินให้แพ้คดีอีก ครอบครัวย่ำแย่ลงไปอีก หนี้สินรุงรัง บ้านถูกยึด ข้าวของมีค่าขายหมดไม่เหลือสักชิ้น โรงจำนำไม่เคยเข้าฉันก็ต้องเข้า อายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี น่าอนาถใจตัวเอง ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด  ฉันต้องไปเป็นคนใช้ให้เพื่อนกินเงินเดือนสี่พันบาท เพื่อนให้มากฉันก็ไม่เอา เราก็พยายามดิ้นรน แต่ยามที่โชคไม่เข้าข้าง ทำอะไรก็ดูเหมือนจะมืดแปดด้าน  แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งรัดตัว

งาน สุดท้ายของเราคือแปลพ็อคเก็ตบุ๊ค หนังสือหนึ่งเล่มต้องวางมัดจำหนึ่งหมื่นบาท สามีกู้เงินมา 5 หมื่น สำหรับมัดจำหนังสือห้าเล่ม พอไปส่งงานบริษัทปิดตัวหอบเงินมัดจำหนี ทิ้งหนังสือไว้ให้ดูต่างหน้า..เรื่องหุ้นทั้งนั้น

ฉันไม่คิดสู้คดีอีกปิด ประตูหน้าต่างหนีหน้าไม่ยอมพบเพื่อนฝูง คดีความฉันก็ไม่สนใจ โทรศัพท์ถูกตัดก็ดีไม่ต้องติดต่อใคร  ไฟถูกตัดฉันต้องนั่งพัดวีให้ลูกที่กำลังหลับ  สักพักประปามาตัดน้ำ  ฉันถึงกับสติแตกวิ่งขึ้นไปบนดาดฟ้า เปล่า...ไม่ได้ฆ่าตัวตาย ขึ้นไปตะโกนดัง ๆ ให้หายเครียดแล้วก็ลงมาพัดให้ลูกต่อ

สามี ฉันพยายามหางานทำ หลายแห่งบอกว่าคุณสมบัติมากไป  อายุมากไป  เคยได้เงินเดือนเยอะจ้างไม่ไหว  ไม่กล้าจ้างถูกกลัวอยู่ไม่นาน  เขาไปทำใบขับขี่แท็กซี่  จะเช่าแท็กซี่ขับให้พอมีรายได้ประทังชีวิต ฉันตัดสินใจไปขายแรงงานที่ต่างประเทศ สมัครทำขายตรงได้ไปสมใจ แต่เมื่อโทรกลับบ้านลูก ๆ ร้องไห้หาแม่ทุกวัน ฉันก็ร้องไห้หาลูกทุกวันเช่นกัน  ในที่สุดต้องหันหลังกลับ  จะยากดีมีจนแม่ก็จะไม่จากลูกไปไหนอีก

ปัญหาทุกอย่างมันบีบให้เราต้องดิ้นรน  คิดเอาตัวรอด  อยากอพยพ   สามีเสี่ยงไปขอวีซ่าอเมริกา หลังเหตุการณ์เครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดเพียงไม่กี่วัน ทั้งที่เงินไม่มีในบัญชีเลยแม้แต่บาทเดียว อาศัยเพียงพาสปอร์ตเก่า ๆ ที่มีประวัติเดินทางเข้าออกยุโรปบ่อย ไม่มีประวัติเสีย   เขาได้วีซ่ามาอย่างปาฏิหาริย์

ฉันสัญญาว่าจะดูแลลูกให้ดีที่ สุดไม่ให้บกพร่อง  จะต่อสู้คดีอยู่ข้างหลังให้ถึงที่สุด  ให้ไปหาลู่ทางก่อน  แต่เขาทำใจจากลูกไม่ได้ ไปคืนตั๋วเครื่องบินก็หลายครั้ง  พยายามยื้อหาทางอยู่เมืองไทย ทำสารพัดอาชีพ  แต่ดูรายได้แล้วไม่พอเก็บเป็นค่าผ่าตัดให้ลูกได้แน่  ยื้อได้เกือบปีจนวีซ่าใกล้หมดอายุ เมื่อไม่มีอะไรดีขึ้น จึงตัดใจไปอเมริกา  

ระหว่าง นั้นฉันเห็นสามีตื่นขึ้นมากลางดึก กอดลูกหอมลูกบ่อย ๆ  เขาเงียบและถอนหายใจ  ฉันรู้ดี..เป็นช่วงที่ทุกข์ทรมานใจของเราสองคนเป็นอย่างยิ่ง  แต่เราก็พยายามปลอบใจซึ่งกันและกันว่า มันเป็นการจากเพื่อเจอ เพื่อการตั้งต้นชีวิตใหม่ที่สุขสมบูรณ์  เราฝันกันไว้อย่างนั้น  เราตั้งใจ....จะทิ้งปัญหาทุกอย่างไว้ข้างหลัง เราจะตั้งต้นชีวิตกันใหม่ที่อเมริกา

จำใจจาก 
แล้ววันนั้นก็มาถึง 19 ตุลาคม 2544  สี่คนพ่อ-แม่-ลูก นั่งรถไปสนามบิน  เงียบไม่มีการพูดคุย  เป็นช่วงเวลาที่เราทุกคนทุกข์ทรมานใจอย่างที่สุด  ใจหายกับการจากพราก  เซ้นต์เงียบจนน่ากลัว  หลิงหลิงอยู่อนุบาล 3 แม้จะไม่รู้เรื่องมากนักแต่หนูก็รู้ว่า อะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับครอบครัว   ต่อไปนี้จะไม่มีแล้วนะ ป๊าคะ...ป๊าขา ไม่มีป๊าคอยอาบน้ำ..คอยป้อนข้าว แต่งตัวให้หนูอีกแล้วนะ  เฮียเซ้นต์ต้องดูแลตัวเอง  ต้องโตแล้วนะลูก  คอยดูแลน้องกับแม่แทนป๊านะ  สารพัดที่เขาจะสั่งลูกก่อนจากไป

ทันที..ที่ป๊าเดินเข้าไปในห้องเตรียมขึ้นเครื่องบิน    เซ้นต์กับหลิงหลิงวิ่งตามดูตรงช่องกระจกช่องแล้วช่องเล่า จนสุดสายตา  ร้องไห้พลางเรียก..ป๊าครับ...ป๊าขา..จนป๊าลับตาไป ฉันน้ำตาไหล..เจ็บปวดจนบอกไม่ถูก  เห็นสามีละล้าละลัง เดิน ๆ หยุด ๆ ดูลูก   ฉันรู้ว่าเขารู้สึก อย่างไร....ลูกรู้สึกอย่างไร  หัวใจลูกสลาย  สองคนร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด  ตั้งแต่เกิดมาป๊าไม่เคยจากไปไหน 

ฉัน รีบพาลูกวิ่งไปชั้นบน ดูเครื่องบินออก   ป๊าไปแล้ว เราสามคนแม่ลูกนั่งกอดกันร้องไห้อยู่ที่สนามบินอยู่นาน...  ตั้งหลักไม่ถูก  เดินไปเดินมา  นึกว่าต้องเข้มแข็งแล้วนะ  จากนี้ไปอะไรเกิดขึ้นต้องคิดคนเดียว  ตัดสินใจทำคนเดียวแล้วนะ  ต้องแบกรับภาระทั้งหมดไว้คนเดียวแล้วนะ  จะอ่อนแออีกไม่ได้..
   
ฉัน พาลูกกลับบ้านด้วยความรู้สึกขาดหลักชัยในชีวิต  บ้านเงียบเหงาวังเวง  เจ็บปวดใจจนบอกไม่ถูก ทำไมเราต้องมาเจอสภาพเช่นนี้  เซ้นต์กับหลิงหลิง เข้มแข็งกว่าแม่  สองคนทำตามที่ป๊าสั่ง ช่วยแม่ทำงานบ้าน  ฉันเองก็พยายามทำโน่นทำนี่ ไม่แสดงความอ่อนแอให้ลูกได้เห็น

เมื่อถึงเวลานอน ปูผ้าเสร็จ เซ้นต์กับหลิงหลิงหยิบหมอนกับผ้าห่มของป๊ามาวาง  ตรงที่ป๊าเคยนอน  แล้วก็แย่งกันกอดหมอนกับผ้าห่มของป๊า

3 เดือนนับจากนั้น ฉันเห็นลูกนอนร้องไห้ทุกคืน

ฉัน ปลอบใจลูกว่า  ลูกต้องเข้มแข็ง ต้องช่วยกันนับเวลา ขีดปฏิทิน สวดมนต์ให้ป๊าได้งานดี ๆ ทำ จะได้พาพวกเราไปอยู่ด้วย หนูสองคนต้องฝึกอ่านภาษาอังกฤษให้เก่ง ๆ เวลาไปเรียนที่โน่นจะได้ไม่ต้องลดชั้นเรียน

ปลอบไปเรื่อยทั้งที่ใจรู้ว่า...ความหวังนั้นริบหรี่
แต่ฉันไม่เคยเลิกหวัง ..เพราะดีกว่าไม่หวังอะไรเลย

การเป็นคนดี มีธรรมะในหัวใจ ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่าอนาคตจะไม่พบกับความเลวร้าย
เราสองคน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขใด ๆ มีรายได้สุทธิรวมกันแล้วเกือบหนึ่งแสนบาทต่อเดือน
ป๊า..รักลูกสุดหัวใจ
ดูแล เอาใจใส่ลูกทุกอย่าง
แก้วตา ดวงใจ
ร่วมทุกข์ ร่วมสุข
ป๊าไม่เคยจากไปไหนไกล ๆ
จะยากดีมีจนอย่างไร เราก็อบอุ่น
มีป๊าอยู่ด้วย ลูกไม่เคยเหงา
ลูก ๆ รู้สึกปลอดภัยเมื่อมีป๊าอยู่ด้วย
ป๊าคือฮีโร่ของผม
ยามป๊าอยู่ แม้จะยากจนแต่เราก็มีความสุขตามอัตภาพ

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ