ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

มวยวัด..สู้กับแชมป์โลก (ตอนที่ 2 ถูกฟ้องกลับ 100 ล้าน)

เมื่อใช้กฎหมายไม่ได้ผล ด้วยความคับแค้นใจ  ฉันจึงไปยืนประท้วงที่หน้ารพ.พญาไท 1 และที่แพทยสภา พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อทั้งวิทยุ,หนังสือพิมพ์และโทรทัศน์

รพ.พญาไท 1 ฟ้องฉัน 2 คดี ทั้งแพ่งและอาญา ข้อหาละเมิดและหมิ่นประมาทเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท

คดีอาญา
ใช้เวลาต่อสู้นาน 5 ปี ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง (ฉันไม่ผิด)   คำพิพากษาระบุว่า “เห็น ว่าจำเลยได้ยื่นร้องเรียนตามสิทธิข้อกฎหมาย เป็นการแสดงเพื่อความสุจริต เพื่อความชอบธรรม ป้องกันผลกระทบด้านความปลอดภัยของชีวิตและครอบครัวการกระทำของจำเลยจึงไม่มี มูลความผิด” (คดีสิ้นสุดแล้ว)

คดีแพ่ง
ฉันใช้เวลาต่อสู้นาน 7 ปี ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ พิพากษายกฟ้อง (ฉันไม่ผิด) คำพิพากษาระบุว่า “เห็นว่าคำกล่าวของจำเลย เป็นการกล่าวไปตามความเข้าใจเพื่อความชอบธรรมและปกป้องสิทธิตามครองธรรม จึงไม่เป็นการละเมิด พิพากษายืน” คู่กรณียื่นฎีกา (ยังไม่จบ)

คดีนี้ผู้พิพากษามีลูกเป็นหมอผ่าตัดสมองเหมือนผอ.ร.พ.พญาไท 1 ผู้พิพากษาไกล่เกลี่ยให้เลิกแล้วต่อกัน ต่างคนต่างถอนฟ้องกันไป “ถ้าเรียกร้องเอาเงินทองศาลไม่ค่อยเห็นสำเร็จ”  แต่ฉันยืนยันให้นำสืบต่อ

ฉันตั้งข้อสังเกต
1. คดีนี้ศาลให้ฉันเป็นฝ่ายชนะ แต่ไม่สั่งให้ร.พ.พญาไท 1 จ่ายค่าทนายให้ฉันเลยแม้แต่บาทเดียว ทั้งที่เขาฟ้องฉันสูงถึง 100 ล้านบาท แต่คดีที่ฉันฟ้องรพ.พญไท 1 เรียกค่าเสียหาย 57 ล้านบาท ศาลสั่งให้ฉันจ่ายค่าทนายให้ฝ่ายร.พ.พญาไท สูงถึง 1 แสนบาท  ทั้งที่เขาทำลูกฉันเสียหาย

2. ร.พ.พญาไท 1 มีคำร้องขอความคุ้มครองชั่วคราว ขอให้ศาลออกคำสั่งปิดปากฉัน ศาลกับทนายความของร.พ.พญาไท 1 ไต่สวนคำร้อง และออกคำสั่งปิดปาก (หมายห้าม) ลับหลังฉัน โดยฉันไม่รู้เรื่องและไม่ได้ไปศาล แถมหมายห้ามนั้นก็ไม่ส่งให้ฉันได้รับรู้ (หมายห้ามออกไปแล้ว 1 เดือนเต็ม) ฉันเข้าใจว่าเขาตั้งใจจะแสดงหมายและจับฉันเข้าคุกทันที ที่ไปพูดเรื่องนี้ที่ไหนอีกหรือไม่ 

ฉัน คัดค้านคำสั่ง ศาลท่านหนึ่งบอกว่าชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฉันเห็นว่าไม่ชอบ เพราะหมายนัดที่ควรส่งให้ฉันเพื่อมาไต่สวนยังไม่เคยออกจากศาลเลย  คู่สำเนาของหมายนัดในสำนวนก็ไม่มี  ทนายฝ่ายโรงพยาบาลแถลงโกหกศาลว่า ได้ส่งหมายนัดให้ฉันแล้ว แต่ฉันไม่มาศาลเอง  ฉันกับทนายคัดค้านอยู่นาน  ศาลอีก 2 ท่านก็ช่วย ในที่สุดศาลท่านแรก  ก็ยอมยกเลิกคำสั่งเก่านั้นเสียและนัดไต่สวนใหม่ แต่สุดท้ายก็ออกคำสั่งปิดปากฉันเหมือนเดิม ฉันยื่นฎีกา (ยังไม่สิ้นสุด)

นัก กฎหมายหลายท่าน  บอกว่าคดีนี้ฉันไม่น่าจะแพ้  เพราะเป็นแม่ของลูก เป็นผู้มีส่วนได้เสีย สามารถพูดเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตนเองได้ และการพูดนั้น เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยส่วนรวม พูดได้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ การที่ศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์ ออกคำสั่งปิดปากนั้น  น่าจะขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉันน่าจะชนะในชั้นฎีกา

3.ฉันร้องเรียนเรื่องที่เกิดขึ้นต่อ อธิบดีศาลแพ่ง ขอให้ท่านเปลี่ยนผู้พิพากษาให้  แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยน เรื่องเงียบหายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

4.ฉันร้องเรียนไปที่สำนักประธานศาลฎีกา จดหมายเงียบไป นาน 5 เดือน  ฉันจึงร้องเรียนใหม่ต่อหน้าห้องประธานศาลฎีกาโดยตรง และอ้างถึงจดหมายฉบับแรกที่หายไป 5 เดือนด้วย   7 วันต่อมา มีจดหมายตอบรับจากประธานศาลฎีกาว่าได้รับเรื่องแล้ว  ที่น่าแปลกคือหลังจากนั้นอีกหนึ่งอาทิตย์ก็มีจดหมายตอบรับจากฉบับแรกที่ยื่นไปเมื่อ 5 เดือนก่อน  ว่าได้รับเรื่องแล้วจะดำเนินการให้ คนที่เซ็นจดหมาย ใช้นามสกุลเดียวกันกับกรรมการแพทยสภาชุดที่ฉันฟ้อง  ฉันเพิ่งถึงบางอ้อ ไม่แน่ใจว่าสองท่านเป็นพ่อ-ลูกกันหรือเปล่า  

เหตุการณ์ที่ผ่านมา ทำให้ฉันรู้สึกสิ้นหวัง 
เศร้าใจ...กับกลไกต่าง ๆ ในบ้านเมือง 
เป็นที่พึ่งให้ประชาชนผู้ทุกข์ยากไม่ได้ 

ไปทางไหน  โยนหินถามทาง   
เจอแต่ตอ...เจอแต่ทางตัน





เลือดเข้าตา เห็นช้างตัวเท่ามด
วันไปฟังคำพิพากษาคดีรพ.พญาไท 1 ฟ้องฉัน 100 ล้านาท ศาลว่าฉันไม่ผิด ฉันชนะ
วันไปฟังคำพิพากษาคดีรพ.พญาไท 1 ฟ้องฉันเป็นคดีอาญาข้อหาหมิ่นประมาท ศาลบอกว่าฉันไม่ผิด ฉันชนะ
วันนั้น..วันที่เซ้นต์ช่วยแม่เลี้ยงน้อง
วันนี้แม่ถูกเขาฟ้อง เซ้นต์กับหลิงหลิง ช่วยแม่เตรียมเอกสารในการต่อสู้หาความเป็นธรรม

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ