ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

สามีฉัน..เป็นโรบินฮู้ด (ตอนที่ 2 คุ้ยถังขยะ)

3 ปีที่ป๊าจากไปสามคนแม่ลูกเฝ้าตั้งตารอ เราคุยกันทุกคืน ป่านนี้ป๊าจะเป็นอย่างไรบ้างหนอ จะคิดถึงเรามั้ย  จะลำบากหรือเปล่า  ไม่โทรกลับบ้านเลย  เขาเล่าให้ฟังว่าไปใหม่ ๆ ไม่มีรายได้  รถไม่มีขับ  ที่อเมริกาไม่มีรถขับจะลำบากมาก   บางทีต้องเดินไปไกล 1-2 กม. เพื่อหาซื้อบัตรโทรศัพท์โทรหาลูก

ฉันพยายามเข้มแข็ง  ทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อทั้งแม่ ไม่ให้ลูกรู้สึกขาดความอบอุ่น  ขาดความมั่นคง   แม้จะแบกรับภาระปัญหาที่รุมเร้าแทบเป็นบ้าก็ตาม  เวลาอยู่กับลูกต้องยิ้มเสมอ ฝนตกบ้านรั่ว  ไฟดับ  ค่าเทอมลูกไม่มี น้ำไฟถูกตัด ทุกปัญหาสากกระเบือยันเรือรบ ต้องรับผิดชอบเองทั้งสิ้น

ฉัน...เป็นแค่มนุษย์ผู้หญิงคนหนึ่ง เข้มแข็งตลอดเวลาไม่ได้ ได้แต่อาศัยเวลาที่ลูกหลับแล้ว...นั่งร้องไห้คนเดียว

ตั้ง แต่ป๊าจากไป  เซ้นต์ไม่สดชื่นเลย ไม่มีรอยยิ้ม ชอบเก็บตัวอยู่คนเดียว เล่นคนเดียว กลายเป็นเด็กเงียบเหงาเศร้าสร้อย  ชอบเอาเท้าแม่ไปทูนที่หัวเป็นประจำ  แม่รู้..ว่าเซ้นต์ต้องการความรักความอบอุ่นที่มากว่านี้   นั่นคือรักจากพ่อ...แม่รู้ว่าหนูสองคนต้องการพ่อ  ทุกครั้งที่ไหว้พระแม่จะได้ยินลูกสองคนขอเสมอว่า “ขอให้ป๊ากลับมาไว ๆ “  แล้วลูก...ก็น้ำตาคลอทั้งคู่

แม่รู้...ว่าลูกเจ็บปวด  แต่เราไม่มีทางเลือก ทุกวันของฉันกับลูก คือทุกวันที่เต็มเปี่ยมไปด้วยการรอคอยและมีความหวังว่า จะได้ย้ายไปอยู่อเมริกาพร้อมหน้าพร้อมตา..เราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่

ฉัน พยายามเตรียมตัวเองให้พร้อมทั้งงานครัว งานฝีมือ และเตรียมสุขภาพ ด้วยการเดิน- วิ่งออกกำลังทุกเช้าหลังส่งลูกที่โรงเรียน  ฉันกับสามีคิดว่าเหลือแต่แรงกายนี่แหละที่จะก่อร่างสร้างครอบครัวเพื่อลูก อีกครั้ง ขยัน ๆ หน่อย 4-5 ปีเราคงตั้งหลักได้  เรามุ่งหวังเรื่องไปอเมริกา ตัดใจลืมเรื่องคดีความ ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม 

คิดอยู่แล้วว่ายังไงก็สู้เขาไม่ได้   
ความยุติธรรมจริง ๆ แล้วหาแทบไม่ได้  
กว่าจะได้เห็นก็คงตายกันไปข้างหนึ่ง  

สามี ไปพึ่งใบบุญญาติที่ทำธุรกิจใน LA ระหว่างนั้นที่แอลเอขาดแคลนครูสอนคณิตศาสตร์กับฟิสิกส์  เขาไปสมัครสอบได้คะแนนดีผ่านเกณฑ์ เราดีใจมากหากได้ใบอนุญาตทำงาน เราจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเร็วขึ้น แต่หลังเหตุการณ์ 11 กันยายน ที่นั่นคนตกงานมาก เขาจึงเลือกคนของเขาก่อน  เลยเหมือนบุญมีแต่กรรมบัง

เมื่อ วีซ่าหมดอายุ ญาติบอกให้กลับ ไม่เช่นนั้นเขาเดือดร้อนเพราะเป็นคนประกันวีซ่าให้  สามีบอกว่าหลังชนฝาแล้วกลับไม่ได้ เงินค่าตั๋วเครื่องบินยังไม่มี จึงหนีออกจากบ้านญาติ ไปทำงานเป็นผู้ช่วยในครัวร้านอาหารไทย  ขับรถส่งทูโก  ทำความสะอาดปล่องไฟ  เป็นช่างซ่อมรถ  ช่างพ่นสีรถ ระหกระเหินไปรัฐโน้นรัฐนี้เปลี่ยนงานไปเรื่อย  ได้เงินบ้างไม่ได้บ้าง เพราะเขาไม่เคยทำงานใช้แรงงานมาก่อน

ขณะเดียวกันญาติก็พาเจ้า หน้าที่ตม.ตามจับ เนื่องจากหากสามีถูกจับญาติจะต้องถูกปรับนับหมื่นเหรียญ สามีจำต้องหนีตกระกำลำบากมากกว่าเดิมเข้าไปอีก เขาเก็บเงินซื้อรถในราคา 300 เหรียญให้สะดวกในการหางานทำ บางครั้งไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน ก็ต้องอาศัยนอนในรถยนต์ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ เขาเที่ยวไปเก็บกระป๋องโค้กตามถังขยะ ทุบให้แบนเก็บไว้ในรถเมื่อได้มากพอก็เอาไปขายซื้ออาหารกินประทังชีวิต  เสื้อผ้าก็ซื้อของมือสองใส่   เมื่อฉันรู้เรื่องก็เวทนาเขายิ่งนัก  ไม่คิดว่าจะเคราะห์ซ้ำกรรมซัดขนาดนี้

เซ้นต์รู้ข่าวป๊าลำบากก็เศร้าสร้อย ซึม เงียบไม่ค่อยพูด ไม่สดชื่น เซ้นต์เขียนถึงป๊าบ่อย ๆ แต่ก็ไม่ส่งไป บอกว่าไม่อยากให้ป๊าเป็นห่วง เวลาป๊าโทรกลับบ้าน  ก็จะมีหลิงหลิงคอยปลอบโยนให้กำลังใจป๊าเสมอ ๆ ว่า  ให้ป๊าอดทนเพื่อลูก  เดี๋ยวเราก็จะได้เจอกันแล้ว  หนูจะเป็นเด็กดี ป๊าไม่ต้องห่วง  ขอให้ป๊าตั้งใจทำงาน เก็บเงินไว้เยอะ ๆ นะ

เมื่อรู้ว่าสามี ลำบาก  บางครั้งส่งเงินทีละ 50-60 เหรียญ  ฉันกับลูกต้องอยู่กันอย่างประหยัดที่สุด  กลางวันไฟในบ้านจะไม่เปิด   กลางคืนจะเปิดไฟดวงเดียว  ต่อให้ร้อนอบอ้าวแค่ไหนเราก็ไม่เปิดแอร์  เมื่อถูกตัดไฟฉันก็ไม่รู้สึกอะไรเพราะชินเสียแล้ว นั่งพัดวีให้ลูกได้ทั้งคืน อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด  กับข้าวจะเน้นจานเดียวแต่ครบ 5 หมู่ ห้ามกินทิ้งกินขว้าง  ซื้อข้าวสารทีละ 1 ก.ก. บางครั้งฉันต้องปั่นจักรยานไปเก็บผักบุ้งตามท้องร่องมาผัดให้ลูก กิน  หากกับข้าวมีน้อยฉันจะให้ลูกได้กินก่อน มันเป็นความทรงจำที่ยากจะลืม

คนที่เคยจนไม่มีจะกินเท่านั้น จะสามารถจินตนาการภาพความยากลำบากของครอบครัวฉันได้   ใครเจ็บป่วยก็ยุ่งทันที เวลาเป็นไข้ไม่เคยไปหาหมอ  ปิดเทอมลูก ๆ อยากไปเชียงรายเยี่ยมคุณตาคุณยายก็ไปไม่ได้  ไม่มีเงินค่ารถ  ลูกถูกทวงค่าเทอมหน้าชั้นเรียนบ่อย  ร้องไห้กลับบ้านอายเพื่อน  ฉันก็ไปขอผ่อนผันเดือนละเล็กละน้อย  ไม่อยากย้ายโรงเรียนลูก ขยับอะไรแต่ละทีต้องมีค่าใช้จ่าย และยังมีความหวังว่าสามีจะหาเงินได้มากขึ้น

เพื่อนบ้านเห็น ว่าฉันผอมมาก  รู้ว่าลำบากก็แบ่งอาหารให้กิน ชีวิตดูไม่มีหวังแย่ลงไปอีก      สภาพจิตใจฉันย่ำแย่  ชีวิตไม่เคยมีคำว่าบันเทิง  ท่องเที่ยว  ดูหนัง  ฟังเพลงไม่เคยมี  ความสุขส่วนตัวเป็นอย่างไร ฉันลืมไปหมดแล้ว

บางครั้งฉันอยาก ให้ลูกมีความสุข พาลูกเดินไปห้างใกล้บ้าน พาเข้าร้านหนังสือ 3 คนแม่ลูกอ่านอย่างเดียวไม่มีโอกาสได้ซื้อ  ขอบคุณพนักงานร้านซีเอ็ดบุ๊คเซนเตอร์ที่ไม่ไล่เรา  “ไม่เคยคิดเลยว่าวันนี้ฉันจะเป็นคนเขียนหนังสือให้คนเขาได้อ่าน”

หลาย ครั้งฉันเห็นลูกไปยืนดูคนอื่นเขากินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย  แม้ไม่บอกว่าอยากกิน แต่ก็แอบเห็นลูกกลืนน้ำลาย  ฉันเสียใจที่ให้ลูกกินอย่างคนอื่นเขาไม่ได้  ต้องรีบพาลูกกลับบ้าน  หลายครั้งที่ทนไม่ได้  จูงมือลูกจะพาไปลิ้มรสชาติอาหารที่น่ากินนั้นบ้าง

สองคนจะรีบบอกว่า  ไม่เอาหรอกแม่..มันแพงมากนะ...แม้จะยืนยันว่าแม่พอมีตังค์ เขาสองคนก็ยืนยันว่าไม่เอา

สงสารป๊า  รอป๊ากลับมาเราค่อยกินพร้อมหน้าพร้อมตา

ขอบคุณความจนที่ช่วยสอนลูก ให้เป็นคนอดทนต่อความอยากได้ใคร่มีเหมือนคนอืน 

ตั้งแต่ป๊าจากไปอเมริกา ลูกไม่ยิ้มเลย
ยามป๊าอยู่ด้วย..ป๊าสอนหนังสือเซ้นต์ทุกวัน
เซ้นต์เขียนถึงป๊าบ่อย ๆ แต่ก็ไม่ยอมส่ง
ทำไมลูกไม่ยิ้มเลย แม่จะทำอย่างไรดี
หลิงหลิง..จินตนาการทุกวัน
หนูอยากตามป๊าไปอเมริกา
ขาดหลักชัยในชีวิต
ยิ้มสักหน่อยไม่ได้หรือลูกแม่
สาธุ..ขอให้ป๊ากลับมารับเราไปอยู่ด้วยเร็ว ๆ

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ