ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

หมอครับ..จ่าย 3 ล้านดับ..!

พีรวีร์ เด็กหนุ่มอายุ 28 ปี ร่างกายแข็งแรง ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่มีโรคประจำตัว เป็นกำลังหลักสำคัญของครอบครัว มีอาชีพเป็นเจ้าของเต้นท์รถมือสอง เลี้ยงดูพ่อแม่และส่งน้องเรียนมหาวิทยาลัย

ครอบครัวพีรวีร์ เป็นครอบครัวใหญ่มีญาติพีน้องมาก โดยปกติหากใครเจ็บไข้ได้ป่วยพีรวีร์จะเป็นคนกระตือรือล้นดูแลใส่ใจ ดังนั้นพีรวีร์จึงเป็นที่รักใครของญาติพี่น้องอย่างมาก

20 มิ.ย. 52
ที่บ้านจัดงานวันเกิดให้หลานสาว มีญาติมารวมตัวกันประมาน 20 คน  คืนนั้นหลานสาวป่วยเป็นไข้หวัด 2009 เข้ารักษาตัวที่รพ.เอกชนใกล้บ้าน

ระหว่างนั้นคนในครอบครัวและญาติ ต่างล้มป่วยด้วยไข้หวัด 2009 เป็นใบไม้ร่วงถึง 11 คนในเวลาไล่เลี่ยกัน 

พีรวีร์วิ่งเข้าออกรพ.เพื่อเยี่ยมหลานสาวและญาติทุกคน

รพ.เอกชนแห่งที่หนึ่ง
24 -28 มิ.ย. 52
พีร วีร์ไอและตัวร้อนเข้ารพ.เอกชนใกล้บ้าน แจ้งหมอว่าที่บ้านมีคนป่วยเป็นไข้หวัด 2009 หลายคน หมอป้ายเสมหะในโพรงจมูกไปตรวจ แต่ไม่ได้สั่งให้X-rayปอดทั้งที่พีรวีร์ไออย่างหนักจนตัวโยน มีไข้สูง เบื่ออาหาร เหนื่อยหอบ หมอมาเยี่ยมตอนเช้าเพียงครั้งเดียว  สั่งยาแก้ไอและแก้เจ็บคอให้  หมอบอกว่าเป็นไข้หวัดธรรมดา ทุกๆ วันอาการของพี่รวีร์ไม่ได้ดีขึ้นกลับทรุดลง แต่หมอกลับให้กลับบ้าน แต่เมื่อกลับบ้านทานยาแล้วไม่ดีขึ้น พีรวีร์ไอมากจนหอบเหนื่อย เสียงไอของพีรวีร์ดังจนคนในบ้านดูทีวีไม่ได้

29 มิ.ย.52
เช้าพ่อกับแม่พาพีรวีร์ไปที่รพ.เดิม ตรวจกับหมอคนใหม่ซึ่งสั่งให้เอ็กซ์เรย์ปอดทันที ผลพบว่า ฟิล์มเอ็กซ์เรย์ส่วนที่เป็นปอดขาวเกือบทั้งหมด น้ำท่วมปอด ปอดติดเชื้อแบบรุนแรง หมอบอกว่าวันนี้รพ.ไม่มีหมอเฉพาะทาง จะส่งตัวไปรพ.เอกชนแห่งที่สอง  บอกว่ามีศักยภาพในการรักษาดีกว่า  แต่ตอนหลังทราบว่ารพ.เล็กกว่า ศักยภาพน้อยกว่ารพ.แรก

รพ.เอกชนแห่งที่สอง
พีร วีร์หายใจเหนื่อยหอบมากขึ้น หมอนำตัวเข้า ICU สั่งให้ใส่หน้ากากอ็อกซิเจน ตลอด 1 อาทิตย์ที่พีรวีร์รักษาตัวอยู่ที่แห่งนี้อาการทรุดลงเรื่อย ๆ แต่หมอเจ้าของไข้ไม่แจ้งอาการ ไม่บอกแนวทางรักษาให้ญาติทราบ ได้แต่แจ้งว่าปอดติดเชื้อดูอาการอยู่ รอผลเพาะเชื้ออยู่ ดูอาการอยู่ ตอบเหมือนเดิม ไม่มีคำอธิบายชัดเจน จนอาการพีรวีร์แย่จนต้องเจาะคอใส่ท่อ และสอดท่อเข้าทางปากเพื่อช่วยช่วยหายใจตามลำดับ พีรวีร์เริ่มหายใจกระตุก หอบ ตัวโยน หมอได้แต่บอกว่ารักษาตามอาการ รักษาอยู่ หาเชื้อยังไม่เจอ ไม่ได้เป็นหวัด 2009 พีรวีร์เริ่มไม่รู้สึกตัวเพราะหมอให้ยานอนหลับอย่างแรงตลอดเวลา หัวใจเต้นแรง มีไข้สูง เมื่อญาติสอบถามหมอก็ตอบแบบรำคาญ ถามกลับว่าคุณเป็นหมอหรือวันหน้าถ้าจะถามให้รวมตัวกันมาให้ครบ 20-30 คน จะตอบให้ฟังทีเดียว

ญาติขอย้ายพีรวีร์ไปรพ.อื่น หมอตอบว่าย้ายไม่ได้ ถ้าย้ายอันตรายมาก เพราะอาการน้องไม่ดี ย้ายไม่ได้ถ้าย้ายก็ตายอย่างเดียว เพราะตอนนี้คนไข้ใช้อ๊อกซิเจนช่วยหายใจ 100%

คุณพ่อ-คุณแม่รออยู่หน้าห้อง ICU ร้องไห้ด้วยความเสียใจทุกวัน เป็นทุกข์ทุกวันไม่สามารถช่วยอะไรลูกได้หมอไม่เคยให้ความหวังอะร บริการหรือการพูดจากับญาติคนไข้แย่ยิ่งกว่ารักษาบัตรทอง  จนอาการของพีรวีร์ทรุดหนัก ญาติตัดสินใจบอกหมอว่าจะย้ายคนไข้แน่นอน

รพ. เอกชนชื่อดังตอบตกลงจะมารับตัวพีรวีร์ แต่เมื่อได้คุยกับหมอเจ้าของไข้แล้วรพ.ชื่อดังกลับปฎิเสธที่จะรับตัวพีรวี ร์ไปรักษา โดยให้เหตุผลว่ารถโมบายไอซียูไม่ว่าง ญาติ 20-30 คนถึงกับร้องไห้พร้อมกัน เพราะนั่นคือความหวังที่พีรวีร์จะมีชีวิตรอด

“เมื่อ เจอเหตุการณ์แบบนี้ทุกคนเสียใจและเศร้ามาก ๆ แต่เราก็ไม่ยอมแพ้ จึงขอคุยกับคุณหมออีกครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 18.30 น. หมอให้รอจนถึง 4 ทุ่มครึ่งจึงจะลงมาคุยกับญาติ คุยไปหัวเราะไป  และพูดว่าถ้าจะเอาคนป่วยไปที่อื่นก็ตามใจ ร่างกายเขาไม่สดแล้วไปเปลี่ยนมุมมองที่อื่นก็แล้วแต่ทางญาติ เป็นภาระความรับผิดชอบของทางญาติไปก็แล้วกัน ถ้าเขามีบุญวาสนา เขาก็คงรอด ความหวังในการรอดเหลือเปอร์เซนต์แค่ 50 /50” ญาติเล่าด้วยน้ำตา

พีรวีร์รักษาตัวนาน 9 วัน หมดค่ารักษาประมาน 300,000 บาท

รพ.เอกชนแห่งที่สาม
ญาติดิ้นรนใช้วิธีส่งประวัติการรักษาไปรพ.อื่นที่คาดว่าจะรักษาพีรวีร์ให้รอดชีวิตได้ มีรพ.เอกชนชื่อดังxxxxตอบรับ ส่งรถไปรับพีรวีร์ภายใน 20 นาที มีแพทย์มารับเป็นทีมใหญ่ประมานเกือบ 20 คน มีคุณหมอและพยาบาลพร้อมทั้งรถโมบายไอซียู 2  คัน คุณหมอให้ความกระจ่างและชัดเจนในการรักษาอย่างมาก ก่อนที่จะย้ายออกจากรพ.เอกชนแห่งที่สองนั้น ญาติทุกคนมีความหวังมาก

เมื่อถึงรพ.ที่สาม แพทย์เจาะเลือดออกจากปอด 200cc เป็นเลือดคั่งเสีย ทำให้ปอดทำงานได้ดีขึ้น หมอแจ้งกับคุณพ่อคุณแม่และญาติว่า

“ณ วันที่น้องมาถึง ปอดของน้องเหมือนมะม่วงสุกที่ใกล้เน่า เปรียบเหมือนกับรถไฟที่กำลังจะตกเหว ขอให้ญาติและคุณพ่อคุณแม่เป็นกำลังใจ และช่วยให้กำลังใจหมอในการรักษาน้องด้วย เพื่อจะให้น้องมีชีวิตรอดต่อไป คุณหมอจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่คุณหมอจะทำได้คุณพ่อคุณแม่และทางญาติก็เข้าใจ คุณหมอ และพร้อมที่จะสู้กับคุณหมอถึงแม้ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ตามเราก็ได้ทำเต็มที่ ได้สู้เต็มที่เพื่อน้องพีรวีร์แล้ว” ญาติเล่าด้วยเสียงสะอื้น

3ส.ค.52
พีรวีร์ได้จากพ่อแม่และญาติพี่น้องอันเป็นที่รักไป  หลังจากนอนรักษาตัวที่ห้อง ICU 528 ด้วยอาการทรง ๆ ทรุด ๆ ได้ประมาณ 28 วัน  ค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 2.7 ล้านบาท

หลัง จากงานศพน้องพีรวีร์แล้ว  ญาติได้เดินเรื่องร้องเรียนต่อท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งท่านก็มอบหมายให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้ดำเนินการสอบ สวน คือกองการประกอบโรคศิลปะ และแพทยสภา แต่กลับไม่มีความคืบหน้าใด ๆ จากสองหน่วยงานนั้น <span>ให้พ่อแม่และญาติไปให้การก็เหมือนกับไปซักจำเลยทางการแพทย์ทั้ง ๆ ที่ พ่อแม่ ญาติ ๆ คือผู้สูญเสียและหวังพึ่งหน่วยงานให้เป็นตัวกลางในการเชื่อมหาความยุติธรรม

คุณ พ่อและคุณแม่น้องพีรวีร์ไม่ประสงค์จะขึ้นโรงขึ้นศาล  เพราะเมื่อขาดน้องซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวแล้ว  ก็แทบไม่อยากมีชีวิตอยู่  ครอบครัวประสบปัญหาอย่างหนัก

แต่ สุดท้ายก็ไม่มีทางเลือกต้องไปยื่นฟ้องรพ.คู่กรณีเป็นคดีแพ่งก่อนหมดอายุความ เพียง 1 วัน <span>ร่างคำฟ้องนถึงตี 5 ไม่ได้มีการเตรียมตัว หรือตั้งใจที่จะฟ้องหมอเลย

แต่เหมือนถึงทางตัน  เนื่องจากคู่กรณีไม่ยอมพูดคุย มิหนำซ้ำยังยื่นโนติสจะฟ้องเรียกค่ารักษาพยาบาลที่คุณแม่ยังไม่ได้จ่ายอีก ด้วยทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีคำตอบใด ๆ กระจ่างถึงการเสียชีวิตของลูกเธอเลยว่าทำไมเขาถึงต้องตายก่อนวัยอันควร

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ