ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

มวยวัด..สู้กับแชมป์โลก (ตอนที่ 3 แพทยสภาที่รัก)

เรื่องนี้เป็น “Mission impossible” ภาระกิจที่เป็นไปไม่ได้
11 ก.พ.46 ฉันฟ้องแพทยสภาทั้งคณะ (วาระปีพ.ศ.2538–2539) เป็นคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ข้อหาละเว้นและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี

แพทยสภาคณะนี้มี 32 ท่าน บางท่านมีญาติถือหุ้นรพ.พญาไท 1 บางท่านเป็นนายกแพทยสภาคนปัจจุบัน   หลายท่านมีตำแหน่งหน้าที่ใหญ่โตในบ้านเมือง หลายท่านกลับมาเป็นกรรมการแพทยสภากันใหม่ หลังจากที่ฉันขอรื้อคดีใหม่ในปี 45 ถ้าจะเปรียบไปแล้วฉันคือมด..อาจหาญไปสู้กับกับช้างเป็นโขลง ท่านนึกภาพเอาก็แล้วกันว่า..ฉันจะตกอยู่ในสภาพไหน

ผลของคดี (ใช้เวลา 6 ปี)
ศาลชั้นต้น, อุทธรณ์ และศาลฎีกาพิพากษาไม่รับฟ้อง
“.. แม้จะเป็นความจริงว่าเป็นการช่วยเหลือแแพทย์ผู้ถูกร้องไม่ให้ถูกลงโทษ ก็มิได้ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือกระทบกระเทือนสิทธิ์ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนโดยตรงแต่ประการใด โจทก์ทั้งสองไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องแพทยสภาทั้ง 33 คน”

นั่นหมายความว่า ฉันต้องไปแจ้งความให้ตำรวจทำสำนวนส่งอัยการ   อัยการสั่งฟ้อง  ฉันใช้เวลากับคดีนี้ตั้ง 6 ปี เพียงเพื่อฟังคำว่า ไม่มีอำนาจฟ้อง  หากฉันเดินเรื่องใหม่ฉันจะต้องสู้ไปอีกกี่ปี

ฉันจึงเลือกไม่ดำเนินคดีอาญาต่ออีก เนื่องจากคณะกรรมการสิทธิฯ มีมติแล้วว่า แพทยสภาผิด  สังคมรับรู้แล้วว่าแพทยสภาผิด ฉันไม่ประสงค์จะให้ใครติดคุก เพียงแค่ต้องการปรามไม่ให้แพทยสภาทำกับคนอื่นในสังคมอีก 

แต่กลับเป็นเหตุให้แพทยสภานำคดีนี้เป็นบรรทัดฐาน ต่อสู้กับผู้เสียหายที่ฟ้องแพทยสภาเป็นคดีอาญา แทบทุกคดี

พฤษภกาสร                  อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง             สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย               มลายสิ้นทั้งอินทรี
สถิตทั่วแต่ชั่วดี              ประดับไว้ในโลกา
ความดีก็ปรากฎ             กิติยศฤาชา
ความชั่วก็นินทา             ทรยศยินขจร....!

1.  ฉันร้องเรียนหมอ 3 คน แพทยสภาสอบสวนแค่สองคน ละเว้นไม่สอบสวนน.พ.สุรพงศ์ อำพันวงษ์ ผอ.รพ.พญาไท 1

2. แพทยสภาดองเรื่องนานเกือบ 3 ปี ตามแล้วตามอีกก็เงียบเป็นเป่าสาก พอฉันฟ้องรพ.พญาไท 1 ตามคำท้า  แพทยสภารีบมีมติว่า “คดีไม่มีมูล”โดยไม่เคยเรียกฉันไปชี้แจง ฉันโต้แย้งว่าฟังความข้างเดียว ก็อ้างข้อกฎหมายว่า ไม่เรียกก็ได้หากมีข้อมูลเพียงพอ คนเซ็นจดหมายคือ พ.ญ.ประสบศรี อึ้งถาวร ที่นั่งเป็นพิธีกรายการทีวีคู่กับน.พ.สุรพงศ์ อำพันวงษ์ ผอ.รพ.พญาไท 1

4. หมอสูติและหมอเด็ก ทำรายงานเท็จ โกหกว่าก้อนที่เกิดจากรอยเครื่องดูดเป็นก้อนเนื้อที่ติดตัวมา ไม่รายงานเรื่องน้องเซ้นต์มีไข้, เม็ดเลือดขาวสูงผิดปกติ, แขนขาอ่อนแรง,  น้ำหนักลด, สะดือแฉะมีหนอง, ร้องกวน  ที่ขัดต่อความเป็นจริงในเวชระเบียน  แพทยสภาที่ประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญ  ต่างทำเป็นมองไม่เห็นและเชื่อรายงานเท็จนั้น

5. สำเนาเวชระเบียนที่โรงพยาบาลส่งให้แพทยสภา ไม่ได้รับรองสำเนาแม้แต่แผ่นเดียว   พรบ.วิชาชีพเวชกรรมบอกว่าต้องให้รับรอง สำเนา  ถึงจะเป็นเอกสารที่น่าเชื่อถือ

6. แพทยสภามีจดหมายขอความเห็น ไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ชมรม-สมาคมและผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงสมาคมออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ที่ประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านโรคกระดูก  ในรายงานการประชุมของแพทยสภามีจดหมายตอบกลับครบถ้วน  ยกเว้นคำชี้แจงของสมาคมออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ซึ่งน่าจะเป็นความเห็นที่สำคัญที่สุด  ฉันสงสัยว่าความเห็นดังกล่าวหายไปไหน

7.  ชมรมเวชปฏิบัติทารกแรกเกิด  ชี้แจงว่า “อาการ ผิดปกติของเด็ก มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ข้อสะโพกข้างซ้าย ซึ่งผ่านมาทางกระแสเลือด แล้วไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมในระยะแรก อาการผิดปกติจึงมีมากขึ้น”

แต่แพทยสภาไม่หยิบยก เรื่องสำคัญนี้ขึ้นพิจารณา แล้วจะขอความเห็นไปทำไม ภายหลังฉันเอาหมายศาลไปขอให้ทางชมรมฯ ช่วยไปเบิกความที่ศาลตามที่ชี้แจงต่อแพทยสภา  ไม่ได้ขอให้เบิกความเข้าข้างฉัน  เขาก็พร้อมใจหลบหน้ากันหมดไม่รับหมายศาล ให้ฉันนั่งรอหลายชั่วโมง

8.  ปี 45 ฉันขอให้แพทยสภารื้อคดีสอบสวนใหม่   เนื่องจากมีข้อมูลใหม่  แต่คณะกรรมการที่มาสอบสวนข้าพเจ้าเพื่อหาข้อมูลใหม่คือน.พ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา – จำเลยของฉัน และน.พ.พงษ์ศักดิ์ วัฒนา – สามีของพ.ญ.เทวี วัฒนา – จำเลยของฉัน แล้วจะได้ข้อมูลใหม่ได้อย่างไร การสอบสวนทำแบบขอไปที  มีเพื่อนของฉันที่ท่าทางฉลาดมากคนหนึ่ง ถูกกันไม่ให้เข้าไปฟังในห้องด้วยโดยไม่มีเหตุผล

9. ในการประชุมปี 2545  มีกรรมการ 2 ท่าน
-   น.พ.วิชัย โชควิวัฒน อดีตเลขาธิการแพทยสภา คณะกรรมการแพทยสภา 9 สมัย 18 ปีติดต่อกัน
-   น.พ.ปิยะ เนตรวิเชียร อุปนายกแพทยสภา- ประธานชมรมโรคกระดูกเด็กแห่งประเทศไทย
ให้ ความเห็นว่าแพทยสภาตัดสินพลาด มีความผิดพลาดเรื่องการวินิจฉัยล่าช้า และขอให้รื้อคดีสอบสวนใหม่ แต่แพทยสภาไม่ยอมรื้อคดีให้ แถมยังมีกรรมการแพทยสภาบางคนที่ทำงานร่วมกับภรรยาจำเลยของฉัน   เสนอให้ลบรายงานการประชุม ในส่วนที่เป็นความเห็นของน.พ.วิชัยกับน.พ.ปิยะ ทิ้งเสีย 

10.ฉันร้องขอเอกสารรายงานการประชุมแพทยสภา ในส่วนที่เกี่ยวกับคดีหลายครั้ง  แพทยสภาไม่ให้  ฉันร้องเรียนต่อรัฐมนตรีฯ และใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร  เขายอมให้  แต่ไม่ครบ แถมยังลบส่วนที่เป็นความเห็นของ นพ.วิชัยและนพ.ปิยะทิ้งเสีย  นพ.ประมวล วีรุตมเสน เลขาธิการแพทยสภาไม่ยอมเซ็นรับรองสำเนาให้  ฉันไปตามหลายครั้ง  สุดท้ายฉันต้องร้องไห้ก้มลงไปกราบเท้าหมอประมวล  ท่านถึงยอมเซ็นให้

การ ต่อสู้กับคนที่มีอำนาจเหนือกว่าทุกด้านนั้น  หลายครั้งฉันรู้สึกว่า เหมือนคนว่ายน้ำอยู่กลางมหาสมุทร  มองอย่างไรก็ไม่เห็นฝั่ง ได้แต่ปลอบใจตัวเองอยู่เสมอว่า  

 “คุณค่าของมัน...อยู่ที่การได้สู้อย่างเต็มกำลังแล้วต่างหาก” 

ไม่เป็นไร กก.สิทธิ์ฯ มีมติแล้วว่า "แพทยสภาตัดสินผิด"
วันแรกที่ไปยื่นฟ้อง มีนักข่าวไปทำข่าวฉบับเดียวคือคมชัดลึก โดดเดี่ยวมาก
ทำไมเราไม่ใช่ผู้เสียหาย ก็เราคือผู้เสียหาย

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ