ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

สามีฉัน..เป็นโรบินฮู้ด (ตอนที่ 5 ฟ้าเริ่มเปิด)

ศุกร์ที่ 15 ต.ค.47 หลังศาลฎีกาพิพากษาให้แพ้คดี รายการทีวีเชิญฉันกับลูกไปออกรายการ เช่นรายการเจาะใจ, ถึงลูกถึงคน ฯลฯ หลังออกรายการฉันรับโทรศัพท์จนหูชา ไม่เคยคิดว่าสังคมจะให้ความเมตตาต่อเรามากขนาดนี้

มี คนไปเยี่ยมถึงบ้าน, เสนอบ้านให้อยู่, เอาของกินของใช้ไปให้, ให้คำปรึกษาเรื่องคดีความ, เสนองานให้ทำ, เสนอรักษาลูกให้, คนไทยในอเมริกาที่ได้ดูรายการให้ของกินกับสามี, บางท่านขอเลขบัญชี, ผู้เสียหายขอให้ช่วยก็มาก 

หากแม้นฉันโลภมากเห็นแก่ได้ รับความช่วยเหลือไว้ทั้งหมด ฉันไม่ต้องสู้คดีก็คงสบายแล้ว แต่นั่นไม่ใช่จุดประสงค์ของการต่อสู้ ฉันเลือกรับแต่สิ่งที่จำเป็น เช่นมีผู้ใจบุญไถ่ถอนบ้านคืนให้  มีคนนำสามีกลับจากอเมริกา มีคนให้งานที่ดีกับสามีทำ ฯลฯ ฉันคิดว่าสังคมไม่ควรมารับผิดชอบแทนรพ.พญาไท 1

ฉันหอบเงินสด ๆ 1.2 ล้านบาทไปไถ่บ้านคืน เราดีใจรู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ จู่ ๆ ชีวิตก็พลิกผัน  กรมบังคับคดีขายทอดตลาดบ้านโดยไม่มาปิดหมาย มีคนมาดูบ้านหลายคน ฉันจึงรีบไปคัดค้านด้วยน้ำตา มีคนยกป้ายประมูลหลายคน เจ้าของบ้านนั่งน้ำตาไหลอยู่นี่

ฉันถามเจ้าหน้าที่ว่าก่อน ประกาศขาย  ทำไมไม่แจ้งเจ้าของบ้าน  ถ้าไม่มาคัดค้านคุณคงรีบขายแล้วพี่กับลูกจะไปอยู่ที่ไหน เขาบอกว่าส่งหมายไปปิดแล้ว ฉันยืนยันว่าอยู่บ้านทุกวัน เพราะหมดตัวไม่มีเงินจะไปเที่ยวที่ไหน ไม่เคยเห็นหมายดังกล่าว

ฉัน พอจะรู้ว่าการส่งหมายต้องมีต้นขั้ว เรืองนี้ต้องมีการลัดขั้นตอนเอื้อประโยชน์ให้พรรคพวกกันประมูลแล้วนำไปขาย ต่อ เนื่องจากบ้านฉันอยู่ในทำเลดีและขายง่าย ฉันไม่อยากก่อศึกหลายด้านจึงไม่เอาเรื่องเขา แต่ขอเตือนสติเจ้าหน้าที่บางคนของกรมบังคับคดีว่า  คนบางคนทั้งชีวิตเขาก็เหลือแค่บ้านไว้ซุกหัวนอน

สิ่งถัดมาคือให้ลูกได้เจอหน้าพ่อ มีคนช่วยให้สามีเดินทางกลับเมืองไทยคืนวันที่ 14 ธ.ค.47   ฉันพาลูกไปรับป๊าที่สนามบินดอนเมือง ลูกตื่นเต้นดีใจมาก หลิงหลิงวิ่งไปวิ่งมา..หนูจะจำป๊าได้มั้ย  เซ้นต์เงียบแต่ฉันรู้ว่าเขาก็ดีใจ

เมื่อป๊าเดินออกมาลูก ๆ วิ่งไปกอด  ส่วนฉันกลับรู้สึกเฉย ๆ มองเขาเหมือนคนแปลกหน้า  3 ปีกว่าที่เขาจากไป  เราสองคนต่างฝ่ายต่างแบกรับภาระปัญหาที่หนักอึ้งกันตามลำพัง  พอเจอหน้ากันแบบไม่คาดฝัน ฉันเตรียมใจไม่ทัน แว่บแรกที่เห็นเขาจึงอธิบายความรู้สึกไม่ถูก รู้สึกว่าเฮียหายไปไหนยามอุ้ยมีปัญหาหนักหนาสาหัส    แต่ก็รู้สึกว่าเหมือนได้เพื่อนทุกข์กลับบ้านอีกคน 

จากนี้ ไปจะสุขจะทุกข์เราจะช่วยกันแบก  จะไม่จากกันไปไหนอีก  อนาคตจะดีขึ้นหรือจะแย่ลงเราก็จะเผชิญหน้าด้วยกัน ฉันกลายเป็นคนประเภทไหนไปแล้ว  ทำไมไม่รู้สึกอะไรเลย  น้ำตาไหลแต่ไม่รู้ว่าเป็นน้ำตาแห่งความอะไร   ดีใจ   เสียใจ  วิตกกังวลสารพัด

วันที่ 15 ธ.ค.47  ผู้มีพระคุณท่านหนึ่งช่วยเหลือให้งานสามีทำทันที จะได้มีรายได้เลี้ยงครอบครัว เป็นงานที่ไม่ต้องใช้แรงงานมาก เนื่องจากเขาเคยหลังหักและยังปวดหลังอยู่เป็นประจำ
 
การออกรายการถึงลูกถึงคนครั้งที่สองและสาม  เป็นคืนที่ครอบครัวเราจำไปตลอดชีวิต เพราะได้ช่วยชีวิตผู้ชายคนหนึ่งไว้ เขาบอกว่า  “พี่ ครับผมโทรมาขอบคุณ..การออกรายการของครอบครัวพี่  ทำให้ผมมีกำลังใจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ เพราะก่อนหน้าที่ผมจะได้ดูพี่..ผมกำลังจะฆ่าตัวตาย”

ครอบครัวเรารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณสื่อมวลชนทั้งหนังสือพิมพ์, วิทยุโทรทัศน์ และรายการ “เจาะใจ” และ “ถึงลูกถึงคน” ถ้าไม่มีท่านครอบครัวเราคงไม่มีวันนี้

ฉัน สำนึกในบุญคุณไม่เคยลืม ที่ผู้คนในสังคมต่างให้กำลังใจและยื่นมือช่วยเหลือ  ขอบุญกุศลทั้งหลายทั้งปวง จงย้อนกลับไปสู่ทุกท่านร้อยเท่าทวีคูณ  วันนี้ครอบครัวเรามีที่พิงหลังแล้ว  แต่ไม่มีสิ่งมีค่าอันใดจะตอบแทน

จึง ขอสัญญาว่า...จะเป็นคนดีของสังคม จะช่วยเหลือคนอื่นที่ตกทุกข์ได้ยากให้มากที่สุด  จะใช้ความเจ็บปวดของชีวิต..สร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้สังคมให้มากที่สุด เท่าที่กำลังของฉันจะทำได้

โดยจะไม่ขอเรียกรับเงินทอง..
หรือผลประโยชน์ตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น




ถึงลูกถึงคนครั้งที่ 1
ถึงลูกถึงคนครั้งที่ 2
ถึงลูกถึงคนครั้งที่ 3
พร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง
ความสุขเล็ก ๆ ท่ามกลางพายุร้าย

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ