ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

หมอคะ..ทำไมน้องแชมป์สมองฝ่อ?

"ขวัญ" แม่บ้านบริษัท+สามีเป็นคนขับรถบริษัทที่เดียวกัน  ทั้งสองเช่าห้องเล็ก ๆ อยู่ในกทม. ขวัญไปคลอดลูกคนแรกที่รพ.รัฐย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ ตามสิทธิประกันสังคม ลูกเธอตายจากความผิดพลาดทางการแพทย์ หมอรีบขอโทษและยินดีรับผิดชอบหากจะเรียกค่าเสียหาย  ขวัญให้อภัยหมอและไม่รับเงินค่าชดเชยแม้แต่บาทเดียว  เธอคิดว่าคนเราผิดพลาดกันได้ แต่หากผิดพลาดแล้วขอโทษก็ให้อภัยกันได้เช่นกัน

ต่อมาขวัญตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง ไปคลอดที่รพ.เดิม เกิดเหตุการณ์ที่ทำลูกน้อย ต้องกลายเป็นเด็กพิการทางสมอง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ภาระหนักอึ้งตกเป็นของพ่อแม่ไปตลอดชีวิตโดยไร้ซึ่งหน่วยงานเหลียวแล

ปี2549
ขวัญป่วยเป็นเส้นเลือดดำที่ขาอุดตัน รักษาจนหายขาดและหยุดยาไปในปี 50

รพ.เอกชน
ปี 51 ขวัญตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนกว่า ไปตรวจครรภ์กับหมอที่รพ.เอกชน ตามสิทธิประกันสังคม หมอตรวจพบว่ามีเส้นเลือดดำที่ขาอุดตันอีก ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยในหญิงมีครรภ์ หมอแจ้งว่าขวัญสามารถตั้งครรภ์ได้ แต่ต้องเปลี่ยนยารักษาเส้นเลือดดำอุดตันจากชนิดกินเป็นยาฉีด เพราะยาฉีดไม่มีอันตรายกับเด็ก เป็นมาตรฐานในการรักษาคนท้อง  จากนั้นหมอส่งขวัญไปรักษาที่รพ.รัฐแห่งหนึ่ง

รพ.รัฐบาล
แต่เมื่อขวัญไปที่รพ.รัฐบาล หมอกลับให้ขวัญใช้ยากินที่ชื่อ วาร์ฟาริน(warfarin)แทนยาฉีด ในการรักษาโรคเส้นเลือดดำอุดตัน เมื่อขวัญทักท้วงว่ารพ.เอกชนที่ส่งตัวมาห้ามใช้ยากิน แต่หมอรับรองว่าไม่มีอันตรายกับเด็ก

ขวัญไม่สบายใจเนื่องจากหน้าซองยาเขียนกำกับไว้ว่า ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์  

ขวัญ สอบถามเภสัชกรห้องยา เภสัชกรได้สอบถามหมอที่สั่งจ่ายยา พร้อมยืนยันว่าเมื่อหมอสั่งให้กินได้ก็กินได้ ขวัญจึงกินยาด้วยความไม่สบายใจ แต่เมื่อหมอยืนยันว่ากินได้ก็ยอมกิน เพราะไม่มีความรู้อะไรไปเถียงหมอได้

เมื่ออายุครรภ์ได้ประมาณ 5 เดือน
(กินยาได้ 2 เดือน) ก็เกิดภาวะเลือดออก และมีน้ำท่วมในสมองของเด็กในท้อง

เมื่ออายุครรภ์ได้ 9 เดือนครึ่ง
หมอ ก็นัดผ่าตัดทำคลอด โดยก่อนวันผ่าตัดสองอาทิตย์ หมอสั่งให้ขวัญเปลี่ยนยารักษาเส้นเลือดดำอุดตันจากชนิดกินเป็นยาฉีด แต่ให้ขวัญกลับไปเอายาฉีดที่รพ.เอกชน พร้อมให้ขวัญไปหาที่ฉีดยาตามคลินิกเอง โดยต้องฉีดวันละสองครั้ง ตอนแปดโมงเช้าและสองทุ่ม ขวัญมีคำถามในใจมากมายแต่ก็ไม่กล้าถามหมอ กลัวหมอรักษาให้ไม่ดี

หลังผ่าตัด
ลูก ของขวัญ (น้องแชมป์) หายใจเองไม่ได้ ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ อยู่ห้องไอซียูเด็กแรกเกิด มีอาการชักเกร็งและกะโหลกศีรษะปิดไม่สนิท มีการเอ็กซ์เรย์และทำเอ็มอาร์ไอสมอง พบว่าสมองบางส่วนเสียหาย

ทุก วันนี้ น้องแชมป์สมองฝ่อ พิการถาวร ไม่สามารถรับรู้ได้เหมือนคนปกติ ตาบอดมองไม่เห็นสองข้าง หูหนวก 1 ข้าง ไม่สามารถรักษาให้ดีเป็นปกติได้

นาน นับปี ที่ขวัญเสียเวลาในการตระเวนพาลูกร้องเรียนตามหน่วยงานต่าง ๆ ตั้งแต่รพ.คู่กรณี กระทรวงสาธารณสุข ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา สภาทนายความ รวมทั้งแพทยสภา แต่ก็หาความเป็นธรรมไม่ได้ แพทยสภารับปากว่าจะแจ้งผลให้ทราบภายใน 6 เดือนไม่เกิน 1 ปี แต่จนถึงวันนี้เกือบสองปีแล้วก็เงียบ 

จนหมดอายุความทางแพ่ง1 ปี

การเรียกร้องหาความเป็นธรรม เป็นเรื่องที่ลำบากยากแสนเข็ญ กลไกปกติพึ่งไม่ได้

เครือข่ายฯ พาขวัญไปแจ้งความ เพื่อนำเอาอายุความทางอาญาที่ยาวกว่ามาใช้ประกอบในการฟ้องคดีทางแพ่ง และได้ฟ้องหน่วยงานต้นสังกัดของรพ.คู่กรณีเป็นคดีแพ่ง  ทั้งที่ไม่เคยเป็นความต้องการของครอบครัวหาเช้ากินค่ำครอบครัวนี้เลยแม้แต่ น้อย  แต่เมื่อไม่มีหน่วยงานให้พึ่ง ศาลจึงเป็นที่พึ่งสุดท้าย

ศาลนัดสืบพยานปี 55 ระหว่างนี้สามีขวัญก็ไปมีหญิงใหม่ ทิ้งให้ขวัญเลี้ยงลูกอยู่ลำพังในห้องเช่าเล็ก ๆ แถวซอยหมอเหล็ง ไปอยู่ต่างจังหวัดก็ไม่ได้เนื่องจากน้องแชมป์ต้องรักษาที่รพ.เด็ก และขวัญก็มีโรคประจำตัวต้องรักษา

ขวัญคือหนึ่งในผู้เสียหายในเครือข่ายฯ ที่ชีวิตพวกเราเหมือนขยะของโรงพยาบาลที่ไม่มีหน่วยงานใดให้ความสำคัญ

ลองสมมุติว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของนักการเมือง..พรบ.คงจะผ่านโดยเร็ว
ท่านรัฐมนตรีจุรินทร์คะ ท่านก็เห็นแล้วว่านี่คือผู้เสียหายของจริงเพียงบางส่วนเท่านั้น
ถ้าพาผู้เสียหายมาทั้งหมด..กระทรวงสธ.คงไม่มีแม้ที่จะนั่งหรือจะยืน

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ