ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

หมอคะ..ไตหนูหายไปไหน..?

เรื่องนี้สะท้อนปัญหาพฤติกรรมของแพทยสภาและกองการประกอบโรคศิลปะที่ละเมิดสิทธิคนไข้เสียเอง ทั้งที่มีหน้าที่ให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน

เกษร สาวโรงงานเย็บผ้า อายุ 41 ปี สุขภาพแข็งแรง ตรวจร่างการประจำปีไม่มีโรคประจำตัว 

รพ.ที่หนึ่ง
24 ธ.ค.48 เกษรนั่งรถ 2 แถว เกิดเฉี่ยวชนกับสิบล้อแต่ไม่รุนแรง  ข้อศอกเพื่อนกระแทกท้องมีอาการจุก  เข้าตรวจกับรพ.ที่หนึ่ง ผลอัลตร้าซาวด์พบอวัยวะภายในปกติ ไตทั้ง 2 ข้างอยู่ครบปกติ ไม่มีเลือดออกในช่องท้อง  ไม่ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล

รพ.ที่สอง
ก.ค. 49 เกษรปวดรุนแรงบริเวณท้องน้อยบ่อย หมอตรวจพบช็อคโกแล็ตซีสต์ บริเวณใต้รังไข่ด้านขวา จึงผ่าตัดเอาซีสต์และเลาะพังผืดในช่องท้องออก  

ระหว่าง พักฟื้น 1 เดือนกับ 5 วัน มีอาการปวดแผลผ่าตัด ปวดหลัง ปวดเอวเอวร้าวมาถึงขาตลอดเวลา  หน้ามืดวูบเป็นระยะ ทุกข์ทรมานมาก หมอให้ยาแก้อักเสบ,  ยาแก้ปวด ยาลดไข้ ไปกินต่อที่บ้าน

พัก ฟื้นครบ 1 เดือน  อาการไม่ดีขึ้น  ร่างกายอ่อนแอผ่ายผอมลงอย่างผิดปกติ  มีประจำเดือนไหลออกทั้งเดือน หมอบอกว่าอาจเป็นผลข้างเคียงของการผ่าตัด  เกษรไปพบหมอหลายครั้งทุกครั้งก็จะให้ยาแก้ปวด,  ยาแก้อักเสบ และยาลดไข้ กลับไปกินที่บ้าน

เกษรตรวจร่างกายประจำปีกับทางโรงงาน  2 ครั้ง    ผลการตรวจพบโปรตีนกับเม็ดเลือดแดงรั่วทางปัสสาวะสูงทั้ง 2 ครั้ง  ซึ่งก่อนผ่าตัดไม่เคยพบว่ามีโปรตีน+เม็ดเลือดแดงรั่วทางปัสสาวะมาก่อน
 
รพ.ที่สาม
หมอสงสัยว่าไตจะมีปัญหา  จึงทำทำอัลตร้าซาวด์  ผลพบว่าไตข้างขวาไม่มี
เหลือไตซ้ายข้างเดียวและเสื่อมมากทำงานได้ไม่เต็มที่  จึงส่งผลต่อร่างกายดังกล่าว

เกษรสงสัยว่าไตข้างขวาหายไปไหน
ไปขอดูประวัติ+ฟิล์มอัลตร้าซาวด์พร้อมผลอ่าน  ที่รพ.ที่หนึ่ง พบว่าไตทั้ง 2 ข้างอยู่ครบ  ทางรพ.ได้ทำการอัลตร้าซาวด์ใหม่พบว่าไตข้างขวาได้หายไปจริง ๆ

15 ก.ค.51
หลัง จากนสพ.ลงข่าว ผอ.กองการประกอบโรคศิลปะ รับตัวเกษรไปตรวจทีซีแสกนที่ รพ.ราชวิถี แล้วนำผลฟิล์ม+ฟิล์มกลับไปกระทรวงฯ โดยทิ้งให้เกษรอยู่ที่รพ.ราชวิถี เมื่อถามถึงฟิล์มและผล ทางรพ.แจ้งว่าให้ไปตามเอากับผอ.กองประกอบฯ

16 ก.ค.51
เก ษรไปออกรายการ ”สถานีประชาชน” ทางช่อง TPBS แพทยสภาเชิญไปพบ  ในห้องประชุม แพทยสภาไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เกษรพูดถึงการผ่าตัด หรืออาการโปรตีนรั่วหลังการผ่าตัดแม้แต่น้อย

แพทยสภา และ กองการประกอบโรคศิลปะ ก็แถลงข่าวในเวลาไล่เลี่ยกันว่า
1.       เกษรไม่มีไตข้างขวาตั้งแต่กำเนิด
2.       มีการฝ่อไปของไตขวาเนื่องจากอาการไตวาย ซึ่งภายในระยะเวลา 2 ปี ก็
           สามารถฝ่อเล็กลงไปได้เช่นกัน
3.       การอ่านผลการตรวจอัลตราซาวนด์ ของรพ.ที่หนึ่งที่บอกว่าไตอยู่ครบนั้น
           อาจเกิดการผิดพลาด ซึ่งหากผิดจริงถือว่า มีความผิดฐานรักษาไม่ได้
           มาตรฐานด้วย
4.       ไตขวาของ นางเกษร ถูกขโมยและหายไปจริง ๆ

ทั้งที่..เกษรสงสัยว่าไตข้างขวาหายไปได้อย่างไร  เกี่ยวข้องกับการรักษาผ่าตัดที่รพ.ที่สองหรือไม่  เกษรไม่เคยพูดว่า  “ไตถูกขโมย”

เมื่อเกษรและเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์  ไม่เชื่อในสิ่งที่หน่วยงานแถลงข่าว

17 ก.ค. 51-เช้า
รอง เลขาธิการแพทยสภา  ไปรับตัวเกษรที่บ้าน พาไปทำ MRI ที่ศูนย์ประชาชื่น ระหว่างที่เกษรพักฟื้นอยู่ชั้นสอง  รองเลขาฯ แถลงข่าวฝ่ายเดียวว่า “สันนิษฐาน ได้ว่า ไตข้างขวาของนางเกษร ไม่เจริญเติบโตมาตามปกติตั้งแต่กำเนิด และไม่มีการผ่าตัดเอาไตออกไป และการอ่านผลของรพ.ที่หนึ่งอาจผิดพลาด” โดยไม่ให้เกษรมีส่วนรับรู้

เมื่อเกษรขอฟิล์มและผลอ่านฟิล์ม  รองเลขาฯ มอบฟิล์มให้แผ่นเดียว  แต่ผลอ่านบอกว่ายังไม่ออก
 
21 ก.ค. 51-เช้า
เกษรไปร้องเรียนกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

21 ก.ค.51-บ่าย
เก ษรโทรไปขอฟิล์มและผลทีซีแสกนจากผอ.กองประกอบฯ  ได้รับคำตอบว่าปรึกษาฝ่ายกฎหมายแล้วให้ไม่ได้ เกษรถามว่าคนไข้ทำไมดูไม่ได้ ท่านเป็นใครยังขอดูได้ ท่านตอบว่าผมเป็นคนพาไป และเป็นเจ้าหน้าที่ผมมีสิทธิ์ดู

ขณะเดียวกันเกษรโทรไปที่ศูนย์เอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ประชาชื่น  เพื่อขอซีดีและผลอ่านฟิล์ม MRI เจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่ได้ save ข้อมูลไว้  ลบทิ้งหมดแล้ว

22 ก.ค.51
เกษรและญาติไปที่กองการประกอบโรคศิลปะ เพื่อขอฟิล์ม+ผลอ่านฟิล์ม ผอ.ไม่ยอมให้ เกษรถามว่าเมื่อไหร่ท่านจะนำไปคืนที่รพ.ราชวิถี ผอ.ตอบว่าว่างเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น  เมื่อเกษรไม่ยอมกลับ นพ.ธาราจึงบอกว่าให้ไปรอที่รพ.ราชวิถี เดี๋ยวจะให้รถตู้ของกระทรวงนำฟิล์มไปส่งคืน เกษรและญาติขอติดรถไปด้วยเพราะหมดค่าแท็กซึ่ไปมากแล้ว เขาก็ไม่ให้ไปด้วย

เมื่อสุดทน
ผู้ เขียน จึงพาเกษรและญาติขึ้นไปร้องคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่อยู่ในตึกเดียวกัน   ทางสช.ได้ติดต่อผอ.รพ.ราชวิถี และ นพ.ธาราฯ   ให้มอบฟิล์ม+ผลอ่านให้เกษร

คำถาม
  1. ข้อ เท็จจริงในตัวเกษรกับผลอ่านฟิล์ม มีอะไรไม่ตรงกันกับการแถลงข่าวของแพทยสภา+กองประกอบฯ หรือไม่  ทั้ง 2 หน่วยงานจึงมีพฤติกรรมละเมิดสิทธิข้าพเจ้า และมีพฤติกรรมไม่ชอบมาพากลเช่นนี้
  2. แพทยสภา+กองประกอบฯ มีสิทธิแถลงข่าวก่อนที่จะให้ผู้เสียหายได้ดูฟิล์ม+ผลอ่านก่อนหรือไม่
  3. ทำไมแพทยสภา+กองประกอบฯ ไม่เรียกแพทย์ของรพ.ที่หนึ่ง ผู้อ่านฟิล์มอัลตร้าซาวด์ครั้งแรกมาชี้แจง  เพราะหนึ่งในทีมที่รักษาเกษรคือกรรมการแพทยสภาด้วย
  4. ทำไม แพทยสภา+กองประกอบฯ ไม่ให้ทางรพ.คู่กรณี  เป็นผู้แถลงข่าว   ทำไมแพทยสภา+กองประกอบฯ ทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวแทนของรพ.คู่กรณี  สิ่งที่แพทยสภา+กองประกอบฯ ทำนั้นเหมาะสมหรือไม่ 
  5. จนถึงทุกวันนี้ทำไมทางรพ. คู่กรณีของเกษรถึงได้เงียบ
  6. รองเลขาธิการแพทยสภา +ผอ.กองการประกอบโรคศิลปะ ละเมิดสิทธิเกษรใช่หรือไม่

เมื่อ สิ้นหวังกับการหวังพึ่งหน่วยงาน   เกษรจึงจำใจฟ้องรพ.คู่กรณี หวังเอาบารมีศาลเป็นที่พึ่ง  ทั้งที่ในชีวิตนี้ไม่เคยคิดขึ้นโรงขึ้นศาล  เกษรจะต้องรอความยุติธรรมไปอีกนานแค่ไหน

เกษร..เหลือไตเพียงข้างเดียว
สาวโรงงาน บอบบาง แต่หาญกล้าสู้กับรพ.ใหญ่ที่มีผู้ถือหุ้นเป็นพรรคพวกกก.แพทยสภา

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ