ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

กำพืด..ของฉัน!

ฉันเป็นคนบ้านนอก จากอ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย พ่อกับแม่มีอาชีพทำนา ฉันมีความทรงจำที่ดีกับบ้านเกิด และภาคภูมิใจเสมอว่า “โชคดีที่เกิดเป็นลูกชาวนาที่ทรหดอดทน”

ใน อดีตบ้านชั้นเดียวที่อาศัยอยู่หลังคามุงด้วยใบตองตึง ฝนตกทีไรต้องวิ่งเอากระป๋องนมรองน้ำฝน เสียงดังป๊อก ๆ แป๊ก ๆ รัวประสานปานประหนึ่งวงออเคสตร้าเลยทีเดียว 

ฉันทำงานได้ ทุกอย่าง ที่ลูกชาวไร่ชาวนาเขาทำกัน หาบน้ำจากบ่อ หาบข้าวไปสี  ฝัดข้าว ขุดดินปลูกผัก หาปูหาปลาตามท้องนา อยากกินมะม่วง  มะปราง ก็ต้องปีนเก็บเอา

“ทุกอย่างในชีวิตไม่เคยได้อะไรมาง่าย ๆ โดยไม่ลงมือทำ”

หน้า หนาวต้องแย่งผ้าห่มกับพี่น้อง เสื้อผ้าต้องรอของมือสองจากญาติที่เขามีฐานะดีกว่า หน้าฝนต้องเดินเท้าเปล่า ลุยโคลนลัดทุ่งนาไปโรงเรียน ห่อข้าวใส่ใบตอง  กับข้าวเป็นไข่ต้มหรือปลาทูเค็มห่อใบตองย่าง นั่นก็สุดยอดแล้ว รวงข้าวที่เด็ดใส่ไว้ใต้หมวกกะโล่คืออาหารว่างชั้นยอด

แถวบ้านเขาเรียกฉันว่า ”อีดำ” วัน ๆ เอาแต่วิ่งตากแดดเล่นสนุกสนานจนตัวดำเป็นเหนี่ยง ไม่เคยมีเรื่องเครียดอยู่ในหัวเลยแม้แต่นิด ฉันเป็นเด็กร่าเริง แข็งแรงชอบปีนต้นไม้ ขโมยผ้าถุงแม่ทำตีโป่งกระโดดน้ำเล่น คืองานอดิเรกของฉัน

หมู่บ้านของฉัน โอบล้อมรอบด้วยภูเขา อากาศเย็นสบายตลอดปี ที่ราบลุ่มเป็นทุ่งนา เป็นหมู่บ้านคนอาศัย  การดำเนินชีวิตเรียบง่ายกันตามประสา ไม่มีแสงสีเสียงใด ๆ ทั้งสิ้น “ทุกสิ่งทุกอย่างจึงบริสุทธิ์แม้กระทั่งความรู้สึกนึกคิดของผู้คน”

ในอดีตนั้นทุกครอบครัวยากจนโดยทั่วถึงกันแต่ก็เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่อบอุ่น  ทุกคนในหมู่บ้านจะรู้จักกันหมด ดังนั้น...แม้จะยากจนแค่ไหน ฉันก็ไม่เคยรู้สึกว่า....ตัวเองมีปัญหา

ฉัน ชอบไปนอนเล่นกลางทุ่งนา..มองขึ้นไปบนท้องฟ้า  วาดฝันว่าอนาคตข้างหน้า...จะเป็นอย่างไรหนอ  ฉันต้องไม่เป็นอย่างที่คนเขาดูถูกผู้หญิงเหนือ..ฉันต้องแตกต่าง

ฉันชอบมองเครื่องบิน...สักวันจะนั่งเครื่องบินให้ได้  ไม่เคยคิดเลยว่า เด็กบ้านนอกคนนี้จะต้องมาสู้กับใครมากมายที่เมืองหลวง จนแทบเอาชีวิตไม่รอด..ถึงเพียงนี้

ฉัน ชอบเล่นกีฬาและชอบเรียนหนังสือ พ่อกับแม่บอกว่าฉันหัวดี จึงกัดฟันส่งเสียให้ได้เรียน  แม่ทำขนมจีนน้ำเงี้ยวหาบขายตามงานวัด  คุณอาน้องชายพ่อที่มีฐานะดีกว่าช่วยส่งเสียให้เรียนจนจบ  ฉันเป็นเด็กคนแรกของหมู่บ้านที่เรียนจบปริญญาตรี  ฉันอยากเรียนต่อปริญญาโท  แต่ไม่มีใครส่งเสียจึงจำใจหยุดไว้แค่นั้น

ฉันไม่เคยเห็น กรุงเทพฯ เมื่อเรียนจบจึงตามเพื่อนเข้ามาเมืองหลวง เมืองศิวิไลซ์ ผันตัวเองมาเป็นมนุษย์เงินเดือนหลายปี แต่ความฝันเรื่องเรียนต่อปริญญาโทยังไม่หมดไป ภาษาอังกฤษเอาตัวไม่รอด งานไม่ก้าวหน้าแน่ ๆ  ดังนั้นเมื่อเพื่อนที่เขามีฐานะดีชวนไปอังกฤษ บอกว่าขยัน ๆ อย่างเอ็งทำงานไปเรียนไปเดี๋ยวก็จบ

ฉันตัดสินใจไปอังกฤษทันที  ฟังดูหรู  แต่ขอโทษ..ไม่ได้ไปแบบคุณหนู  ขอยืมเงินที่พ่อแม่จะใช้สร้างบ้านเป็นค่าเดินทางและค่าลงทะเบียนเทอมแรก แล้วสัญญาว่าจะหาคืนให้ได้

ไปถึงอังกฤษวันแรกลงจาก เครื่องบินปุ๊บ  ร้านอาหารไทยต้องการคนงาน  เขาไปรอรับถึงสนามบินฮีทโธรว์  ก็ลุยเลยงานแรกล้างจาน มีรายได้ทันที  เรื่องปรับตัวไม่ต้องพูดถึงลืมหมดเลย  ชีวิตไม่มีทางเลือกเหมือนคนอื่นเขามากนัก 

ฉัน ทำงานสารพัดไม่เคยเลือก ล้างจาน เสิร์ฟอาหาร ขายแซนด์วิช เก็บของขึ้นชั้นตามห้าง  ทำไป-เรียนไปแบบปากกัดตีนถีบ หนักเอาเบาสู้  แบกจ๊อบตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต สุดท้ายปริญญาโทที่ฝันไว้ไม่สำเร็จ มัวแต่ห่วงเก็บเงินมาคืนพ่อกับแม่  กลัวแกจะไม่มีบ้านอยู่

แต่ฉันไม่เคยเสียใจ เพราะการได้เห็นโลกกว้างครั้งนั้น ทำให้มีโอกาสเรียนรู้ว่า

ประเทศที่เจริญแล้วนั้น เขาให้ความสำคัญกับ คุณค่าความเป็นคน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ประชาชนของเขามากแค่ไหน

ประชาชนของเขาได้รับการ คุ้มครองสิทธิจากการรับบริการ มากเพียงไร

 มาถึงวันนี้ฉันเศร้า...และอดสะท้อนใจไม่ได้ว่า

“สิทธิมนุษยชนของบ้านเขากับบ้านเรานั้น..ต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว"

ชุดที่ใส่..ร้านถ่ายรูปเขามีให้เปลี่ยน ถ่ายตอน 6 ขวบ
เรียนจบเข้ามาเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่เมืองหลวง เมืองศิวิไลซ์
ไปท่องโลกกว้าง
ไม่เคยคิดว่ากลับมาแล้วจะต้องมาต่อสู้อะไรมากมาย

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ