ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

ฉันคือ..แบล็คลิสต์วงการแพทย์!

เหตุการณ์ที่ 1
ปลาย ปี 47 ฉันป่วยเป็นเนื้องอกในมดลูก หมอคนแรกบอกว่าเป็นโรคกระเพาะ แจ้งหมอว่ามีก้อนอยู่ในท้องน้อย หมอบอกคิดมากให้ยามากิน  ยิ่งกินยิ่งปวด  ไปหาหมอคนที่เอกซ์เรย์ดูบอกว่ามีร่องรอยนิ่วแต่หลุดแล้วได้ยามากิน   สามวันต่อมาปวดจนแทบขาดใจล้มลงกับพื้น  จึงไปหาคุณหมอเทพที่ปรึกษาเครือข่ายฯ  ท่านคลำดูมีก้อนจึงทำใบส่งตัวไปรพ.เอกชนแห่งหนึ่ง หมอสูติฯ คนหนึ่งบอกว่า “ผมไม่รู้จักหมอคนนี้ (ชื่อคุณหมอเทพในใบส่งตัว) ทำไมต้องมาหาผม” ฉันรู้สึกไม่ดีแต่ก็เฉยเสีย  สุดท้ายส่องกล้องตรวจดูพบก้อนเนื้ออยู่ในถุงน้ำในรังไข่บิดตัวต้องผ่าด่วน   หมอบอกว่า”ไปผ่าที่อื่นก็ได้นะ” ฉันขอร้องให้หมอท่านนี้ผ่าตัดให้ 

เซ้นต์ ขวัญเสีย ฉันปลอบว่าลูกต้องเข้มแข็งแล้วนะ  ถ้าแม่ไม่ฟื้นให้ดูแลน้องให้ดีจนกว่าป๊าจะกลับ  ผ่าตัดสามทุ่มเสร็จราว ๆ ตีหนึ่ง  คุณหมอเทพอุตส่าห์มาช่วยดูด้วย  ตัดมดลูก ปีก รังไข่  ไส้ติ่ง  และเลาะพังผืดถือเป็นการผ่าตัดใหญ่ทางหน้าท้อง

พักฟื้นในโรง พยาบาล 5 วัน ไม่มีหมอมาดูแม้แต่คนเดียว  แม้แต่หมอที่ผ่าตัด ถามลูกว่าตอนแม่หลับมีหมอมาหรือเปล่า  ลูกบอกว่าไม่มีเลย  เขาสองคนเสียใจมากที่หมอไม่มาดูแม่  หมอเวรก็ไม่มีมาสักคน พยาบาลเอายามาให้ตามที่หมอสั่งทางโทรศัพท์

เซ้นต์กลับไปรับ น้องมานอนเฝ้าแม่ด้วยกัน  ทั้งคู่คอยป้อนข้าวป้อนน้ำเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้แม่  แผลติดเชื้อปวดมากฉันมีไข้สูงจนเพ้อตัวสั่นฟันกระทบกึก ๆ บอกให้พยาบาลโทรเรียกหมอ หมอก็ไม่มา  ลูก ๆ กลัวฉันตายเพราะได้ยินฉันพูดบ่อยว่า การติดเชื้อทางกระแสเลือดอาจทำให้ตายได้  จึงโทรไปขอให้คุณหมอเทพมาดูให้

ฉัน นอนร้องไห้ทุกวัน  เสียใจว่าทำไมคุณหมอไม่รู้จักแยกแยะ  ฉันไม่เคยโกรธคุณหมอเลย  แต่เป็นความเสียใจว่านี่หรือคือบทเรียนของคนที่ฟ้องหมอลุกขึ้นมาสู้เพื่อขอ ความเป็นธรรมให้ลูก..ให้สังคมต้องได้รับ

ครบ 5 วันฉันขอกลับบ้าน อออกจากโรงพยาบาลแล้ว ฉันกลับไปตรวจตามนัด ณหมอเบี้ยวฉันถึง 3 ครั้ง ต่อให้โง่ หรือแกล้งโง่แค่ไหนก็รู้ว่าหมอหนีหน้า ไม่อยากรักษาแล้ว ผลตรวจชิ้นเนื้อที่ส่งไปตรวจที่โรงเรียนแพทย์ก็ทำให้ไม่ครบ  ฉันเลยทำใจตายเป็นตายไม่ต้องตรวจมันแล้ว   ชาตินี้ถ้าไม่มีหมอรักษา ก็จะขอกินยาหม้อจนตาย 

เหตุการณ์ที่ 2
หลิง หลิงเล่นทราย  ไม่นานนักเนื้อตัวเป็นรอยจ้ำ ๆ ฉันพาไปหาหมอร.พ.เอกชนแห่งหนึ่ง  พอจะดูออกว่าอาจารย์หมอท่านนั้นจำครอบครัวฉันได้   ถามว่าเป็นมานานแค่ไหน  แล้วสั่งเจาะเลือดตรวจละเอียด  วันนั้นฉันต้องกลับไปยืมเงินเพื่อนบ้านมาจ่ายค่ายาและค่ารักษาหลายพันบาท

หลาย วันผ่านไปอาการไม่ดีขึ้นเป็นมากกว่าเดิม  กลับไปหาหมอคนเดิมแต่ท่านไปต่างประเทศ   จึงหาหมอท่านอื่นหมอคนที่สองนี้จำฉันได้ ท่านบอกว่าเห็นใจเรื่องที่เกิดกับครอบครัว  ซักประวัติแล้วบอกว่าหลิงหลิงไม่ได้เป็นอะไรที่น่ากลัว  เกิดจากการเล่นทรายอาจมีพยาธิไชเข้ากระแสเลือด ได้ให้ไปซื้อยาถ่ายพยาธิที่ร้านขายยาให้ลูกกินจะได้ไม่สิ้นเปลืองค่าใช้ จ่าย  หากซื้อยาของโรงพยาบาลจะแพง   “ขอบคุณที่ยังมีหมอดี ๆ เสียดายจำชื่อท่านไม่ได้  เพราะมัวแต่ตื้นตันใจที่มีหมอเห็นใจครอบครัวเรา”

เหตุการณ์ที่ 3 
อา ม่าแม่ของสามีปวดท้องเป็นนิ่วในถุงน้ำดี  ฉันกับสามี(เพิ่งไปออกรายการ ”ถึงลูกถึงคน” ได้สองวัน) พาส่งร.พ.เอกชนแห่งหนึ่ง  หมอท่านนั้นจำเราได้เมื่อตรวจอาม่าแล้วก็สั่งยาแก้ปวดแล้วให้กลับบ้าน   อาม่าร้องโอดโอยปวดตลอดเวลา  สามีขอร้องว่าให้รับตัวอาม่าไว้นอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการ  แต่หมอก็บอกว่าให้ไปโรงพยาบาลอื่นเถอะตอนนี้ไม่มีหมอเฉพาะทาง  สามีต้องเรียกน้องชายให้พาไปอีกโรงพยาบาล  ซึ่งต้องนำอาม่าเข้าห้องผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีทันที

เหตุการณ์ที่ 4 
สามี ขับรถไปทำงาน  เกิดวูบจึงจอดรถข้างทาง  คุณหมอเทพช่วยพาส่งโรงพยาบาล ฉันกับลูกรีบตามไป  เห็นสามีนอนพักหน้าซีด  หมอในห้องฉุกเฉินมีมากมาย  แต่กลับไม่มีหมอมาคุยกับฉันแม้แต่คนเดียว  ถามคนไหนก็บอกว่าไม่ได้เป็นคนตรวจ  สุดท้ายมีพยาบาลเดินมาบอกว่าถ้ารู้สึกดีขึ้นให้กลับบ้านได้  ไม่มีใครมาอธิบายว่าเขาเป็นอะไร  ทำไมถึงให้กลับบ้าน  ต้องตรวจอะไรต่อไป  ต้องรักษาอะไรอีก  สามีบอกว่าอย่าไปรบกวนเขาเลย  พาเฮียกลับบ้าน  กลับไปตั้งหลักที่บ้าน

เหตุการณ์ที่ 5 
ฟัน หน้าของเซ้นต์ยื่น  เพื่อนบ้านแนะนำให้ไปหาหมอฟันที่คลีนิกทันสมัยเครื่องมือพร้อม  ว่าจะจัดฟันได้หรือไม่ หลังจากตรวจและวางแผนการจัดฟันแล้ว หมอหายไปพักใหญ่ แล้วมอบฟิล์มเอกซ์เรย์ แบบฟัน  สำเนาเวชระเบียนให้  บอกว่าอุปกรณ์เครื่องมือที่คลินิกไม่พร้อมให้ไปที่อื่น ทั้งที่เพื่อนบ้านก็จัดฟันที่นี่หลายคน

เหตุการณ์ที่ 6 
ฉัน พาน้องเซ้นต์ไปรักษาโรคผิวหนังในห้างสรรพสินค้า  วันแรกตรวจเสร็จได้ยามาทา   ครั้งที่สองพบหมออีกท่านตรวจเสร็จสั่งยา  พร้อมกับให้เจ้าหน้าที่ถ่ายสำเนาเวชระเบียน  แล้วบอกว่าไปรักษาที่อื่นได้  ฉันงงว่าไม่เคยแจ้งหมอว่าจะไปรักษาที่อื่น  แทบไม่ได้คุยกับหมอด้วยซ้ำ ฉันรู้สึกเสียใจแต่ก็ไม่อยากคิดว่าหมอจะผลักไสเรา  จึงถามคนไข้อื่น ๆ ปรากฏว่าเขาทำแบบนี้กับฉันคนเดียวทั้งที่คนไข้แน่นคลีนิก

เหตุการณ์ที่ 7
บ้าน ทรุดโทรม  สามีให้ฉันติดต่อช่างมาตีราคา  นัดเวลาลงมือซ่อมเรียบร้อย  เขาไปเห็นรายชื่อจำเลยที่ฉันแปะไว้ข้างฝาบ้าน เขาบอกว่ามีน้องเป็นหมอ  แล้วเขาก็หายหน้าไปเลย

ครอบครัวเราตกที่นั่งลำบากทุกวันนี้จะ กิน  จะนั่ง  จะยืน  จะเดิน  ต้องระมัดระวังหวาดระแวงไปหมด  ห่วงว่าเจ็บป่วยขึ้นมา ต้องนั่งช้ำใจกับการถูกหมอไม่อยากรักษา  ทำให้รู้สึกว่าสิทธิของคนในครอบครัวถูกละเมิดอย่างแรง  แต่ก็ไม่อยากก่อศึกหลายด้าน  นี่คือความขมขื่นของครอบครัว “ล้อเสริมวัฒนา”

เพื่อความสบายใจ  ทุกคนในครอบครัวยอมเปลี่ยนชื่อ แต่วันหนึ่งเมื่อพาลูกไปหาหมอ  เขียนชื่อใหม่แต่หมอมองหน้าแล้วถามว่า “คุณไม่ได้ชื่อนี้..ชื่อดลพรไม่ใช่หรือ”

ฉันยอมรับในชะตากรรม  จึงตั้งจิตอธิษฐานว่า
“ชีวิต นี้..หากการต่อสู้เพื่อลูก เพื่อสังคมโดยไม่เคยหวังสิ่งใดตอบแทนนั้น เป็นการกระทำที่ถูกต้องก็ขอให้ฉันและครอบครัวมีสุขภาพดี  แต่หากเมื่อถึงเวลาจะต้อง “หมดอายุขัย”  ก็ขอให้กุศลผลบุญนั้นได้ช่วยให้ฉันกับญาติพี่น้อง ไปอย่างสงบ โดยไม่ต้องพึ่งหมอ”

6 มกราคม 2549
คำ อธิษฐานเป็นจริง พ่อของฉันอยู่เชียงราย กับแม่ของสามีอยู่กรุงเทพฯ  อายุ 71 ปีเท่ากัน ได้เสียชีวิตอย่างสงบ ในเช้าตรู่ของวันเดียวกัน เวลาไล่เลี่ยกัน  ท่ามกลางงุนงงของญาติพี่น้องและคนที่รู้จักเป็นอย่างยิ่ง  จะโดยบังเอิญหรือไม่..ฉันเท่านั้นที่รู้...

“ขอบคุณสวรรค์ที่ได้ยินคำอธิษฐาน..ของคนที่หมอเกลียดอย่างฉัน”

ชีวิตฉันมักเจออะไร 2 เด้งเสมอ

วันนี้..ครอบครัวถูกหมอต่อต้านอย่างนี้ “แล้วใครจะผ่าตัดให้ลูก” ลูกยิ่งโตยิ่งใกล้เวลาผ่าตัดใส่ข้อสะโพกเทียม  ภาพความกลัว เจ็บปวด ทุกข์ทรมาน มันยังฝังอยู่ในใจไม่เคยลืม  ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก

ขอให้มีปาฏิหาริย์ช่วยให้เซ้นต์หายโดยไม่ต้องพึ่งหมอ 
ก่อนที่ฉันจะแก่และไม่มีแรงสู้เพื่อเขาอีกต่อไป 


ถ่ายรูปกับพ่อครั้งสุดท้าย
สู่สุขคติค่ะพ่อ..เช้าตรู่ของวันที่ 6 ม.ค.49
สู่สุขคติค่ะอาม่า..เช้าตรู่ของวันที่ 6 ม.ค.49
เซ้นต์บวชหน้าไฟให้คุณตา เสร็จงานคุณตาที่เชียงราย..ต้องรีบกลับมางานของอาม่าที่กรุงเทพฯ

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ