ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

หมอคะ..ทำไมลูกหนูติดเอดส์?

“ทันทีที่รู้ว่าลูกติดเชื้อ HIV ครอบครัวเราเหมือนตกอยู่ในโลกมืด หลายปัญหาประดังตามมา จนเราตั้งตัวแทบไม่ทัน ชีวิตที่เปลี่ยนไปทำให้เราอยู่ในสังคมอย่างไม่มีความสุขและสิ้นหวัง  เราอาศัยอยู่บ้านญาติ เมื่อเขาทราบว่าน้องแทนติดเชื้อ HIV เราถูกรังเกียจทันที เขาไม่เชื่อว่าน้องแทนเป็นคนเดียว  เราจำใจต้องหอบหิ้วลูกไปเช่าห้องอยู่ข้างนอก” ภิรมย์เล่าทั้งน้ำตา

ภิรมย์ เป็นแม่บ้านของสถาปนิกหนุ่ม เล่าให้ผู้เขียนฟังด้วยน้ำตานองหน้าว่า เธอมีลูกชาย 2 คน น้องแทนอายุ 11 ขวบ น้องทิว 8 ขวบ มีครอบครัวที่อบอุ่นมาโดยตลอด อะไรที่ทำให้ครอบครัวนี้เหมือนตกอยู่ในโลกมืด
 
รพ.ที่หนึ่ง 
24 มี.ค.41 ภิรมย์ไปคลอดน้องแทน  และฉีดวัคซีนครบตามกำหนด

รพ.ที่สอง 
ปี 43-44  ภิรมย์พาน้องแทนไปรักษาอาหารหอบ และปอดอักเสบ มาโดยตลอด

รพ.ที่สาม 
ก.ค.45   ภิรมย์พาน้องแทนไปรักษาด้วยอาการตัวร้อน และท้องเสีย ถูกส่งตัวไปรพ.ที่สี่

รพ.ที่สี่
ก.ค.45  หมอตรวจเลือดน้องแทน และพบว่ามีเชื้อ HIV
“หลัง จากตรวจพบว่าน้องแทนติดเชื้อ และตรวจว่าพ่อแม่และลูกคนเล็กไม่มีเชื้อแล้ว  หมอไม่ได้ให้ความเห็น  หรือให้คำแนะนำว่าเราควรจะดำเนินชีวิตอย่างไร  ไม่มีใครใส่ใจเราเลย  บอกแต่เพียงว่าให้กลับบ้านได้” ภิรมย์กล่าว

รพ.ที่ห้า
ทั้งครอบครัวพากันไปตรวจเลือด  พบว่าน้องแทนติดเชื้อ HIV เพียงคนเดียว

ภิรมย์ร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาความเป็นธรรมให้ลูกตั้งแต่ปี 45 ถึง ปัจจุบันปี 53
กรมการแพทย์ ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใด ๆ
กรรมการแพทยสภาคนหนึ่งพูดว่า  "เด็กถูกข่มขืนเยอะแยะไป"
“เป็น คำพูดที่ซ้ำเติมความทุกข์ของเรามากยิ่งขึ้น ท่านไม่มีมติท่านเงียบเราก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว แต่ทำไมต้องมีคำพูดแบบนั้น” ภิรมย์กล่าว

“เราไปหลายหน่วยงาน  ไปหลายครั้ง รวมถึงพรรคการเมืองในดวงใจเราด้วย  แต่ไม่เคยมีใครให้ความสนใจแม้แต่คนเดียว ลูกติดเชื้อจากสาเหตุใดไม่มีใครตอบได้ ไม่มีใครช่วยเหลือหรือเยียวยาจิตใจ ปล่อยให้เราเผชิญชะตากรรมอย่างโดดเดี่ยวมานานถึง 8 ปีแล้ว น้องแทนได้รับยาต้านเชื้อไวรัสและรักษาโรคแทรกซ้อน ลูกรับรู้แล้วว่าตนเองป่วยด้วยโรคอะไรแต่ไม่ทราบสาเหตุ ต้องเรียนหนังสืออยู่กับบ้าน (Home school)   การเลี้ยงดูลูกที่สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง เจ็บป่วยมีโรคแทรกซ้อนต้องเข้าโรงพยาบาลเป็นประจำนั้น แม้จะใช้สิทธิบัตรทอง แต่ก็ยังเป็นภาระหนักอึ้งที่ครอบครัวเราต้องแบกกันเพียงลำพัง”

“ครอบ ครัวเราทราบดีว่า ความโชคร้ายที่ลูกได้รับไม่มีใครต้องการให้เกิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว กระทรวงสาธารณสุขทำไมไม่ช่วยเราตามหลักมนุษยธรรม กลับทอดทิ้งให้เราต้องแบกรับปัญหานี้โดยลำพัง  ขอท่านโปรดเห็นอกเห็นใจใน ความทุกข์ยาก แม้จะไม่สามารถระบุได้ว่าใครผิดใครถูกก็ตาม”  ภิรมย์พูดอย่างสิ้นหวัง

และเธอคงสิ้นหวังต่อไป เนื่องจากไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้เขียนยังคงได้รับโทรศัพท์จากเธอด้วยน้ำเสียงที่ปนสะอื้น ผู้เขียนก็ไม่รู้จะช่วยเธอได้อย่างไรแล้ว  เพราะภิรมย์ไม่อยากซ้ำเติมลูกด้วยการออกสื่อ  ผู้เขียนเชื่อว่าหากมีพรบ. น้องแทนจะต้องได้รับความช่วยเหลือ  ขณะนี้ภิรมย์รอคอยพรบ.ด้วยความหวัง ท่านนายกฯ คะ โปรดรับรู้ว่ามีผู้คนในสังคมอีกมากมายที่รอความช่วยเหลือจากท่านอยู่

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ