ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

ผมติดคุก..เพราะเมียผ่าไส้ติ่ง!

เรื่องนี้เศร้าบุญชูเป็นรปภ.ของรพ.ชุมชน พรทิพย์เมียบุญชูทำขนมขายส่งตัวเองเรียนราชภัฏใกล้จบ มีลูกชายอายุ 8 ขวบ ปี 44 เกิดไฟไหม้บ้าน  บุญชูกู้เงินสร้างบ้านใหม่แต่ไม่ทันเสร็จพรทิพย์กลายเป็นคนปัญญาอ่อน  บุุญชูต้องระเห็จไปอยู่ในคุก ดับฝันที่มีร่วมกันไปจนหมดสิ้น

14 ธ.ค.44
พรทิพย์ปวดท้องมาก บุญชูพาเมียไปรพ.ชุมชนที่ตนเองทำงานอยู่  หมอบอกว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบต้องผ่าตัดวันพรุ่งนี้

บุญ ชูขอให้ส่งตัวพรทิพย์ไปรพ.ใหญ่  แต่หมอบอกว่าไม่เป็นไรผ่านิดเดียวเองไม่อันตราย และร่างกายผู้ป่วยก็แข็งแรงดี รับรองว่าเมียปลอดภัยแน่นอน บุญชูจึงยินยอม
         
เช้าวันที่ 15 ธ.ค.44
บุญ ชูเข็นเมียไปส่งห้องผ่าตัด และขอเข้าไปดูในห้องผ่าตัดด้วย หมออนุญาตและให้ไปเปลี่ยนชุด  ขณะที่บุญชูกำลังเปลี่ยนชุด หมอได้ฉีดยาบล็อกหลังให้พรทิพย์

ผ่านไปประมาณ 15 นาที หมอเรียกบุญชูให้เข้าไปดูเมียด่วน  พรทิพย์มีอาการเหม่อลอยชักกระตุก   บุญชูเรียกชื่อเมีย และเธอพูดเป็นคำสุดท้ายว่า ”หายใจไม่ออก” แล้วก็หมดสติไป

หมอสั่งให้ออกซิเจนแต่ออกซิเจนในถังหมด บุญชูวิ่งไปอีกตึกแต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้บอกว่ากำลังใช้พ่นยาให้ผู้ป่วยอีกคนอยู่  ต้องให้หมอสั่งจึงจะยอมให้

กว่า จะแบกถังออกซิเจนกลับมาที่ห้องผ่าตัด พรทิพย์หยุดหายใจไปประมาณ 20 นาทีแล้ว ต้องปั๊มหัวใจนานเกือบชั่วโมง เมื่อชีพจรเต้นก็ส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.จังหวัด

พรทิพย์ รักษาตัวที่รพ.จังหวัดนานกว่า 20 วัน และกลายเป็นคนพิการทางสมองระดับรุนแรง

หลังเกิดเหตุ
รพชุมชนรับตัวพรทิพย์ไปดูแลต่อ  ทั้งปลอบทั้งขู่สัญญาจะรับบุญชูเข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำ  จะได้มีรายได้เลี้ยงดูลูกและเมีย

บุญชูรอนานถึง 4 ปี  ทางรพ.ก็ไม่ทำตามสัญญา

ต่อ มารพ.ให้บุญชูนำเมียกลับไปดูแลต่อที่บ้าน  ครอบครัวลำบากมากเนื่องจากลูกก็ยังเล็ก  พรทิพย์ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ภาระทุกอย่างตกอยู่กับบุญชู  ทุกครั้งก่อนออกไปทำงาน  ต้องเก็บสิ่งของที่กินแล้วมีอันตรายเช่นผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ฯลฯ เวลาไม่มีใครอยู่พรทิพย์จะเก็บสิ่งเหล่านี้กิน ถ้าไม่ปิดประตู หน้าต่าง ให้แน่นหนา พรทิพย์จะเดินไปเรื่อยเปื่อย ใครชวนไปไหนก็ไป ไม่สามารถกลับเองได้ เมื่อตามให้กลับจะวิ่งหนีเพราะจำบุญชูไม่ได้  อีกทั้งพรทิพย์ไม่สามารถบังคับการขับถ่ายได้ เธอฉี่และถ่ายไปทั่วไม่สามารถรับรู้อะไรได้เลย

เมื่อบุญชูทวงสัญญากับทางรพ.
ถูก หาว่าเรื่องมาก  เป็นคนไม่รักที่ทำงานของตัวเอง  ต้องการทำให้รพ.เสียชื่อเสียง  หาว่าบุญชูนำแต่ความเสื่อมเสียมาให้ บุญชูถูกกดดันให้ลาออกจากงาน   ผอ.คนที่ทำสัญญาก็ย้ายไปแล้ว

"ผมไม่เคยคิดฟ้องร้องใคร  แต่ผมรู้สึกเสียใจที่ทางโรงพยาบาลไม่ทำตามสัญญา  คนที่เกี่ยวข้องก็ขอย้ายหนีกันไปหมด  ไม่รู้จะตามเอาเรื่องกับใคร  การจดบันทึกตอนพูดคุยกันนั้นคำใดที่พอจะผูกมัดให้เขารับผิดชอบบ้างก็ไม่มี  เขาไม่จดเลย  มีแต่พยานบุคคลเท่านั้นที่พอจะอ้างได้   ผมมีความเครียดมาก ต้องอดทนทุกอย่างไม่ว่าเรื่องรายได้  ด้านครอบครัว  สุขภาพจิตผมแย่มาก  ไม่เป็นอันทำการทำงาน  เวลาผมไปทำงานต้องปิดประตูบ้านขังเมียไว้ สงสารลูกชายที่ต้องมีแม่เป็นคนพิการ  ผมต้องกลับบ้านตอนพักเที่ยงเพื่อส่งข้าวส่งน้ำให้เมีย ป้อนข้าวป้อนน้ำให้เธอ  กลับช้าก็ถูกทางโรงพยาบาลตัดเงินเดือน  เงินก็น้อยอยู่แล้วมาโดนตัดอีกจะเหลืออะไร  ผมถูกตัดเงินเดือนบ่อยเป็นการบีบให้ผมลาออก  ผมคิดจะลาออกไปสู้หาความยุติธรรมหลายครั้ง  แต่ก็อดใจไว้ไม่ทำเพราะตนเองเป็นลูกจ้างเขา และภรรยาก็ยังรักษาอยู่กับเขา" บุญชูกล่าว

"เมื่อผมทวงสัญญาบ่อยเข้าโรงพยาบาลก็ท้าให้ผมไปฟ้องร้องเอาเอง  ผมจึงไปแจ้งความ  แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความเนื่องจากรู้จักกันดีกับทางโรงพยาบาล  ผมจึงไปร้องเรียนสถานีวิทยุแห่งหนึ่ง จนเป็นข่าวหน้าหนึ่ง เมื่อเป็นข่าวทางรพ.ยิ่งปฏิบัติกับผมไม่ดี  ผมขอข้าวที่เหลือจากการให้ผู้ป่วยในโรงพยาบาลเพื่อนำไปให้เมียผมกินที่บ้านเขาก็ไม่ให้   ผมไปหาสสจ.จังหวัดแจ้งเรื่องที่เขาไม่ให้ข้าวผม แต่เรื่องก็เงียบหายไปไม่มีใครติดต่อผมเลย" บุญชูเล่าต่อ

"หลังเป็นข่าวผมถูกกลั่นแกล้งอย่างหนัก  จึงตัดสินใจลาออกเพื่อหาความยุติธรรมให้ครอบครัว  ผมไปร้องขอเป็นผู้อนุบาลเมียต่อศาล เพื่อให้ตนเองดำเนินเรื่องทางกฎหมายแทนเมียได้  ยิ่งทำให้รพ.กลั่นแกล้งผมหนักขึ้น ด้วยการยัดข้อหาต่าง ๆ ให้ผมมากมาย  เช่นให้เจ้าหนี้ที่ผมไปกู้เงินเขามาสร้างบ้านไปแจ้งความว่าผมฉ้อโกงเงิน ทั้งที่ผมจ่ายค่างวดให้เขาทุกเดือนไม่เคยขาด  มิหนำซ้ำยังให้เจ้าหน้าที่รพ.ไปแจ้งความจับผมในข้อหาขโมยเอกสารของทางราชการ ทั้งที่เป็นสำเนาประวัติการรักษาพยาบาล  และเป็นสำเนาเอกสารเก่าที่เขาจะทิ้งแล้ว เขากลั่นแกล้งเพื่อให้ผมมีคดีอาญาติดตัว  ซึ่งจะทำให้ผมขอเป็นผู้อนุบาลภรรยาไม่ผ่าน"  บุญชูเล่าด้วยน้ำตา

วันที่ 7 ตค.48
"เจ้าหน้าที่ตำรวจจับผมไปโรงพัก  โดยไม่มีหมายจับแสดง ผมถูกตำรวจกล้อนผมและขังไว้ที่โรงพักถึง 2 คืน 3 วัน ตั้งข้อหาขโมยเอกสารและหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดเลย  ในขณะที่ผมถูกขังอยู่ที่โรงพักอยู่นั้น  ผมเป็นห่วงเมียที่พิการและลูกที่ยังเล็ก จึงขอร้องตำรวจว่าขอกลับไปเอาข้าวให้ภรรยากิน  เขาก็ไม่ให้บอกว่าไม่ใช่เรื่องของตำรวจ ผมขอโทรศัพท์เขาก็ไม่อนุญาต  เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ฟังคำให้การของผมเลย  มีแต่บอกว่ายอมรับผิดเถอะ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา ต่อมาตำรวจทำสำนวนส่งอัยการ  อัยการสั่งฟ้องผม  ศาลพิพากษาให้ผมแพ้คดีสั่งลงโทษผมจำคุก 3 ปีโดยไม่รอลงอาญา  / ต่อมาศาลอุทธรณ์ ก็พิพากษายืน ให้ผมติดคุก 3 ปีโดยไม่รอลงอาญา  ผมไม่ได้รับการประกันตัวต้องรอศาลฎีกาสั่ง ผมยื่นฎีกาไปศาลฎีกาก็ยังไม่มีคำ สั่งลงมา  ผมติดคุกนานกว่า 6 เดือนแล้ว  ปกติผมเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว ขาดผมแล้วใครจะดูแลเมียผม แม่ผมก็แก่แล้ว พวกเขาจะอยู่กันอย่างไร พ่อผมก็เพิ่งตาย  ใครจะทำนา  หน้านาแล้ว”

"ทุกอย่างที่ผมพูด เป็นความจริงทั้งสิ้น มีหลักฐานยืนยันทุกสิ่งทุกอย่างไม่เคยโกหกเลย  ผมพูดออกมาจากใจของชาวบ้านที่ไม่มีทางสู้  ถูกเอารัดเอาเปรียบกดขี่ข่มเหงจิตใจ  จนผมต้องลุกขึ้นมาสู้  ผมเป็นคนยากคนจน  เมียผมก็ปัญญาอ่อน ครอบครัวลำบาก ต้องวิ่งหาเงินประกันตัวสู้คดีทั้งที่ไม่ได้ทำความผิดอะไรเลย ผมผิดอะไรทำไมต้องมาทำร้ายผมถึงขนาดนี้  ภรรยาผมต้องกลายเป็นคนพิการยังไม่พอ  ผมต้องตกงาน  มิหนำซ้ำยังต้องมาติดคุกติดตารางอีก  ลูกผมเขาจะรู้สึกอย่างไร ทั้งพ่อทั้งแม่ต้องเป็นแบบนี้  ชาวบ้านที่โง่ ๆ อย่างผม  ไม่รู้กฎหมายไม่มีพรรคมีพวกใช่หรือไม่ต้องมาประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้   ใครจะช่วยผมได้    ในโลกนี้จะมีความเป็นธรรมอยู่อีกหรือ"

เครือ ข่ายฯได้ช่วยบุญชูฟ้องกระทรวงสาธารณสุข เรียกค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์พิพากษาให้แพ้คดีบอกว่าหมอรักษาได้มาตรฐานดีแล้ว บุญชูร้องไห้หน้าบันไดศาลว่า"เมียผมพิการแบบได้มาตรฐานหรือ" คดีกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา

ผู้เขียนไปเยี่ยม บุญชูที่เรือนจำ  และได้ปรึกษากับบุญชูว่าหากรอศาลฎีกาสั่งก็คงจะนานและไม่รู้เมื่อไหร่  บุญชูบอกว่าให้ช่วยดำเนินเรื่องให้เป็นนักโทษเด็ดขาดดีกว่า  เพราะจะได้มีสิทธิขอพระราชทานอภัยโทษในวันแม่ และวันพ่อแห่งชาติได้  ขณะนี้บุญชูเป็นนักโทษเด็ดขาด และรอการพระราชทานอภัยโทษตามวาระต่าง ๆ

ผู้เขียนเศร้าจนไม่รู้จะเศร้าอย่างไร  ไปเยี่ยมบ้านบุญชู  ถามพรทิพย์ว่าบุญชูไปไหน  เธอตอบว่าไปทำงานเป็นหมอเดี๋ยวก็กลับจ้า...

บุญชู โคกโพ
พี่ดอกรักกับน้องจูนมาศาลพอดีเลยมาให้กำลังใจ
วันชื่นคืนสุข..ไม่มีอีกแล้ว
จากคนสวย อ่อนหวาน มีความฝันจะเป็นครูสอนเด็ก ๆ
สภาพบ้านไม่เป็นบ้าน
ห้องที่ไม่เป็นห้อง
หน้าต่างบ้านยังไม่มี บ้านยังสร้างไม่เสร็จ
จะสุขอย่างไร..กันนั่น
ถามว่าบุญชูไปไหน..พรทิพย์ตอบว่าไปทำงานจ้า..เป็นหมอจ้า..เดี๋ยวก็กลับ..เธอนั่งคอยบุญชูที่ติดคุกไม่กลับบ้านนาน6เดือนแล้ว

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ