ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

หมอครับ..แค่ผ่าฝีทำไมผมตาย?

รุ้งและน้องส้มลูกสาวอายุเพียง 5 ขวบ สองแม่ลูกยืนร้องไห้น้ำตาไหลอาบแก้ม ในมือถือรูปถ่ายนายตำรวจผู้เป็นสามีและพ่อ ที่บริเวณหน้าศาลในช่วงเช้าวันหนึ่งหนึ่ง หลายคนคงอยากถามว่าเกิดอะไรขึ้น มาฟังเรื่องราวกันค่ะ

ที่รพ.รัฐแห่งหนึ่ง 
7 ส.ค.45
ร.ต.อ.ไปนอนรพ.เพื่อรอผ่าฝีบริเวณใกล้ทวารหนักในวันรุ่งขึ้น (ฝีเม็ดเท่าหัวแม่มือ)

8 ส.ค.45 
ช่วงบ่ายได้รับการผ่าตัด

หลังผ่าตัดหมอเจ้าของไข้สั่งจ่ายยาแก้อักเสบชื่อBactrim(ซัลฟา) ให้กิน 

หลังกินยา ร.ต.อ.เกิดอาการแพ้ยาอย่างรุนแรง มีไข้หนาวสั่นและมีผื่นขึ้นตามตัว   

พยาบาล รายงานหมอเจ้าของไข้   แต่หมอไม่ได้มาตรวจคนไข้ด้วยตนเอง หมอสั่งยาทางโทรศัพท์ โดยสั่งให้ฉีดยาต้านฮีสตามีนซึ่งเป็นยาแก้แพ้ชนิดอ่อน ที่ไม่เหมาะกับภาวะของโรคแพ้ยาที่รุนแรง รวมทั้งไม่ได้สั่งให้หยุดยาซัลฟาทันที ยังคงสั่งยาซัลฟาให้รตอ.กินยาต่ออีก 1 ครั้ง ในตอนเช้าของวันที่ 9 ส.ค.45 ตอน 9 โมงเช้า

9 ส.ค.45 
หมอคนที่สอง
มา รับเวรต่อจากหมอเจ้าของไข้ รับรายงานจากพยาบาลว่ารตอ.มีอาการแพ้ยา หมอไม่ได้มาตรวจดูว่าคนไข้กินยาอะไรอยู่และน่าจะแพ้ยาอะไร หมอสั่งให้ฉีดยาแก้แพ้ชนิดอ่อน และไม่สั่งให้หยุดยาซัลฟาทันที เป็นเหตุให้การแพ้ยายังคงดำเนินต่อไป จนผื่นตามตัว ร.ต.อ.กลายเป็นรอยไหม้เหมือนถูกเตารีดนาบทั้งตัว ปากพอง ตาแดงก่ำ ทั้งที่หมอควรจะหยุดยั้งความรุนแรงของการแพ้ยาได้บ้าง ด้วยการสั่งหยุดยาซัลฟาทันที แต่หมอก็ไม่ได้สั่ง  

กลับรอจนหมอเจ้าของไข้มาสั่งหยุดยาในเวลาประมาณ 10.00 น. ซึ่งไม่ทันการแล้วเพราะคนไข้แพ้ยาจนช็อค ความดันโลหิตตก ชีพจรเต้นเร็ว มีไข้สูง มีรายงานว่าไม่มีปัสสาวะในเบื้องต้น และแม้จะมีปัสสาวะในเวลาต่อมาก็สีค่อนข้างเข้ม ซึ่งอาการเหล่านี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าคนไข้ยารุนแรงถึงขั้นช็อค จนอาจเสียชีวิตได้หากรักษาไม่ถูกต้อง หรือไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ซึ่งอาการของคนไข้ชัดเจนตั้งแต่คืนวันที่ 8 แล้วว่าเป็นการแพ้ยาที่รุนแรง

การ รักษาที่ถูกต้องนั้น หมอจะต้องมาเฝ้าดูอาการด้วยตนเอง และให้น้ำเกลือไหลเข้าสู่ร่างกายของผู้ป่วยเร็ว ๆ ทางเส้นเลือด จนผู้ป่วยมีความดันโลหิตดีขึ้น รู้ตัวดีขึ้น และที่สำคัญคือมีปัสสาวะไหลออกมาให้เห็นทางสายท่อปัสสาวะ ซึ่งต้องคาค้างไว้เพื่อเฝ้าดูการไหลของปัสสาวะได้อย่างใกล้ชิด แต่หอมก็มิได้เอาใจใส่และรักษาตามหลักวิชาการ ปล่อยให้ ร.ต.อ.ช็อค ความดันโลหิตต่ำ ชีพจรเต้นเร็วและไม่มีปัสสาวะออกมาเลยเป็นเวลา 2 วันจนไตวาย จึงได้ใส่สายสวนปัสสาวะคาทิ้งไว้เพื่อเฝ้าดูการไหลของปัสสาวะแล้วย้ายเข้าไป รักษาในห้องICU ซึ่งถึงขณะนั้นร.ต.อ.ก็แทบจะไม่มีโอกาสรอดชีวิตแล้ว เพราะกว่าจะรู้ว่าคนไข้ไตวายปัสสาวะไม่ออก ก็มีการให้น้ำเกลือเกินความจำเป็น จนปอดมีน้ำท่วมท้นคั่งปอด

ในที่สุด ร.ต.อ. ก็เสียชีวิตลง 4 วันหลังการผ่าตัด

ทางรพ.ระบุสาเหตุการตายว่า “ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว”

หมอเจ้าของไข้ระบุว่าเกิดจากการแพ้ยาในระดับ “TYPE 3” ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัย

เมื่อขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานต้นสังกัด ได้รับคำตอบว่า “ร.ต.อ.เสียชีวิตจากการแพ้ยาให้ยุติเรื่อง”

รุ้ง เล่าถึงชีวิตหลังจากสูญเสียเสาหลักว่า พบแต่ความยากลำบาก ต้องต่อสู้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ก่อนหน้านั้นสามีเป็นผู้หารายได้เลี้ยงครอบครัวแต่เพียงผู้เดียว รุ้งพยายามหารายได้ด้วยการรับสลากกินแบ่งรัฐบาลมาขาย โดยไม่มีงานประจำทำเป็นหลักแหล่ง ทุกเดือนต้องบากหน้าไปขอยืมเงินจากญาติคราวละ 2-3 พันบาท ส่วนน้องส้มจะคอยถามว่า “เมื่อไรพ่อจะกลับมา” ทำให้รู้สึกสงสารลูกจับใจ

“ทุกคืนก่อนนอนสามีจะเป็นคนกล่อมลูกตลอด เมื่อเขาจากไป น้องส้มก็จะคอยพร่ำถามว่า เมื่อไรพ่อจะกลับมา ทำไมพ่อไม่มากล่อม”  รุ้งเล่าด้วยน้ำตานองหน้า

สาม ปีที่สามีจากไปรุ้งพยายามทวงถามความเป็นธรรมให้สามี  แต่ก็ถึงแต่ทางตัน จนวันหนึ่งเธอได้เห็นผู้เขียนทางทีวี เครือข่ายฯ พารุ้งไปพึ่งกระบวนการยุติธรรม  ในที่สุดศาลชั้นต้นพิพากษาให้รุ้งกับลูกชนะคดี  และอยู่ระหว่างรอการพิจารณาของศาลอุทธรณ์  ตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงวันนี้ก็ 8 ปีแล้ว  ซึ่งไม่รู้ว่าจะต้องรอนานอีกกี่ปี  ขณะที่รุ้งเองก็ป่วยและมีโรคประจำต้ว  และห่วงว่าหากตนเองเป็นอะไรไปใครจะดูแลน้องส้มลูกสาว

วันนี้เหลือเพียงสองเรา
วันชื่นคืนสุข
พร้อมหน้าพร้อมตา
พ่อหนูหายไปไหน
เพื่อนร่วมทุกข์ ช่วยกันตามมีตามเกิด ไม่มีใครช่วยเราได้ นอกจากพวกเรากันเอง

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ