ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

หมอคะ..ไส้หนู!

วนาพรเจ้าของร้านเสริมสวยอยากมีลูก  จึงปรึกษาหมอที่รพ.เอกชนแห่งหนึ่ง  หมอบอกว่าร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์มีบุตรได้ แต่มีพังผืดอยู่ระหว่างรังไข่และมดลูก ต้องผ่าตัดแก้ไข

ผ่าตัดครั้งที่หนึ่ง
25 พ.ย.52 
เข้ารับการผ่าตัด  หลังผ่าตัดแล้วหมอคนที่หนึ่งแจ้งว่าเรียบร้อยดี แต่..เนื่องจากตรวจพบพังผืดบางส่วนติดอยู่กับลำไส้ ทำให้มีดไปสะกิดโดนส่วนที่เป็นลำไส้   หมอเย็บตกแต่งเรียบร้อยแล้ว  หมอให้พักในรพ. 5 วัน

29 พ.ย.52 
กลับ ถึงบ้านวนาพรดื่มน้ำผลไม้เล็กน้อย ก็อาเจียนและปวดท้องอย่างรุนแรง  รีบกลับไปรพ.เดิม  หมอให้นอนพักและให้น้ำเกลือ  จากนั้นได้เอ็กซเรย์ดูหลายครั้ง แจ้งว่าลำไส้บางส่วนไม่ทำงาน  ต้อง สอดสายยางเข้าทางจมูกจนถึงลำไส้ ดูดน้ำย่อยและน้ำดีออกมา  ถูกเจาะบริเวณแขนซ้ายขวา บางครั้งก็เป็นบริเวณข้อเท้า เพื่อให้อาหารและน้ำเกลือ

หมอคนที่หนี่งบอกว่า  พังผืดบีบรัดลำไส้มีลักษณะคล้ายลูกโป่ง น้ำย่อยและน้ำดีผ่านไม่ได้ วนาพรนอนเจ็บปวดทรมานถึง 10 วัน ได้กลิ่นเหม็นเน่าออกจากข้างใน และเจ็บลำคออย่างมาก แต่พยาบาลบอกว่าเป็นกลิ่นเหม็นจากน้ำย่อยไม่เป็นไร

หมอผู้เชี่ยวชาญด้านลำไส้
หมอคนที่สองดูฟิล์มเอ็กซเรย์แล้วแจ้งว่า  ลำไส้ไม่ทำงานหลายส่วน จำเป็นต้องฉีดรังสีเข้าเส้นเพื่อเอ็กซ์เรย์อย่างละเอียด ก่อนผ่าตัดอีกครั้ง

ผ่าตัดครั้งที่ 2
หมอ คนที่สองแจ้งว่า การผ่าตัดหมอใส่สายยางดูดน้ำย่อยคาไว้  เพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บเวลาสอดใส่สายยาง  พร้อมกับผ่าตัดใส่สายให้สารอาหารบริเวณลำคอด้วย วนาพรยินยอมเพราะอยากหาย  หลังผ่าตัด วนาพรสอบถามพยาบาลว่า

ในการผ่าตัดครั้งแรกนั้น หมอคนที่หนึ่งตัดลำไส้หรือไม่  ตัดไปเท่าไร  พยาบาลบอกว่าตัดไป 8 ม.ม.
แต่จากการถามหมอผู้ผ่าตัดให้ครั้งที่สองบอกว่า  ตัดไปครึ่งหนึ่งของลำไส้เล็ก เพราะพับงอและเน่าเสียจึงต้องตัดทิ้ง

วนา พรถามหมอคนที่หนึ่งว่า ในการผ่าตัดครั้งแรกหมอได้ตัดลำไส้ไปบางส่วน  ไม่ใช่มีดไปโดนและเย็บซ่อมตามที่บอก   หมอยอมรับว่าได้ตัดลำไส้เล็กไปจริงประมาณ 2 นิ้ว  เนื่องจากพบว่ามีพังผืดรัดลำไส้อยู่ อาจทำให้ลำไส้อุดตันได้

9 ธ.ค.52
รพ. แจ้งค่าใช้จ่าย  90,000 บาท  หมอคนที่หนึ่งบอกวนาพรว่าอย่าเครียด ทำใจให้สบาย หากเครียดจะส่งผลต่อการทำงานของลำไส้ และการฟื้นตัวของร่างกาย  หมอจะพูดกับ รพ.ให้มีส่วนลดให้

หลังผ่าตัด
รพ. แจ้งค่าใช้จ่าย 240,000 บาท ไม่มีส่วนลดแต่อย่างใด ทั้งที่การผ่าตัดต่อหมันก็ไม่สำเร็จ  หมอบอกว่าต่อไปวนาพรไม่สามารถมีลูกได้อีก

รพ.ให้วนาพรเซนต์ใบรับสภาพหนี้จำนวน 240,000 บาท ให้ผ่อนเป็นเวลา 1 ปี เดือนละ20,000บาท และต้องชำระงวดแรกก่อนจึงจะออกจากรพ.ได้ ระหว่างที่ยังตกลงกันไม่ได้ วนาพรรู้สึกเหมือนถูกควบคุมตัวคอยเช็คไม่ให้ออกจากรพ.ด้วย

นอก จากหมดโอกาสที่จะมีลูกตลอดชีวิต  ความเสียหายที่เกิดขึ้นทำให้วนาพรใช้ชีวิตได้ไม่ปกติ ทานอาหารเพียงสักครู่ เดียวก็ต้องขับถ่ายออก เธอต้องขับถ่ายวันละหลายครั้ง เนื่องจากลำไส้เหลือสั้นนิดเดียว ไม่สามารถทานอาหารปกติได้  ได้รับความทุกข์ทรมานทั้งใจและกาย  ร่างกายผ่ายผอมลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องปิดร้านเสริมสวยที่เคยทำรายได้ให้เธอถึงวันละ 3 พันบาทเป็นอย่างน้อย อีกทั้งยังทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงสองที่คือบ้านกับรพ.เพราะไม่สบาย บ่อยร่างกายไม่แข็งแรง

วนาพรเจรจากับทางรพ.หลายครั้งแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ 

วนาพรจำใจขอเอาาบารมีศาลเป็นที่พึ่ง  ทั้งที่เธอไม่เคยคิดขึ้นโรงขึ้นศาล

การเจรจาเกิดขึ้นหลายครั้งหลังเธอฟ้องคดีต่อศาล  สุดท้ายด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนล้าเธอจำใจยอมเซนต์สัญญาประนีประนอมยอมความที่วงเงิน 1.3 ล้านบาท  เงื่อนไขคือทางรพ.คู่กรณีจะไม่รักษาต่อเนื่องให้ และเธอก็ได้ไปใช้บริการที่รพ.อื่น

วนาพรให้เหตุผลว่า "สู้คดีต่อไปก็เครียด ไม่รู้ชนะหรือแพ้ เสียเวลาทำมาหากิน และร่างกายก็สู้ไม่ไหว เครียดมากไม่ได้ วันนี้ยอมจบแม้จะรู้ว่าเงินเท่าไหร่ก็ไม่สามารถมาชดเชยความเสียหายครั้งนี้ได้  แต่ก็จำใจยอมรับเพื่อให้ชีวิตสงบสุข แม้จะต้องรักษาตัวไปตลอดชีวิตก็ตาม"

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ