ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

น้ำตาจ่าโท..ลูกถูกตัดขา?

จ่าเจริญ เป็นครูฝึกทหาร พักอาศัยอยู่ในบ้านพักของค่ายแห่งหนึ่งพร้อมครอบครัว  จ่าเจริญมีลูกสาวสุดรักอายุ 14 ปีชื่อน้องนิก เรียนอยู่ชั้นม.2 ชอบเล่นบาสเก็ตบอลเป็นชีวิตจิตใจ

อุบัติเหตุ
น้องนิกหกล้มที่สนามบาสเกตบอลข้อเท้าแพลง และเจ็บห้วเข่า

รพ.ที่หนึ่ง (รพ.ในค่ายทหาร)
หมอตรวจแล้วนำยาแก้ปวดมาให้กิน และส่งตัวน้องนิกไปรพ.จังหวัด

รพ.ที่สอง (รพ.จังหวัด)
หมอเอกซเรย์พบว่า กระดูกหัวเข่าเคลื่อน พร้อมกดกระดูกและดันให้เข้าที่ แต่กระดูกไม่กลับเข้าที่ จึงเข้าเฝือกรอการผ่าตัด หลังผ่าตัด หมอเข้าเฝือกให้ แต่แน่นเกินไปจนน้องนิกเจ็บปวดขาอย่างรุนแรง  เมื่อเปิดเฝือกออก พบว่าขาน้องนิกมีสีดำคล้ำ หมอตกใจ จึงได้ส่งตัวน้องนิกไปอีกโรงพยาบาล

รพ.ที่สาม (รพ.จังหวัดใกล้เคียง)
หมอ ให้ความเห็นว่าต้องตัดขาน้องนิกทิ้ง เพราะขาท่อนล่างถึงปลายนิ้วเซลล์ตายหมดแล้ว จ่าเจริญสงสารลูกจับใจ ปรึกษาหมอว่ามีทางอื่นหรือไม่  แต่หมอยืนยันว่าต้องตัดขาเพียงอย่างเดียว และได้นำจิตแพทย์มาพูดคุยกับน้องนิกเพื่อให้ยินยอมตัดขา จ่าเจริญกับภรรยาทำใจไม่ได้พากันร้องไห้ สุดท้ายไม่สามารถทนเห็นลูกถูกตัดขาได้ จึงได้นำลูกกลับบ้านเกิด เพื่อรักษาแบบพื้นบ้าน และรักษากับหมอทางไสยศาสตร์ แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น

รพ.ที่สี่  (รพ.ขุมชน)
หมอบอกว่ารักษาไม่ได้ เครื่องมือไม่พร้อม จึงส่งตัวไปรพ.ศูนย์

รพ.ที่ห้า (รพ.ศูนย์)
หมอบอก ว่าไม่น่าพลาดขนาดนี้ เพราะอาการเด็กไม่ได้หนักขนาดนั้น แต่ถึงตอนนี้ก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ต้องตัดขาทิ้งอย่างเดียว ซึ่งเป็นคำพูดที่จ่าเจริญไม่อยากได้ยินและทำใจไม่ได้  จึงได้นำลูกสาวกลับบ้าน รักษาแบบพื้นบ้านอีกครั้ง แต่อาการน้องนิกแย่ลง  มีน้ำหนองเป็นสีดำไหลออกมา ส่งกลิ่นเหม็นเน่า

กลับไปรพ.ค่ายทหารอีกครั้ง
หมอเห็นแล้วว่าสุดจะเยียวยา จึงส่งตัวไปรพ.อีกแห่ง

รพ.ที่หก (โรงเรียนแพทย์)
หมอยืนยันว่าต้องตัดขา สุดท้ายไม่มีทางเลือก จ่าเจริญจึงบอกกับลูกว่า “พ่อแม่ทำได้แค่นี้และนี่เป็นทางเลือกสุดท้ายแล้ว”

"คืนนั้นเป็นคืนที่ผมไม่ลืมไปชั่วชีวิต เพราะเป็นคืนที่หมอตัดขาลูกผม จากที่เคยมี 2 ขาก็เหลือเพียงขาเดียวและพิการไปตลอดชีวิต
ผมได้ร้องเรียนกับ ผู้ว่าราชการจังหวัด และรมว.สาธารณสุข  ผลมีแต่การออกมาแก้ตัวตามหลักวิชาการเท่านั้น" จ่าเจริญกล่าว

รพ.ที่สองซึ่งเป็นคู่กรณีตั้งกก.สอบ
ผลระบุว่า “การตรวจรักษาของแพทย์ดำเนินการอย่างถูกต้องแล้ว”  

แพทยสภา
ชี้ว่าเป็นคดีไม่มีมูลหมอรักษาได้มาตรฐานดีแล้ว

ศาล..คือที่พึ่งสุดท้าย
จ่า เจริญจำใจฟ้องกระทรวงสาธารณสุข  ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ชนะคดี สั่งให้สธ.จ่ายค่าชดเชยให้น้องนิก 3 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี  (คดีสิ้นสุดแล้ว) จ่าเจริญและครอบครรัวใช้เวลาหาความเป็นธรรมนานหลายปี

จ่าเจริญกล่าวว่า
“หลัง จากลูกสาวถูกตัดขา ครอบครัวก็ตกอยู่ในสภาพจิตใจที่ย่ำแย่มาก เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ผมต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามาเพื่อรักษาลูก ใครว่าที่ไหนดีก็ดิ้นรนเพือไม่ให้ลูกถูกตัดขา ความเจ็บช้ำคือ ไม่มีใครออกมารับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น”

น้องนิกกล่าวว่า
“รู้สึก เสียใจที่สุดในชีวิต ที่ผ่านมาเคยไปโรงเรียนเรียนหนังสือและวิ่งเล่นกับเพื่อน ๆ แต่วันนี้ต้องสูญเสียขา ความฝันที่เคยหวังว่าจะได้เป็น 1 ในวงโยธวาทิตระดับประเทศก็หมดลงด้วย ที่ผ่านมาร่วมเล่นวงโยธวาทิตของโรงเรียนและเป็นตัวแทนของจังหวัด นับเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจ”

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ