ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

หมอคะ..แค่เสริมหน้าอกทำไมตายได้!

ในสายตาฉันความอยากสวยของผู้หญิงไม่ใช่เรื่องผิด แม้กระทั่งเรื่องเสริมหน้าอกเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ตนเอง  เพราะเป็นเรื่องของสิทธิที่จะทำได้  แต่การเลือกว่าจะทำศัลยกรรมกับใครนั้นเป็นเรื่องสำคัญ  หาไม่แล้วเราอาจไมได้กลับบ้านก็เป็นได้

ฉันขอร้องทุก ท่านที่ได้อ่านเรื่องนี้แล้ว  ได้โปรดอย่าประนามหญิงสาวคนนี้  เนื่องจากเรื่องราวของเธอสามารถเป็นอุทธาหรณ์และเตือนภัยให้สังคมได้

วันนี้ น้องผู้หญิงคนหนึ่งได้ร้องเรียนกับฉันว่า  น้องสาวของเธอไปผ่าตัดเสริมหน้าอกแล้วกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรามาได้หลายวัน แล้ว  มาฟังเธอเล่ากันค่ะ

น้องสาวของดิฉัน อายุ 32 ปี เป็นคนหน้าตาสวยมาก ทำงานเป็นพนักงานบริษัทมีเงินเดือนมากกว่าสองหมื่นบาท  ได้เห็นเพื่อนสาวคนหนึ่งไปทำศัลยกรรมหน้าอกมาได้ผลเป็นที่พอใจ  น้องสาวจึงมีความเชื่อถือและอยากจะทำตามบ้าง จึงพากันไปติดต่อที่คลีนิกแห่งหนึ่งย่านบางกอกน้อย  หมอได้เสนอราคาโปรโมชั่นที่ 34,900 บาท แต่มีเงื่อนไขว่าต้องรีบทำ เนื่องจากหมอจะเดินทางไปต่างประเทศ น้องสาวของดิฉันตกลงทำโดยไม่ลังเล  โดยไม่ได้บอกเรื่องนี้กับคนในครอบครัว

21 ต.ค. 2553
หมอ นัดให้น้องสาวดิฉันไปผ่าตัดที่รพ.เอกชนแห่งหนึ่งโดยมีเพื่อนสาวไปเป็นเพื่อน  เพื่อนน้องสาวเล่าให้ฟังว่าก่อนผ่าตัดหมอพูดว่าอยากรู้อะไรก็ถามโดยไม่ได้ ชี้แจงอะไรเป็นพิเศษ จากนั้นก็วัดขนาดว่า sizeอะไร แล้วจะใส่เพิ่มได้แค่ไหน ยี่ห้ออะไร เมื่อน้องสาวถามเรื่องการดูแล หมอก็ได้แจ้งให้ทราบว่าควรจะดูแลตัวเองยังไงหลังทำ จากนั้นมีการวัดความดัน ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง เอกซเรย์ปอด เจาะเลือด

ที่ห้องผ่าตัด วิสัญญีแพทย์ ถามว่าแพ้ยาอะไรหรือไม่ อดอาหารมาครบหรือเปล่า และน้ำหนักเท่าไหร่ จากนั้นน้องสาวก็เข้าห้องผ่าตัดและเกิดเรื่องขึ้น 

เวลาประมาน 22:30 น.
ทาง รพ.บอกให้เพื่อนติดต่อญาติ เมื่อดิฉันไปถึงพบว่าน้องนอนอยู่ใน ICU อาการ coma ไม่รู้สึกตัว ใส่เครื่องช่วยหายใจและหายใจโดยเครื่อง100% น้องสาวดิฉันสมองบวม 

หมออธิบายว่าได้ทำอย่างมีมาตรฐานทางการ แพทย์แล้ว  พร้อมซักถามประวัติย้อนหลังว่าคนไข้เคยมีอาการชักมาก่อนหรือไม่ ดิฉันและพี่ชายบอกว่าไม่เคยมี  เคยเป็น TB เมื่อประมาณสิบปีที่ผ่านมาและได้รับการรักษาจนหายขาดแล้ว และปีที่แล้วน้องสาวเคยเป็นลมขณะที่ไปเที่ยวเกาะแห่งหนึ่ง แต่เกิดจากการไม่ได้รับประทานอาหารและต้องมาตากแดดกับนั่งเรือจึงเกิดการ เป็นลม

ดิฉันกับญาตินึกไม่ถึงว่าหมอจะนำสิ่งที่ได้พูดคุยกับญาติไปเขียนในเวชระเบียนว่า ”คนไข้เคยมีอาการชักประมาณสิบปีที่แล้วแต่คนไข้ไม่ได้แจ้ง” รองผอ. ยังกล่าวโทษน้องดิฉันว่าเคยชักแต่ปกปิดไม่แจ้งให้หมอทราบ  เรื่องนี้คนในครอบครัวเจ็บปวดมากเพราะน้องสาวไม่เคยชักมาก่อนในชีวิต

หาก เป็นชาวบ้านทั่วไปอาจหลงเชื่อ  แต่ดิฉันเป็นนักเทคนิคการแพทย์ทำงานในโรงพยาบาลมาตลอด รับรู้ได้ว่าน้องสาวตนเองเป็นอะไรถึงได้ออกมาสภาพเช่นนี้  

เมื่อดิฉันย้ายน้องสาวไปรักษาต่ออีกแห่ง  ทางโรงพยาบาลแรกเรียกเก็บเงินเป็นจำนวน 34,900 บาทแต่ได้ลดให้ 50% ทั้งยังบอกว่ายอดที่แท้จริงอยู่ที่ประมาณเจ็ดหมื่นกว่าบาท

ขณะ นี้น้องสาวของดิฉันอาการโคม่า นอนอยู่ห้อง ICU อยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ  ดิฉันกับคนในครอบครัวร้องไห้จนแทบขาดใจก็ไม่สามารถช่วยอะไรน้องได้เลย

_________

ฉัน รับเรื่องร้องเรียนนี้ด้วยความหดหู่และเศร้าใจ  ได้แต่ภาวนาว่าขออย่าให้เรื่องบานปลายจนต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันอีกเลย  ฉันเชื่อว่าขณะที่เหยื่อสาวสวยรายนี้นอนอยู่ในห้อง ICU ในโลกภายนอกก็จะยังมีหญิงสาวอีกมากมายที่ยังอยากสวย  และจะมีอีกกี่รายที่ต้องตกเป็นเหยื่อหมอที่ไม่ได้มาตรฐานเช่นนี้  และการจะพิสูจน์ว่าหมอรักษาได้มาตรฐานหรือไม่นั้น  เป็นภาระที่ยากจะพิสูจน์ได้

_________




  

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ