ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

ประมวลภาพ..วันโกนหัวประท้วง!

แถลงการณ์
15 ตุลาคม 2553

สืบเนื่องจากวิปรัฐบาล มีมติให้ชะลอการพิจารณาร่าง พรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ.. และให้กระทรวงสาธารณสุขนำกลับไปหารือทุกฝ่ายเพื่อหาทางออกของความขัดแย้ง ก่อนเสนอกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่าการผลักดันพรบ.ฉบับดังกล่าวส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของ แพทย์ในการทำหน้าที่ ตลอดจนประชาชนผู้รับบริการนั้น

เป็น เหตุผลที่เครือข่ายฯ ไม่อาจยอมรับได้  เนื่องจากรัฐบาลเองก็ทราบดีว่าปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์กับคนไข้นั้น กลไกปกติไม่อาจแก้ไขได้ และได้ผ่านการหาทางออกของความขัดแย้งมาต่อเนื่องยาวนานหลายปี จนนำไปสู่การยกร่าง พรบ.คุ้มครองผุ้เสียหายจากการรับบริการสาธณสุข พ.ศ. ซึ่งทุกฝ่ายเห็นร่วมกันแล้วว่าเป็นทางออกเดียวของปัญหา โดยมีงานวิจัยรองรับ ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็น และผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นเวลานานถึง 11 เดือนเต็ม มีการโต้แย้งในรายละเอียดทุกมาตรา โดยมีตัวแทนของทุกภาคส่วนเข้าร่วมทุกกระบวนการนานถึง 3 ปีเต็ม

เมื่อ ร่างพรบ.ถูกบรรจุเป็นวาระในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  ได้มีเสียงคัดค้านจากกลุ่มแพทย์ที่รัฐบาลก็ทราบดีว่าบิดเบือนข้อเท็จจริงและ ไม่เป็นไปตามกติกา แต่รัฐบาลก็ลอยตัวเหนือปัญหา ด้วยการให้กระทรวงสาธารณสุขตั้งกรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์ใน ระบบบริการสาธารณสุข ให้หาทางออกร่วมกันเสียก่อนแล้วรัฐบาลจึงจะพิจารณาร่างพรบ.ฉบับดังกล่าว ทั้งที่ผ่านมาแล้ววิธีการนี้ไม่เคยได้ผล ที่ถูกต้องแล้วรัฐบาลควรให้แพทย์ต้านพรบ.ทั้งหลายเข้าไปต่อสู้ทุกประเด็นใน ชั้นกรรมาธิการอย่างตรงไปตรงมาตามกฏกติกาและธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมา

ซึ่ง ในการประชุมฝ่ายแพทย์กลับล้มโต๊ะเจรจาถึง 4 ครั้ง  แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจะล้มร่างพรบ.มากกว่าจะหาทางออกร่วมกัน  อีกทั้งการประชุมในวันที่ 15 ตุลาคม 2553 นี้จะเป็นการประชุมครั้งสุดท้าย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขต้องทำหน้าที่รวบรวมความเห็นของทุกภาคส่วนที่เกี่ยว ข้องเสนอต่อรัฐบาล เพื่อเดินหน้าพิจารณาร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ให้ทันสมัยประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่เหลือเวลาอีกเพียง 46 วันต่อไป

แม้ จะขัดต่อความรู้สึกอย่างมาก แต่เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ก็ยอมรับเงื่อนไขที่รัฐบาลตั้งขึ้นโดยไม่เคยบิดพลิ้ว ไม่เคยเดินออกจากห้องประชุมโดยไม่มีเหตุผล  แม้เรารู้ดีว่าการประชุมจะหาทางออกด้วยความยากยิ่ง แต่เราก็อดทน ด้วยหวังว่าจะสามารถก้าวข้ามความขัดแย้งไปด้วยกันให้ได้  เนื่องจากพรบ.ฉบับนี้คือความหวังเดียวของคนไข้ไทยที่จะได้รับความเป็นธรรม และเราต่างรอคอยกันมานาน

การที่วิปรัฐบาลชิงออกมาประกาศชะลอการพิจารณาร่างพรบ.ฉบับดังกล่าวทั้งที่การประชุมครั้งสุดท้ายยังไม่สิ้นสุด ถือเป็นการหักหลังภาคประชาชนที่ไม่เคยผิดเงื่อนไขใด ๆ ต่อรัฐบาล  เรายอมทำตามที่ท่านขอร้องด้วยความเข้าใจและเห็นใจแม้จะไม่ถูกต้อง แต่เหตุใดรัฐบาลจึงผิดสัญญา 

อีกทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็เคยรับปากกับเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 ว่าจะผลักดันพรบ.ฉบับนี้ล้านเปอร์เซ็นต์ ซึ่งได้สร้างความหวังให้กับภาคประชาชนเป็นอย่างมาก แต่เหตุใดวันนี้รัฐบาลถึงได้ผิดคำพูด

การ นำข้ออ้างต่าง ๆ ของฝ่ายแพทย์ต้านพรบ.เพียงฝ่ายเดียว มาเป็นเหตุในการชะลอร่างพรบ.ฉบับนี้ออกไปไม่มีที่สิ้นสุด แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจ หลักลอยและขาดไร้ซึ่งวุฒิภาวะของผู้นำทางการเมือง อีกทั้งไม่ได้ให้ความสำคัญกับทุกข์ร้อนของผู้ได้รับความเสียหายทางการแพทย์ ที่อดทนต่อสู้เรียกร้องกันมาอย่างยาวนานด้วยความยากลำบาก เพื่อคนรุ่นหลังจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อและถูกซ้ำเติมความทุกข์เหมือนพวกเราอีก

วันนี้ดิฉันขอเป็นตัวแทนผู้เสียหายทางการแพทย์ไทยทุกคนและทุกดวงวิญญาณ ขอทำในสิ่งที่ไม่เคยกระทำมาก่อนในชีวิต ด้วยการโกนผมทั้งศีรษะ เพื่อแสดงออกให้รัฐบาลเห็นว่าเราเจ็บปวดกับการที่รัฐบาลเลือกฟังเสียงของ กลุ่มผลประโยชน์มากกว่าเสียงทุกข์ทรมานของประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ไม่มีทาง สู้ และเพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับคำสัญญาที่เชื่อไม่ได้ของรัฐบาลและของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่รับปากว่าจะผลักดันพรบ.ฉบับนี้เพื่อคนไข้ ไทยล้านเปอร์เซ็นต์ รวมทั้งไว้อาลัยให้กับแพทยสภากับกลุ่มแพทย์ต้านพรบ.ที่นอกจากไม่เคยเป็นที่ พึ่งและให้ความเป็นธรรมต่อผู้เสียหายฯ แล้ว ยังขัดขวางหนทางหาความเป็นธรรมของประชาชนผู้ทุกข์ยากอย่างไร้เมตตาธรรมและ มนุษยธรรม

นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์

เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ 
27 ซอยเพชรเกษม 50/1, บางหว้า, ภาษีเจริญ, กรุงเทพฯ 10160.
โทร. 081-629-4440 /089-210-6281 / แฟ็กซ์: 02-869-6984
Website: http://www.consumer.pantown.com/  E-mail: ouidolla@yahoo.com 
  
ฉันรักผมบนหัว..ไม่เคยคิดโกนมาก่อนในชีวิต ลูกจะรู้ว่าแม้แม่จะแต่งตัวไม่สวย แต่ผมบนหัวแม่จะดูแลอย่างดีไม่เคยให้กระเซอะกระเซิง
30 นาทีที่แล้วยังมีผมอยู่บนหัว
ก้มหน้าก้มตาประชุม ให้ผ่านประเด็นสำคัญไปก่อน
จากนั้นก็ลุกจากห้องประชุม แม่น้องแชมป์ทราบข่าวพาลูกนั่งรถมากระทรวงสธ.ขอโกนผมด้วย
เมื่อห้ามไม่ฟังก็โกนด้วยกันเลย
อ่านแถลงการณ์
ด้วยความเศร้าและสะเทือนใจ
ขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความเจ็บความตายและความพิการของเพื่อนมนุษย์
ใจหาย..แต่ชีวิตเพื่อนมนุษย์สำคัญกว่า
ผมยังมีวันงอกใหม่ได้ แต่ชีวิตเพื่อนมนุษย์งอกใหม่ไม่ได้
อยากบอกว่าเราเจ็บปวด
อยากบอกว่าเราทุกข์ทน

อยากบอกว่า..แม้เราจะเป็นขยะของโรงพยาบาล..แต่เราก็มีหัวใจ
อยากบอกว่าทำไมใจดำ
อยากบอกว่าเมตตาธรรมอยู่ไหน
อยากถามว่าความเป็นธรรมเคยมีให้คนไข้ไทยที่ได้รับความเสียหายไหม
อยากถามว่า..ความทุกข์ของคนมีเงินมีอำนาจเท่านั้นใช่ไหมที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญ
อยากถามว่า..ความทุกข์ของคนมีเงินมีอำนาจเท่านั้นใช่ไหมที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญ

เรามีแต่ชีวิต..เป็นต้นทุน
น่าเวทนา เสียหาย แล้วยังต้องให้มาทำแบบนี้ เห็นเราเป็นเหมือนขอทาน..
ขอทาน..ความเป็นธรรม
ความรู้สึก..ยากจะบรรยาย
เขาจะรับรู้ไหมว่า..นักการเมือง..แพทยสภา เขาใจดำแค่ไหน

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ