ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

ประเทศไทยกำลังจะมีกฎหมายคุ้มครองคนไข้ (พรบ. คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขพ.ศ...)

เราทุกคนต้องเคยเป็นคนไข้ ใครจะคิดว่าบางคนเดินเข้าโรงพยาบาลแล้วกลับตายหรือพิการออกมา ความผิดพลาดทางการแพทย์นั้นมีทั้งเหตุสุดวิสัยและป้องกันได้ แต่ทั้งหมดหมายถึงชีวิตและร่างกายของคนไข้ หนึ่งชีวิตกระทบต่ออีกหลายชีวิต สร้างความทุกข์อย่างแสนสาหัส บางครอบครัวบ้านแตกสาแหรกขาด หลายคนกลายเป็นคนพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ต้องอยู่อย่างสิ้นหวังทั้งที่ยังมีลมหายใจ .....อ่านต่อ

ทำไมคนไข้ต้องฟ้องหมอ

สถานการณ์เด่น

จุรินทร์เผยแพทย์แสดงความเห็นร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายได้แต่อย่าให้กระทบผู้ป่วย
ผู้จัดการออนไลน์ / 7 ก.พ.54
รมว.สธ.เผย ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ได้เข้าสู่วาระการประชุมของสภาแล้ว 9 ร่าง นอกจากนี้ ยังมีอีก 1 ร่างที่กำลังรอขั้นตอนกระบวนการ ชี้ แพทย์สามารถแสดงความคิดเห็นได้ตามกติกา แต่ก็ต้องไม่กระทบต่อการรักษาผู้ป่วย

สพศท.ค้านกม.ผู้ป่วยสุดลิ่มนัดติดริบบิ้น-ปลอกแขนดำกดดันรัฐ
ผู้จัดการออนไลน์ / 7 ก.พ.54
สพศท.เดินหน้าค้านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ป่วยฯ บุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศ นัดแต่งดำ-ติดริบบิ้น-ปลอกแขนดำ 7 ก.พ.นี้ พร้อมเตรียมยื่นหนังสือถึงประธานสภา-ประธานวิปรัฐบาล ย้ำจุดยืนถอนออกจากสภา
....อ่านต่อ
  
วิปรัฐบาลไม่สนหมอฟ้องศาลปกครองเดินหน้าดันกม.คุ้มครองฯเข้าสภาก.พ.นี้
ผู้จัดการออนไลน์ / 27 ม.ค.54
ประธาน คกก.กลั่นกรองกฎหมายวิปรัฐบาล ไม่สนแพทย์ฟ้องศาลปกครอง เดินหน้านำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ เข้าสภา ภายใน ก.พ.นี้ แต่ย้ำต้องรอผลประชาพิจารณ์จาก สธ.ก่อน แย้มร่างแก้ไขปรับปรุงใหม่ มุ่งคุ้มครองทั้งผู้ให้-ผู้รับบริการ มั่นใจลดข้อขัดแย้งได้มาก

คำพิพากษาศาลฎีกาคดีฟ้องรพ.พญาไท 1

คำพิพากษาศาลฎีกาคดีฟ้องแพทยสภาทั้งคณะ

วิปรัฐบาลไม่สนหมอฟ้องศาลปกครองเดินหน้าดันกม.คุ้มครองฯเข้าสภาก.พ.นี้

วิปรัฐบาลไม่สนหมอฟ้องศาลปกครอง เดินหน้าดัน กม.คุ้มครองฯเข้าสภา ก.พ.นี้
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
27 มกราคม 2554 00:28 น.
http://www.manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9540000011324&#Comment
       ประธาน คกก.กลั่นกรองกฎหมายวิปรัฐบาล ไม่สนแพทย์ฟ้องศาลปกครอง เดินหน้านำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ เข้าสภา ภายใน ก.พ.นี้ แต่ย้ำต้องรอผลประชาพิจารณ์จาก สธ.ก่อน แย้มร่างแก้ไขปรับปรุงใหม่ มุ่งคุ้มครองทั้งผู้ให้-ผู้รับบริการ มั่นใจลดข้อขัดแย้งได้มาก      
       นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองกฎหมาย คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการดำเนินการแก้ไขปรับปรุงร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยไม่ได้ยึดตามข้อสรุป 12 ประเด็นของคณะกรรมการสมานฉันท์ในระบบสาธารณสุข แต่ยึดตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 เป็นหลัก พิจารณาจากสิทธิของแต่ละบุคคลที่มีการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่ามีแค่ไหน อย่างไร และจะมุ่งเน้นคุ้มครองทั้ง 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายให้และผู้รับบริการ โดยร่าง พ.ร.บ.นี้ได้บรรจุอยู่ในระเบียบวาระการประชุมของสภาแล้ว และจะเร่งผลักดันให้สภาฯพิจารณาภายในเดือนกุมภาพันธ์ นี้ เพราะเป็นร่าง พ.ร.บ.ที่มีประโยชน์
     
       ต่อข้อถามจำเป็นต้องรอผลการทำประชาพิจารณ์จาก สธ.หรือไม่ นายวิรัตน์ กล่าวว่า แน่นอน ก่อนที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาจำต้องดำเนินการทุกอย่างให้พร้อม รวมทั้งผลการดำเนินการจัดทำประชาพิจารณ์ของ สธ.ตามที่วิปรัฐบาลเคยมีข้อท้วงติงและมอบหมายและดำเนินการด้วย ซึ่งไม่น่าจะใช้เวลานาน เนื่องจาก สธ.มีบุคลากรและเครื่องมือที่พร้อมในการดำเนินการเรื่องนี้ได้ไม่ยาก
     
       “เชื่อว่า ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองฯฉบับรัฐบาล ที่มีการแก้ไข ปรับปรุงใหม่นี้ จะช่วยลดข้อขัดข้องและความขัดแย้งของทุกฝ่ายลงได้มาก แม้ทุกฝ่ายจะไม่เห็นพ้องในทั้งหมดก็ตาม แต่ก็เชื่อว่าการมุ่งคุ้มครองทั้ง 2 ฝ่ายจะเป็นประโยชน์และเป็นธรรม” นายวิรัตน์ กล่าว
     
       ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีแพทย์ฟ้องศาลปกครองกลางเพื่อให้มีคำวินิจฉัยว่ากระบวนการยกร่าง พ.ร.บ.นี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะมีผลต่อการนำร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่การพิจารณาสภาหรือไม่ นายวิรัตน์ กล่าวว่า การฟ้องศาลปกครองของกลุ่มแพทย์ไม่มีผลต่อการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ของสภา ฝ่ายนิติบัญญัติก็เดินหน้าต่อไป ไม่เกี่ยวข้องกัน และถึงแม้ว่าศาลปกครองกลางจะมีคำวินิจฉัยว่า กระบวนการยกร่าง พ.ร.บ.ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ยังมีร่าง พ.ร.บ.ลักษณะนี้ที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ภาคประชาชนและกลุ่มแพทย์อีก 6-8 ฉบับ ที่รอให้สภาพิจารณา ไม่ได้มีเฉพาะฉบับของรัฐบาลที่เสนอโดย สธ.เท่านั้น แม้ในการพิจารณาจะยึดร่างฉบับรัฐบาลเป็นหลักก็ตามแต่ต้องนำร่างอื่นมาประกอบด้วย

โกนหัว 15ตค.53

คมชัดลึก(ตัดต่อแล้ว)ปรียนันท์

นพ.พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข-พรบ.



คลายปม-ดร.เจิมศักดิ์+อ.วันชัย



หมายเหตุประเทศไทย-นพ.อำพล จินดาวัฒนะ



เวทีสาธารณะTPBS(พรบ.)









รวมคลิปปรียนันท์โกนผมประท้วงรัฐบาล(15ตค.53)







รวมคลิปชุมนุมหน้ารัฐสภา(5ตค.53)



จุดชนวนความคิดคนไข้ฟ้องหมอ นพ.เทพ+ปรียนันท์+ผู้เสียหายฯ



รวมคลิปตอบโจทย์-นพ.อำพล+นพ.พงษ์พิสุทธิ์(13ตค.53)



รวมคลิปตอบโจทย์-นพ.วรงค์+นพ.วิรัติ(12ตค.53)





รวมคลิปคมชัดลึก-ปรียนันท์+พญ.ประสพศรี+นพ.วันชาติ(26กค.53)















รวมคลิปตอบโจทย์-นพ.วิชัย+นพ.อำนาจ(30กค.53)





รวมคลิปตอบโจทย์-พญ.เชิดชู+พญ.พจนา+สารี+ปรียนันท์(26-27กค.53)











รวมคลิปประชุมร่วมหมอ+คนไข้











ประเด็นดังหลังข่าวNBT-นายกแพทยสภา





คดีน้องพีรวีร์จ่าย 3 ล้านดับ!







คุก 1 ปี รอลงอาญาแพทย์ประมาทผ่าไฝซี 9 ถึงตาย!

คุก 1 ปี รอลงอาญาแพทย์ประมาทผ่าไฝซี 9 ถึงตาย!
27 มค. 2554 14:38 น.
http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?lang=th&newsid=492042
เมื่อเวลา 09.00 น. ศาลมีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.1397/2552 ที่นางจิราภา นายรำจวน และนางเจริญใจ นภีตะภัฎ ภรรยา และบิดา-มารดาของนายจารุจินต์ อายุ 58 ปี ผู้อำนวยการ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ของ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเสียชีวิตระหว่างการรักษาของแพทย์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.อ.นพ. ประสงค์ ล้อมทอง แพทย์ซึ่งเปิดคลินิกรักษาโรคและบริการทำศัลยกรรม ย่านห้วยขวาง เป็นจำเลย ในความผิดฐาน กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
ชั้นพิจารณาโจทก์นำสืบว่า นายจารุจินต์ สามีโจทก์ เป็น ซี 9 ผอ. พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ฯ ไปพบจำเลย ที่คลินิกเพื่อรักษาอาการไฝใต้เปลือกตาซ้ายทำให้มองภาพไม่ชัด โดยจำเลยจะได้ทำการรักษาด้วยการผ่าตัดไฝ โดยให้ยาแก้ปวดแก่สามีโจทก์กินก่อนทำการผ่าตัด แล้วปรากฏว่าเกิดอาการชัก หัวใจหยุดเต้น ม้าม ไต ไม่ทำงาน และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งโจทก์เรียกร้องให้จำเลยรับผิดชอบ แต่จำเลยอ้างว่าได้รักษาอาการตามปกติแล้ว ซึ่งผู้ตายเสียชีวิตเองไม่ได้เกิดจากการรักษาของจำเลย
ศาล พิเคราะห์พยานหลักฐานที่สองฝ่ายนำสืบแล้ว เห็นว่า จำเลยเป็นแพทย์ ต้องมีระมัดระวังในการรักษาพยาบาล แต่กลับไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเพียงพอ จนเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย จึงมีความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
พิพากษาให้จำคุกจำเลย เป็นเวลา 1 ปี และปรับ 10,000 บาท แต่เมื่อพิจารณาแล้วจำเลยไม่เคยต้องโทษอาญามาก่อน จึงให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดี โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญาเป็นเวลา 2 ปี
ขณะที่นางจิราภา ภรรยาผู้ตาย กล่าว รู้สึกพอใจคำพิพากษาแล้ว โดยจะไม่ยื่นอุทธรณ์อีก เนื่องจากต้องการให้เป็นที่ประจักษ์ว่าการเสียชีวิตเกิดจากการกระทำโดยประมาทของแพทย์ ซึ่งตนเองก็ได้ยื่นฟ้องจำเลย ในคดีแพ่งเรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาทแล้ว โดยจะนำผลคำพิพากษาคดีอาญาไปสืบประกอบคดีของศาลแพ่งต่อไป

หมอนัดแต่งดำ 7 ก.พ.อีกรอบ ค้าน กม.คุ้มครองผู้เสียหายฯ

หมอนัดแต่งดำ 7 ก.พ.อีกรอบ ค้าน กม.คุ้มครองผู้เสียหายฯ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
29 มกราคม 2554 14:39 น.
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9540000012410
กลุ่มหมอเอาอีก นัดแต่งชุดดำหน้าโรงพยาบาลฯ 7 ก.พ. แสดงจุดยืนในการต่อต้าน กม.ผู้ป่วยฯ ยันไม่ยอมให้นำเข้าสภาฯ ลั่นหากสภาฯพิจารณา แพทย์รพศ./รพท.จะตรวจคนไข้ตามมาตรฐาน 30 คนต่อหมอ 1 คน      
       นพ.เพิ่มบุญ จิรยศบุญยศักดิ์ กรรมการสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา ตัวแทนองค์กรแพทย์โรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.)/โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) และเครือข่ายผู้ให้การรักษาทั่วประเทศได้ประชุมเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ.....โดยในที่ประชุมมีมติให้มีการเคลื่อนไหวคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าวใน 2 ส่วนสำคัญ คือ 1.บุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศพร้อมใจกันแต่งชุดดำ หรือสวมปลอกแขนสีดำ พร้อมป้ายผ้าแสดงการคัดค้าน แล้วชุมนุมกันบริเวณที่สำคัญของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง เช่น หน้าพระบรมรูปพระราชบิดา หน้าเสาธง พร้อมแถลงคัดค้าน ในวันที่ 7 ก.พ.2554 และจะมีการแต่งดำหรือสวมปลอกแขนสีดำ เพื่อไว้ทุกข์กับร่างพรบ.ฉบับนี้ทุกวัน จนกว่าจะมีการถอนร่าง หรือหยุดพิจารณาจากสภาผู้แทนฯ
      
       นพ.เพิ่มบุญ กล่าวด้วยว่า 2.ทันทีที่มีการพิจารณาร่างพรบ.นี้ในสภาผู้แทนฯ แพทย์ผู้ปฏิบัติรพศ./รพท.ทั่วประเทศ พร้อมใจกันตรวจผู้ป่วยนอกตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยจากเดิมตรวจคนไข้ท่านละ 3 นาที เป็นให้เวลาในการตรวจผู้ป่วยแต่ละท่าน 15 นาที หรือเทียบได้กับ ตรวจผู้ป่วย 30 คน ต่อแพทย์ 1 คนต่อเวลาราชการ 7 ชั่วโมง เว้นช่วงพักกลางวัน ต่อ 1 ห้องตรวจโรค โดยจะเริ่มจาก 1 ห้องตรวจในโรงพยาบาลแต่ละแห่ง จากนั้นจะขยายเวลาเพิ่มกระทั่งมีการถอนร่างพ.ร.บ.ออกจากสภาฯ ซึ่งโรงพยาบาลแต่ละแห่งจะมีแบบฟอร์มให้ผู้รับบริการกรอกด้วยว่าชอบมาตรการนี้หรือไม่
      
       “ถ้ารัฐบาลเข้าใจผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และมีสามัญสำนึกโดยปกติว่า การนำร่างกฎหมายใดๆ ที่ยังมีความขัดแย้งรุนแรง ไม่ม่สภาพเร่งด่วน จึงยังไม่ควรนำเข้าพิจารณาให้สมกับคำขวัญวันเด็กปีนี้ที่ว่า รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับเยาวชน ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือการทำประชาพิจารณ์ร่างกฎหมายดังกล่าวให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยต้องตั้งคณะกรรมการระดับประเทศในการดำเนินการ ซึ่งจะเป็นการยุติความขัดแย้งได้ เนื่องจากผลประชาพิจารณ์จะไม่มี" นพ.เพิ่มบุญ กล่าว
      
       กก.สพศท.กล่าวอีกด้วยว่า ทราบว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ยกร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียกายฯขึ้นมาใหม่อีก 1 ฉบับ โดยเกิดขึ้นจากการนำร่างฉบับสภาทนายความ ฉบับแพทย์และฉบับรัฐบาลมารวมเข้าด้วยกัน จะไม่เกิดผลใดๆ เป็นเพียงการสร้างความสับสนเท่านั้น เนื่องจากยังไม่ผ่านกระบวนการยกร่างกฎหมายที่ถูกต้องและยังไม่ผ่านสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หากกระทรวงยังดำเนินการต่อไป แสดงว่า ไม่มีความจริงใจ

กฎหมายต้นแบบจากประเทศสวีเดน

พ่อค้าไก่ย่างโวยรพ.ทำคลอดมีปัญหา

พ่อค้าขายไก่ย่างโวยรพ.ทำคลอดมีปัญหาสมองไม่ตอบสนองนาน5เดือนสอบถามบอกเจอกันในศาล

เดลินิวส์ /วันเสาร์ ที่ 29 มกราคม 2554/เวลา 0:15 น

เมื่อวันนี้ ( 28 ม.ค.) นายศุภชัย บัวลอย อายุ 32 ปี พ่อค้าขายไก่ย่าง อยู่บ้านเลขที่ 455/78 หมู่ 1 ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เข้าร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าวว่าเมื่อวันที่ 22 ส.ค.53 ได้พานางเตือนใจ เสียงอ่อน อายุ 30 ปี ภรรยา ที่กำลังตั้งท้องลูกคนที่สอง และครบกำหนดคลอด ไปพบแพทย์โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอ.บางพลี เพื่อทำคลอดโดยใช้สิทธ์ประกันสังคม หลังจากคลอดแล้วได้ลูกชายร่างกายสมบูรณ์ปกติ แต่ภรรยาเกิดน้ำคล่ำทะลักเข้ากระแสเลือด เกิดอาการสมองไม่ตอบสนอง โดยทางโรงพยาบาลรับปากจะรักษากลับคืนมาให้เป็นปกติภายใน 1 เดือน แต่พอครบ 1 เดือน ภรรยายังไม่มีอาการดีขึ้น อาการมีแต่ทรงตัวเท่านั้น ตนจึงเข้าแจ้งความไว้กับสภ.บางพลี ส่วนผอ.โรงพยาบาลและแพทย์ผู้ทำคลอด ได้บอกกับตนว่าอีก 1 เดือนนี้ไม่หาย ต้องรอดูอาการไปเรื่อยๆ 2-3 เดือนอาจจะหาย แต่ผ่านมาเกือบ 5 เดือนแล้ว ภรรยาก็ยังไม่หาย ล่าสุดตนเข้าไปคุยกับทางโรงพยาบาล แต่ได้คำตอบกลับมาว่า ให้ไปคุยกันในชั้นศาล ตนจึงสงสัยว่าสาเหตุที่ภรรยามีอาการดังกล่าว เกิดจากความผิดพลาดของทางคณะแพทย์ผู้ผ่าตัดหรือไม่ เพราะก่อนเข้าทำการผ่าตัดทำคลอดภรรยายังแข็งแรง ตนจึงมาร้องเรียนกับสื่อมวลชนเพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากโรงพยาบาล

ระทึก! ญาติผู้ตายบุก รพ.แทงหมอ

ระทึก!! ญาติผู้ตายบุก รพ.เซี่ยงไฮ้แทงหมอเจ็บ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
2 กุมภาพันธ์ 2554 14:16 น.
       เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นเมื่อวานนี้ (1 ก.พ.) ที่แผนกศัลยกรรมระบบหัวใจและหลอดเลือดในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ที่นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อบรรดาญาติจำนวน 20 คน ของผู้ป่วยรายหนึ่งที่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา บุกเข้าไปในโรงพยาบาล เนื่องจากไม่พอใจที่แพทย์ไม่สามารถรักษาชีวิตของผู้ป่วยไว้ได้ โดยจับตัวรองผู้อำนวยการของแผนกดังกล่าว พร้อมพยายามผลักให้เขาตกจากหน้าต่างบนชั้น 8 ซึ่งถูกขัดขวางไว้ได้ แต่แพทย์คนดังกล่าวยังถูกมีดแทงใกล้หัวใจด้วย
        โรงพยาบาลในจีนมักประสบปัญหาการบุกโจมตีโดยญาติผู้ป่วยที่เสียชีวิตบ่อยครั้ง ขณะที่ญาติผู้ป่วยบางคนพยายามเรียกร้องค่าชดเชย หรือกล่าวหาว่าถูกหลอกให้รักษา

สพศท.ค้านกม.ผู้ป่วยสุดลิ่มติดริบบิ้น-ปลอกแขนดำกดดันรัฐ

สพศท.ค้านกม.ผู้ป่วยสุดลิ่มนัดติดริบบิ้น-ปลอกแขนดำกดดันรัฐ
โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์
7 ก.พ.54

สพศท.เดินหน้าค้านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ป่วยฯ บุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศ นัดแต่งดำ-ติดริบบิ้น-ปลอกแขนดำ 7 ก.พ.นี้ พร้อมเตรียมยื่นหนังสือถึงประธานสภา-ประธานวิปรัฐบาล ย้ำจุดยืนถอนออกจากสภา
      
       นพ.เพิ่มบุญ จิรยศบุญยศักดิ์ กรรมการสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวคัดค้านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ....ว่า ในวันที่ 7 ก.พ.นี้ แพทย์และบุคลากรด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศยังคงจะแสดงพลังคัดค้านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ โดยจะพร้อมใจกันแต่งชุดดำ หรือสวมปลอกแขนสีดำ ติดริบบิ้นสีดำ พร้อมป้ายผ้าแสดงการคัดค้านและชุมนุมบริเวณที่สำคัญของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ทั้งนี้ จะมีการแต่งดำ ติดริบบิ้น หรือสวมปลอกแขนสีดำ เพื่อไว้ทุกข์แก่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ทุกวัน จนกว่าจะมีการถอนร่าง พ.ร.บ.หรือหยุดการพิจารณาจากสภาและนำออกมาจัดทำประชาพิจารณ์กับทุกฝ่าย
      
       “ส่วนมาตรการตรวจผู้ป่วยนอกตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยจากเดิมตรวจคนไข้รายละ 3 นาที เป็นให้เวลาในการตรวจผู้ป่วยแต่ละคน 15 นาที หรือเทียบได้กับตรวจผู้ป่วย 30 คนต่อแพทย์ 1 คนต่อเวลาราชการ 7 ชั่วโมง เว้นช่วงพักกลางวัน ต่อ 1 ห้องตรวจโรค นั้น ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ แต่จะใช้มาตรการนี้ก็ต่อเมื่อมีการนำร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯเข้าสู่สภา” นพ.เพิ่มบุญ กล่าว
      
       นพ.เพิ่มบุญ กล่าวด้วยว่า ในการประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนได้สอบถามกับปลัด สธ.ผู้บริหาร สธ.และเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่า ทุกวันนี้หมอใช้เวลาตรวจคนไข้ 3-5 นาที ถือว่าเป็นมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่ ก็ไม่มีใครตอบคำถามนี้แสดงว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ จึงเท่ากับยอมรับว่า เมื่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ การตรวจคนไข้จะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จะต้องใช้เวลาคนละ 15 นาที ตามมาตรฐานวิชาชีพซึ่งผู้ได้รับผลกระทบ คือ คนไข้ แต่กลับไม่ยอมบอกให้คนไข้ได้รับรู้ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

“จุรินทร์”เผยแพทย์แสดงความเห็นร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายได้แต่อย่าให้กระทบผู้ป่วย

“จุรินทร์”เผยแพทย์แสดงความเห็นร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายได้แต่อย่าให้กระทบผู้ป่วย
โดย..ASTV ผู้จัดการออนไลน์
7 กพ.54

รมว.สธ.เผย ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ได้เข้าสู่วาระการประชุมของสภาแล้ว 9 ร่าง นอกจากนี้ ยังมีอีก 1 ร่างที่กำลังรอขั้นตอนกระบวนการ ชี้ แพทย์สามารถแสดงความคิดเห็นได้ตามกติกา แต่ก็ต้องไม่กระทบต่อการรักษาผู้ป่วย
      
       วันนี้ (7 ก.พ.) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการที่แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขที่นัดกันแต่งชุดดำเพื่อแสดงพลังคัดค้านร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ.... ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 ว่า ขณะนี้มีร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการด้านสาธารณสุข ได้รับการบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมของสภาแล้ว 9 ร่าง โดยเป็นร่างจากพรรคการเมืองฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ร่างจากภาคประชาชน 1 ร่าง ร่างของคณะรัฐมนตรี 1 ร่าง และเป็นร่างของผู้แทนแพทย์ 1 ร่าง สำหรับร่างของผู้แทนแพทย์ขณะนี้นายกรัฐมนตรีได้ให้การรับรองและบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระแล้วเป็น 1 ใน 9 ร่าง นอกจากนั้นยังมีร่างที่ 10 อีกหนึ่งร่าง ซึ่งเสนอโดยสภาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ กำลังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการที่จะขอคำรับรองจากนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเป็นกฎหมายเกี่ยวเนื่องด้วยกัน และร่างดังกล่าวนี้ เกิดจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่ง ได้ไปร่วมหารือกับผู้แทนแพทย์และผู้แทนของผู้ป่วยและฝ่ายกฎหมายสภาทนายความและองค์กรอื่นๆ ขณะนี้น่าจะเรียกได้ว่ามี 9 ร่าง บวกกับอีก 1 ร่าง ซึ่ง 9 ร่างบรรจุในระเบียบวาระแล้ว อีก 1 ร่างกำลังรอขั้นตอนกระบวนการ
      
       นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ถัดจากนี้ไป สมมติว่า ถ้าวิปมีความเห็นที่จะหยิบยกร่างขึ้นมาพิจารณา ขั้นตอนต่อไปคือถ้าผ่านขั้นรับหลักการ ก็จะต้องมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อแปรญัตติในวาระที่ 2 ในส่วนของกรรมาธิการวิสามัญนั้น ผู้แทนแพทย์กลุ่มที่ได้มีการเสนอกฎหมายเข้าไป 1 ร่าง จะต้องมีผู้แทนเข้าไปร่วมเป็นกรรมาธิการได้จำนวน 1 ใน 3 ของกรรมาธิการทั้งหมด หาร 2 กับภาคประชาชน คือว่า ผู้เสนอร่างกฎหมายภาคประชาชน สามารถมีผู้แทนในกรรมาธิการได้ 1 ใน 3 กฎหมายจากภาคประชาชนมี 2 ร่าง ร่างของเอ็นจีโอ 1 ร่างกับร่างของตัวแทนแพทย์ 1 ร่าง คาดว่าจะสามารถหาร 2 คือ 1 ใน 3 ได้ เพราะฉะนั้นแพทย์จะต้องเตรียมเสนอรายชื่อแพทย์ที่จะร่วมเป็นกรรมาธิการส่วนนี้ไว้ ว่าจะเป็นใครบ้าง โดยไม่ฉุกละหุก
      
       “ความเห็นของในกลุ่มแพทย์เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มี 2 ส่วนอยู่แล้ว คือ ส่วนที่เห็นด้วยกับส่วนที่ไม่ค่อยเห็นด้วย ส่วนการแสดงออกจะทำอย่างไรนั้น ผมเคารพสิทธิในการแสดงออกความคิดเห็นของแพทย์ แพทย์สามารถแสดงออกได้ตามกฎเกณฑ์กติกา แต่ที่สำคัญการแสดงออกใดๆก็ตาม จะต้องไม่กระทบต่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วย หรือทำให้ผู้ป่วยได้รับความเดือดร้อน” นายจุรินทร์ กล่าว

หมอขอนแก่นนิ่งไม่เคลื่อนไหวค้านร่างพรบ.คุ้มครอง

หมอขอนแก่นนิ่งไม่เคลื่อนไหวค้านร่างพรบ.คุ้มครอง

7 กพ. 2554 18:28 น.

หมอขอนแก่นยังนิ่งไม่ออกมาคัดค้าน หลังรัฐบาลนำร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯอีกครั้ง แนะทุกฝ่ายถอยคนละก้าว และใช้มาตรา 41 ของสปสช. มาปรับใช้ให้ครอบคลุม ประเมินผลต่อเนื่อง 3 ปี คาดส่งผลดีต่อผู้ป่วย
จากกรณีสาธารณสุข หลังทราบข่าวว่ารัฐบาลจะมีการนำร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขสู่การพิจารณาของสภาฯอีกครั้ง ทั้งที่ยังไม่มีการทำประชาพิจารณ์ที่ถูกต้อง ทำให้กรรมการสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และเครือข่ายผู้ให้การรักษาทั่วประเทศออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าว โดยให้บุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศพร้อมใจกันแต่งชุดดำหรือสวมปลอกแขนสีดำ พร้อมป้ายผ้าแสดงการคัดค้าน แล้วชุมนุมกันบริเวณโรงพยาบาลแต่ละแห่ง พร้อมแถลงคัดค้าน ในวันที่ 7 ก.พ.2554
บรรยากาศที่โรงพยาบาลขอนแก่น และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่และบุคคลกรทางการแพทย์ยังคงทำงานรักษาผู้ป่วยตามปกติ ไม่ได้มีกลุ่มหรือบุคลากรออกมาคัดค้านร่างพรบ.คุ้มครองฯแต่อย่างใด
ศ.นพ.ภิเศก ลุมพิกานนท์ คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ที่ผ่านมาปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อสรุป แต่ทราบว่าในที่ประชุมยังไม่มีข้อสรุปที่เป็นข้อยุติและนำไปสู่การแก้ปัญหาของทั้งสองฝ่าย จึงทำให้แพทย์และบุคลากรบางส่วนออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน ส่วนกลุ่มสถาบันการแพทย์ยังไม่มีการเคลื่อนไหวคัดค้าน ร่างพรบ.คุ้มครองฯ ที่รัฐบาลจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภา
คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ร่างพรบ.คุ้มครองฯ มีทั้งข้อดีและปัญหาที่ไม่มีความชัดเจนในทางปฏิบัติ เช่นการบริหารจัดการกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบ ว่าจะสามารถดำเนินงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่ หากทำไม่ได้ปัญหาก็จะตกอยู่กับผู้ป่วยและทำให้มีการฟ้องร้องแพทย์เพิ่มขึ้นไปอีก
ศ.นพ.ภิเศก กล่าวว่าปัญหาระหว่างผู้ป่วยกับแพทย์ที่รักษานั้น เห็นว่าเกิดขึ้นจากการสื่อสารระหว่างกันมีน้อย ทำให้ไม่เข้าใจกัน จนมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากภาระงานของหมอและพยาบาล ส่วนการเสนอให้เพิ่มเวลาการตรวจรักษาผู้ป่วยจาก 5 นาที เป็น 15 นาทีนั้น ไม่เป็นจริงในทางปฏิบัติ อีกทั้งจะส่งผลกระทบต่อทั้ง 2 ฝ่าย เพิ่มภาระให้หมอ พยาบาลที่มีงานล้นมือ คนไข้เองต้องรอรับรักษานานขึ้น นอกจากนี้รัฐบาลต้องสนับสนุนงบประมาณด้านรักษาพยาบาล อุปกรณ์ทางการแพทย์ จึงมองว่าการหาข้อยุติเรื่องร่างพรบ.คุ้มครองเป็นเรื่องยาก เพราะต้องพิจารณาทั้งประชาชนที่รับผลกระทบ บุคลากรทางการแพทย์และรัฐบาลไปพร้อมกัน

"หมอโบดำ"ขู่ปชป.ปลุกระดมคนไข้ไม่เลือก

"หมอโบดำ"ขู่ปชป.ปลุกระดมคนไข้ไม่เลือก
หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
8 กุมภาพันธ์ 2554

หมอโบดำค้านร่าง กม.คนไข้ ชวนผู้ป่วยบอยคอตไม่ให้เลือก "ปชป." โทษฐานดันร่าง กม.ฉบับนี้เข้าสภา ประณามเป็น กม.มหาโจร ด้าน "จุรินทร์" ยังใจเย็น เชื่อหมอมี 2 ฝ่าย ทั้งค้านทั้งหนุน งงร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ทำไปทำมามีร่าง กม.จ่อเข้าสภาเกือบจะ 10 ร่าง
     นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ....ว่า ขณะนี้มีร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่ในรัฐสภาแล้ว 9 ร่าง และอีก 1 ร่างมีการเตรียมร่างกฎหมายเสนอโดย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ได้รวบรวมความเห็นจากการหารือผู้แทนคณะแพทย์ สภาทนายความ และอยู่ระหว่างรอการรับรองจากนายกรัฐมนตรี
     ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่แพทย์ที่ไม่เห็นด้วย แต่งดำ ติดโบดำเพื่อแสดงออกถึงการคัดค้านการนำร่างนี้เข้าสู่สภา นายจุรินทร์กล่าวว่า ตนเห็นว่าสิ่งที่คณะแพทย์ควรจะเตรียมในขณะนี้คือ สมมติมีการหยิบร่างนี้มาพิจารณา ฝ่ายแพทย์ก็ต้องหาผู้ที่เข้ามาเป็นตัวแทนกรรมาธิการวิสามัญ ในฐานะที่เป็นผู้เสนอกฎหมาย ส่วนเรื่องการแสดงออกนั้น ตนมองว่าเรื่องนี้แพทย์มีความเห็นเป็น 2 ส่วนอยู่แล้วคือ เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่การจะดำเนินการอะไรนั้น ตนเคารพสิทธิในการแสดงออก แต่การจะทำอะไรต้องไม่กระทบการบริการรักษาพยาบาลกับผู้ป่วย
     ส่วนมาตรการตรวจรักษาผู้ป่วยตามมาตรฐานวิชาชีพนั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า ยังไม่เกิดปัญหา แต่ตนเชื่อว่าถ้าอะไรที่ผู้ป่วยจะได้รับผลกระทบก็ไม่ควรทำ และตนหวังว่าแพทย์จะไม่ทำอะไรที่กระทบต่อผู้ป่วย
     ด้าน พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ รองประธานสมาพันธ์แพทย์ รพ.ศูนย์ รพ.ทั่วไป (รพศ./รพท.) กล่าวว่า ภาพรวมการแต่งดำและติดโบดำ เพื่อคัดค้านการนำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ เข้าสู่สภาในวันนี้ ทราบว่ามีแพทย์ร่วมกันติดโบวดำ ส่วนพยาบาลก็ใส่เสื้อสีดำข้างในแล้วใส่แบบฟอร์มพยาบาลทับไว้ เช่น รพ.สุรินทร์ พร้อมมีการขึ้นป้ายผ้าประท้วงหน้า รพ.ด้วย อย่างไรก็ตาม การแต่งดำประท้วงไม่จำเป็นต้องทำโดยพร้อมเพรียงกัน แต่เราได้แจ้งให้สมาชิกที่สะดวกทำตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 
     "นายกฯ ประกาศว่าจะมีการยุบสภาในเร็ววันนี้ แล้วจะเร่งนำร่างกฎหมายที่ค้างเข้าสู่สภา เหมือนเป็นการทิ้งทวนก่อนยุบสภา ถ้าจะทำขนาดนั้น เราก็อยากบอกว่าเอาทวนของคุณคืนไป ทำไมต้องเอาทวนมาทิ้งไว้ที่เรา อย่าทำเช่นนี้กับเรา ไม่เช่นนั้นเราจะบอยคอตพรรคประชาธิปัตย์ให้ถึงที่สุด"
     พญ.ประชุมพรกล่าวด้วยว่า การคัดค้านจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยแน่ แต่เราจะบอกประชาชนที่มารักษากับเราว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์จะนำร่างกฎหมายนี้เข้าสภา อย่าเลือกพรรคประชาธิปัตย์อีก และเราพร้อมสนับสนุนทุกพรรคการเมืองที่ไม่สนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งถ้าร่างกฎหมายนี้ดีจริง ทำไมไม่กล้าทำประชาพิจารณ์
     "เราจะบอกประชาชนว่าอย่าเอาร่างกฎหมายฉบับมหาโจร ถ้าไม่อยากโดนปล้น เรารู้ว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่แคร์หมอ เขาอาจมองว่าเรามีน้อย หมอแค่ 2 แสนกว่าคน แต่เขาแคร์ประชาชน ต่อไปเราก็จะลงไปที่ประชาชน ให้รู้กันไปว่าเขาจะไม่แคร์ แค่คนที่อีสานใต้ก็เท่าไหร่แล้ว อย่างนี้จะแคร์อีกไหม" รองประธานสมาพันธ์ รพศ./รพท. กล่าว
     สำหรับความเคลื่อนไหวกลุ่มแพทย์ที่คัดค้านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ในวันนี้ (7 ก.พ.) เป็นวันแรกของการประกาศผูกริบบิ้นสีดำของกลุ่มแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขที่เป็นการแสดงออกไม่รับร่างกฎหมายฉบับนี้
     โดยทางสมาพันธ์แพทย์ฯ รพ.นครปฐมได้ออกแถลงการณ์ถึงประชาชน ซึ่งมีข้อความระบุว่า ร่าง พ.ร.บ.นี้ได้สร้างความขัดแย้งในสังคมอย่างรุนแรง จากการผลักดันของ NGO บางคนที่มีเจตนาเข้าร่วมบริหารกองทุน ทั้งๆ ที่ปัจจุบันมีกองทุนช่วยเหลืออยู่แล้วในมาตรา 41 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ นอกจากนี้ยังระบุว่า หากร่าง พ.ร.บ.ออกมาบังคับใช้จริง จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาขาดแคลนแพทย์ เพราะแพทย์จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนรักษาเพื่อป้องกันการฟ้องร้อง ทำให้สามารถตรวจคนไข้ได้เพียงวันละ 30-40 คนเท่านั้น และชี้ว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้แก้ที่ต้นตอปัญหา ดังนั้นจึงควรยับยั้งร่างกฎหมายก่อน และให้นำมาประชาพิจารณ์ให้ประชาชนเข้าใจ
     ขณะที่ด้านความเคลื่อนไหวสมาพันธ์แพทย์ รพ. 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันนี้ (7 ก.พ.) ได้มีการประชุมที่ห้องประชุมโรงแรมอิมพีเรียลนราธิวาส เขตเทศบาล จ.นราธิวาส โดยมี นพ.จงเจษฏ์ ยั้งสกุล ประธานองค์กรแพทย์ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์, นพ.ศรวัสย์ ศิลาลาย ประธานองค์กรแพทย์ รพ.ปัตตานี และนายแพทย์ซาฟารีบินหลี เลขาธิการองค์กรแพทย์ รพ.ศูนย์ยะลา ตลอดจนแพทย์และพยาบาลที่พร้อมใจแต่งกายชุดดำ สวมปลอกแขนสีดำ และได้ร่วมแถลงข่าวว่า ขอคัดค้านการนำเสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ เข้าสู่สภา และขอให้มีการทำประชาพิจารณ์อย่างกว้างขวางเช่นกัน
     ขณะที่นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เศร้าใจที่แพทย์ออกมาแต่งชุดดำคัดค้าน หากแพทย์ที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในร่าง พ.ร.บ. ก็ควรส่งตัวแทนเข้าไปพิจารณาร่างกฎหมายในชั้นกรรมาธิการร่วมกัน ซึ่งการที่แพทย์เคลื่อนไหวคัดค้านแบบนี้เหมือนกับเป็นการจับตัวผู้ป่วยเป็นตัวประกัน 
     "ยังหวังว่ารัฐบาลจะยังคงผลักดันร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการบริการสาธารณสุขต่อไป" นางปรียนันท์กล่าว

แพทย์พยาบาลรพ.พุทธชินราชแต่งดำคัดค้านร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหาย

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554
บรรยากาศที่โรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก บุคลากร แพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่ ของโรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก ร่วมกันแต่งกายด้วยชุดสีดำเพื่อร่วมกันคัดค้านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... หลังจากทางสมาพันธ์แพทย์ โรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป ต้องการแสดงออกเพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ที่อาจส่งผลกระทบต่อการบริการสาธารณสุขและประชาชนส่วนใหญ่ได้

ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลพุทธชินราช โดยเฉพาะคณะผู้บริหารของโรงพยาบาล ได้ร่วมแต่งกายต้องการแสดงเจตนารมณ์ให้ถอนร่าง พ.ร.บ.นี้ พร้อมกันทั่วประเทศ หลังจากได้ออกมาคัดค้านพร้อมกันไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2553

ที่ผ่านมา โดยแพทย์ พยาบาล ส่วนใหญ่ที่ร่วมแต่งกายสีดำค้านคัดร่าง พ.ร.บ.ครั้งนี้ ต่างออกความคิดเห็นว่า หาก พ.ร.บ.นี้ผ่านสภาแล้ว จะต้องมีผลกระทบต่อการรักษาพยาบาลผู้ป่วยอย่างแน่นอน แต่ในขณะนี้ถึงแม้ว่าจะมีผู้คัดค้าน แพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรทางการแพทย์ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ดังเดิม เนื่องจากแพทย์พยาบาลนั้นต้องคำนึงถึงจรรยาบรรณของแพทย์เป็นหลักอยู่แล้ว

แพทย์-พยาบาล "อุตรดิตถ์" รวมตัวคัดค้านร่าง พรบ.คุ้มครองคนไข้

เมื่อเวลา 09.30 น.
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554
นพ.อัสนี ภมราภา ตัวแทนองค์กรวิชาชีพแพทย์และสาธารณสุขโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยคณะแพทย์ ทันตแพทย์เภสัชและพยาบาล จำนวนกว่า 50 คน รวมตัวกันที่บริเวณหน้าตึกศัลยกรรมอุบัติเหตุ โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ออกแถลงการณ์คัดค้านการนำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรักษาพยาบาล ไม่ให้มีการนำเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร แต่ต้องการให้ พ.ร.บ.ดังกล่าวมีการลงมติแสดงความคิดเห็นจากประชาชนทั่วประเทศด้วยการทำประชาพิจารณ์ ซึ่งถือว่าเป็นการแสดงออกโดยประชาชนซึ่งเป็นผู้รักษาพยาบาลโดยตรง

แพทย์-พยาบาล รพ.ราชบุรี ประท้วง พรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นัดแต่งดำ 7 ก.พ.

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 
คณะแพทย์ และพยาบาลโรงพยาบาลราชบุรี แสดงพลังคัดค้านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข หลังทราบว่าทางรัฐบาลจะนำร่างเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง ทั้งที่ยังไม่ทำประชาพิจารณ์ โดยจะเริ่มแต่งชุดดำประท้วงตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์

บุคลากรโรงพยาบาลราชบุรี ขอแสดงการคัดค้านการที่จะนำร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธ  ารณสุข พ.ศ...เข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร  
เนื่องจากการบังคับใช้กฎหมายตามร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อประชาชน บุคลากรด้านสาธารณสุข และระบบสาธารณสุขของประเทศ  
รวมทั้งยังจะเป็นภาระด้านการเงินการคลังของประเทศในอนาคต
 
ปัจจุบันปัญหาด้านสาธารณสุขมีอยู่มากที่รอการแก้ไข การผลักดันให้เกิดกฎหมายในลักษณะนี้ ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแต่อย่างใด  
แต่จะส่งผลให้ปัญหาที่มีอยู่ยุ่งยากซับซ้อน และเป็นการสร้างปัญหาซ้อนปัญหาขึ้นมาอีก  
อันจะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศได้  
 
นอกจากนี้ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ ยังเปิดช่องให้บุคคลบางกลุ่มเข้ามาแสวงหาอำนาจ และผลประโยชน์ในทางที่มิชอบได้  
 
บุคลากรโรงพยาบาลราชบุรีหวังว่า รัฐบาลจะทบทวน และยับยั้งการนำร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ  
และเสนอให้รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ และแสวงหาหนทางใหม่ที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาต่อไป
 
ประกาศ ณ วันที่ ๗ กพ. ๒๕๕๔
บุคลากรด้านสาธารณสุข โรงพยาบาลราชบุรี  

ส.ว.วอนรัฐบาลทำร่างพ.ร.บ.แพทย์ตกผลึกก่อนเข้าสภา

ส.ว.วอนรัฐบาลทำร่างพ.ร.บ.แพทย์ตกผลึกก่อนเข้าสภา
วันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554 เวลา 13:47:47 น.

ในการประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 31 มกราคม โดยมีนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกหารือ โดย นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ หารือว่ากรณีที่สวนดุสิตโพลสำรวจดัชนีการเมืองไทยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา  ชี้วัดการบริหารงานของรัฐบาลได้เพียงร้อยละ 4.74 การทำงานนายกฯได้ร้อยละ 5.83 ส่วนรัฐบาลได้ร้อยละ 5.53 แสดงว่ารัฐบาลทำงานไม่เข้าตาประชาชน

นอกจากนี้ สัปดาห์ก่อนสมาพันธ์แพทย์จะออกมาแต่ชุดดำวันที่ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ...เข้าสภา และจะทำงานไม่เต็มที่เท่าที่ผ่านมาทั่วประเทศ ขอหารือผ่านนายกฯว่า เรื่องวุ่นวายต่างๆ ยังไม่พออีกหรือ เรื่องอื่นนายกฯคุมไม่ได้ เนื่องจากระบบพรรคร่วม แต่เรื่องนี้เป็นอำนาจนายกฯ โดยตรง  

เมื่อตรวจดูวาระประชุมสภาได้บรรจุเรื่องดังกล่าวเป็นวาระเร่งด่วน เรื่องที่ 5 ในขณะที่กฎหมายยังไม่ตกผลึกระหว่างผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน นายกฯกลับจะเร่งผลักดัน จริงอยู่เรื่องนี้บรรจุในสภา ฝ่ายบริหารแทรกแซงไม่ได้ แต่กลไกนิติบัญญัตินายกฯสามารถสั่งผ่านมติของวิปรัฐบาลได้ หรือจะเอาอย่างไรแล้วแต่นายกฯ ส่วนตัวสนับสนุนร่างกฎหมายนี้ แต่ยังมองเห็นปัญหาระหว่างผู้คัดค้านกับผู้สนับสนุน ซึ่งหากร่างดังกล่าวผ่านสภาจะเกิดความวุ่นวายได้

รวมคลิป..เด็กสาวตายเพราะยาลดความอ้วน











ศ.นพ.วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์-มุมมองต่อพรบ.



รวมคลิปหมอแต่งดำประท้วงพรบ.





























ประเด็นดังหลังข่าวช่องNBT (17-07-10) ปรียนันท์





สมาพันธ์แพทย์ 3 จชต.แต่งดำค้าน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ เข้า ครม.

นราธิวาส - สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาล 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สวมชุดไว้ทุกข์ แถลงข่าวคัดค้าน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลระงับการนำร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยขอให้มีการทำประชาพิจารณ์อย่างทั่วถึงก่อน      
วันนี้ (7 ก.พ. ) ที่ห้องประชุมโรงแรมอิมพีเรียลนราธิวาส เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส นายแพทย์จงเจษฏ์ ยั้งสกุล ประธานองค์กรแพทย์โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมือง จ.นราธิวาส, นายแพทย์ศรวัสย์ ศิลาลาย ประธานองค์กรแพทย์โรงพยาบาลปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี, นายแพทย์ซาฟารีบินหลี เลขาธิการองค์กรแพทย์โรงพยาบาลศูนย์ยะลา อ.เมือง จ.ยะลา รวมถึงแพทย์และพยาบาลพร้อมใจแต่งกายชุดดำและสวมปลอกแขนสีดำ
      
       ทั้งหมดได้ร่วมแถลงข่าวว่า ในฐานะตัวแทนสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลทั่วไปใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอคัดค้านการนำเสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขเข้าสู่สภา เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข มีผลกระทบต่อการให้บริการทางการแพทย์ในระยะยาว และเพิ่มความขัดแย้งระหว่างผู้ป่วยกับผู้ให้การรักษาอีกด้วย
      
       ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลระงับการนำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีไว้ก่อน และขอให้มีการทำประชาพิจารณ์อย่างกว้างขวาง เพื่อให้คณะแพทย์และผู้เกี่ยวข้องได้แสดงความคิดเห็นถึงข้อดีและผลเสียของร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขด้วย

ประเทศไทยกำลังจะมีกฎหมายคุ้มครองคนไข้ (พรบ. คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขพ.ศ...)

เราทุกคนต้องเคยเป็นคนไข้ ใครจะคิดว่าบางคนเดินเข้าโรงพยาบาลแล้วกลับตายหรือพิการออกมา ความผิดพลาดทางการแพทย์นั้นมีทั้งเหตุสุดวิสัยและป้องกันได้ แต่ทั้งหมดหมายถึงชีวิตและร่างกายของคนไข้ หนึ่งชีวิตกระทบต่ออีกหลายชีวิต สร้างความทุกข์อย่างแสนสาหัส บางครอบครัวบ้านแตกสาแหรกขาด หลายคนกลายเป็นคนพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ต้องอยู่อย่างสิ้นหวังทั้งที่ยังมีลมหายใจ .....อ่านต่อ

ข่าวสาร กิจกรรม สถานการณ์ - Situation

รัฐเร่งผลัก พรบ.ผู้เสียหายเข้าสภาเมินแพทย์ต้านขีดเส้น ก.พ.ต้องจบ : เมื่อวันที่ 13 ม.ค. พญ.เชิดชู อริยศรีวัฒนา ประธานสหพันธ์ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขแห่งประเทศไทย (สผพท.) กล่าวว่า ในวันนี้คณะกรรมการที่ปรึกษากลั่นกรองร่างกฎหมาย สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้นายวิรัตน์ กัลป์ยาศิริ เป็นประธานการประชุมโดยเชิญผู้แทนฝ่ายแพทย์และฝ่ายประชาชนที่สนับสนุนร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขไปประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล .....อ่านต่อ

ความหวัง...หลังพบนายกรัฐมนตรี : โดยปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2010 เวลา 11:02 น.

กำหนดการพบท่านนายกรัฐมนตรีเวลา 11.30 น.สาเหตุที่ขอพบท่านเนื่องจากไม่สบายใจกับท่าทีของวิปรัฐบาล

14 ตค.53
นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานวิปรัฐบาลประกาศชะลอร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ก่อนการประชุมร่วมระหว่างหมอต้านพรบ.+คนไข้จะสิ้นสุดเพียงหนึ่งวัน ก่อนหน้านั้นรัฐบาลบอกว่าประชุมจบให้สธ.สรุปส่งรัฐบาลเพื่อเดินหน้าพิจารณาร่างพรบ.ต่อไป .....อานต่อ

นวดแผนไทย..พิการได้!

ผมเป็นข้าราชการเษียณอายุ 66ปีสูง173 ซมหนัก 68ก.ก.ไม่มีโรคประจำตัว ปี'52ผมกับภริยาไปเยี่ยมหลานที่นอนป่วยอยู่รพ.ประจำจังหวัด นั่ง ๆ นอน ๆ รู้สึกเบื่อจึงไปที่แผนกนวดแผนโบราณของโรงพยาบาล  เมื่อนวดเสร็จขณะเปลี่ยนเสื้อผ้าขาข้างขวาเกิดอาการกระตุกและชาเหมือนเป็นตะคริว  แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

เมื่อใส่กางเกงและเสื้อเสร็จก็ไปจ่ายเงินและเดินออกมาได้ประมาณ 8-10 ม. ขาข้างขวามีอาการเจ็บชามากขึ้นจึงยืนพิงราวลูกกรงเหล็กข้างทางเดิน  ยืนอยู่สักครู่ยืนไม่ไหวจึงกระเสือกกระสนไปนั่งบนม้านั่งหน้าห้องผู้ป่วยเด็ก  (ระยะทางประมาณ  5 – 6 ม.)  ครั้งแรกก็นั่งได้  ต่อมาปวดมากนั่งไม่ได้จึงนอนบนม้านั่ง

สักครู่มีผู้ชายเดินผ่านมาจึงขอให้เขาตามคนในแผนกนวดแผนโบราณให้ที  สักครู่มีผู้หญิงจากแผนกนวดแผนโบราณคนที่นั่งที่โต๊ะรับเงินมาดูและช่วยนวดคลายเส้นเขายังคิดว่าเป็นตะคริว  ทำการนวดและคลายเส้นอยู่พักใหญ่อาการก็ไม่ดีขึ้น  จึงเรียกรถเข็นมารับเข้าไปนอนในแผนกนวดแผนโบราณ  เพื่อทำการนวดสักพัก  แต่อาการไม่ดีขึ้น

ผมจึงบอกว่าให้ส่งผมไปห้องฉุกเฉิน มีหมอมาซักประวัติและในห้ยาละลายลิ่มเลือด ระหว่างนี้เดินเข้าห้องน้ำขาข้างขวาใช้ไม่ได้แล้ว
หมอนำผมเข้าห้องผ่าตัดในวันเดียวกัน  หลังฉีดยาชาและเปิดแผลแล้วแต่ไม่สามารถทำอะไรได้  จึงทำการปิดแผลและพากลับมานอนที่เดิม
       
รพ.จังหวัดส่งตัวผมไปรพ.เอกชนในคืนนั้นเพื่อทำการผ่าตัด  เมื่อไปถึงหมอทำการฉีดสีและทำการ  X-RAY  COMPUTER  เมื่อ  X-RAY เสร็จ  จึงพากลับมานอนห้องเดิม วันรุ่งขึ้นหมอแจ้งว่าเวลานี้เนื้อส่วนล่างขาดเลือดมาเลี้ยง  ทำให้เนื้อตายไปแล้ว  ตั้งแต่หัวเข่าลงไปไม่สามารถจะตัดต่อเส้นเลือดได้  สาเหตุเพราะคนไข้มาพบแพทย์ช้าเกินไป  เซลของกล้ามเนื้อเกิน 6 ชม.ก็ตาย  เนื่องจากไม่มีโลหิตไปหล่อเลี้ยง ต้องตัดขาขวาทิ้งไป

ผมมีความรู้สึกช็อก ไม่คิดว่าตัวเองต้องมาพบกับสภาพแบบนี้  มันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้   ในเมื่อเหตุเกิดในโรงพยาบาล ทำไมหมอช่วยผมไม่ได้  ก่อนมาโรงพยาบาลผมก็มาแบบคนปกติ  ทำไมต้องลงเอยด้วยการตัดขาแบบนี้

ผมเสียค่าผ่าตัดเส้นเลือด 150,000  บาท  ค่าผ่าตัดขารพ.เอกชนจะเก็บกับรพ.ประจำจังหวัดที่ส่งตัวผมมา  ต่อมาเมื่อมีการส่งตัวผมกลับไปยังรพ.ประจำจังหวัด  มีผอ.และหมอมาเยี่ยมแต่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องความรับผิดชอบใด ๆ ต่อผม พร้อมบอกผมว่า"กลับบ้านได้"     

เรื่องเศร้าของ Minere

โดย..ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
วันที่ 23 ธันวาคม 2010 เวลา 20:58 น.
http://thai-medical-error.blogspot.com/

ฉันได้รับอีเมลฉบับหนึ่ง..มีผู้ส่งมาให้ฉัน..อ่านด้วยความเห็นใจและเสียใจต่อการจากไปของเพื่อนร่วมชะตากรรมมา ณ ที่นี้ด้วย ฉันคงทำได้เพียงช่วยเผยแพร่เรื่องราวและบอกต่อเพื่อประโยชน์ของสังคม

ทางเว็บไซค์และทีมงาน ขอไว้อาลัยแก่ Minere ผู้ริเริ่มและก่อตั้งเว็บไซค์ BLike.net ที่เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งปอด เมื่อวันที่เสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2008 เวลา 15:59
เขียนโดย canjamm เมื่อ 8 ธันวาคม, 2008 - 09:33

Minere เป็นคนไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ไม่เที่ยวกลางคืน โรคมะเร็งปอดประเภทที่เธอเป็น มักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่ยังอายุไม่มาก และไม่สูบบุหรี่ และที่อันตรายก็คือ อาการของโรคจะคล้ายกับอาการของโรคทั่วๆไป ส่วนใหญ่แล้วคนไข้โรคมะเร็งปอดนี้ มักจะมารู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ เมื่อมะเร็งได้ลามไปอย่างน้อยในระยะที่ 3 แล้ว ซึ่งทำให้ยากแก่การรักษา

Minere ถูกแพทย์วินิจฉัยโรคผิดในขั้นต้น ว่าเธอเป็นโรควัณโรค แต่เธอไม่ปักใจเชื่อ และไปเช็คที่โรงพยาบาลอื่น และมารับรู้ในภายหลังว่าเธอเป็นโรคมะเร็งปอด ทำให้การรักษาล่าช้าลงไประหว่างที่เธอทำการรักษานั่น เธอได้รับการรักษาจากแพทย์ชื่อดังหลายๆท่านจากหลายๆโรงพยาบาล โดยส่วนใหญ่จะเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อ และทำให้ทางทีมงานได้รับรู้ถึงความย่ำแย่ของวงการแพทย์ ซึ่งอาจจะไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด แต่ก็สามารถสรุปได้ว่า แพทย์ชื่อดัง โรงพยาบาลเอกชนมีชื่อ ไม่ได้หมายความว่า ท่านและสถานที่นั่น จะมีความใส่ใจ และจรรยาบรรณทางการแพทย์ที่ดี อาทิเช่น

- แพทย์ที่หลายๆคนว่า เป็นมือหนึ่งของประเทศ แต่ไม่มีความใส่ใจคนไข้ แต่ละครั้งที่ minere เข้าไปพบ ท่านจะไม่เคยจำเรื่องราวของคนไข้ได้ จำไม่ได้แม้กระทั่งว่า ท่านเคยให้ยาอะไรไปบ้าง และกี่ครั้ง ท่านมีการส่งคนไข้ไปตรวจเลือด แต่ท่านก็ยังจำไม่ได้ ค่าผลเลือดต่างๆ พี่น้องคนไข้มีหน้าที่ต้องจำเอง เพื่อตอบคำถามเหล่านั่นแทบทุกครั้งที่ไปพบแพทย์

- แพทย์ชื่อดังคนดังกล่าว จ่ายยาให้คนไข้ (Tarceva เม็ดละประมาณ 3,000 บาท ต้องทานทุกวัน) โดยไม่รู้แม้กระทั่งว่า ยาตัวนี้ ถ้าทานไปพร้อมกับอาหารประเภทหนึ่ง (ในกรณีนี้คือ Grapefruit คือผลไม้จำพวกส้ม) จะทำให้ยาดังกล่าวไม่มีประสิทธิภาพ (ล้างยา) เมื่อตอนที่รู้ว่าต้องทานยาตัวนี้ ทาง minere และพี่น้องของเขาสอบถามแพทย์ว่า ห้ามกินอะไรหรือเปล่า ทางแพทย์ตอบว่า "ไม่มี กินได้ทุกอย่าง" แต่เมื่อผ่านไปไม่กี่วัน ทางทีมงานช่วยเช็คข้อมูลของยาตัวนี้ให้ และพบว่า ยาตัวนี้ห้ามทานกับ Grapefruit และข้อมูลนี้ มีปรากฎอย่างเด่นชัดบนเว็บไซค์ของยาตัวนี้

- แพทย์คนดังกล่าว ยังปกป้องพรรคพวกเดียวกัน โดยไม่มองหลักความเป็นจริง เมื่อ Minere ไม่สามารถจะนอนหลับได้ เนื่องจากเครื่องช่วยหายใจที่นำขึ้นมาจากห้อง ICU ดังรบกวนเธอทุกๆ 2 นาที ในตอนดึก จากการที่พยาบาลดูแลรักษาในชั้นนั้นใช้เครื่องไม่เป็น เมื่อเช้าขึ้นมา คนไข้เกิดอาการทรมาน และทำให้เกิดการให้ยานอนหลับอย่างแรง เมื่อพูดคุยเรื่องนี้กับแพทย์คนดังกล่าว เขากลับกล่าวว่า "ก็ปอดของเธอไม่ดีเอง" ซึ่งเป็นคำพูดที่ออกมาจากปากของแพทย์ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในสิบของประเทศ

- ด้วยพฤติกรรมของแพทย์ชื่อดังของบ้านเรานั่นค่อนข้างประหลาด ท่านมักไม่ค่อยยอมตอบคำถามอะไร หรือพูดอะไรกับ Minere และครอบครัว แต่ท่านมักจะชอบเรียกผู้ปกครองของ Minere ให้มาพบเป็นการส่วนตัว เพื่อจะแจ้งว่า เธอจะอยู่ได้นานเท่าไหร่ การเรียกนั่นจากธรรมดาจนกลายเป็นความเคยชิน จนถึงการเรียกที่ไม่รู้จักคิดแม้กระทั่งเวลาที่เหมาะสม ตอนที่ครอบครัวของเธอค่อนข้างกังวลอย่างหนักว่าเธออาจจะอยู่ได้อีกไม่กี่ นาที ทุกคนต่างเฝ้ารอรอบๆเตียงของเธอ แพทย์คนนี้เดินเข้ามา เรียกพ่อของเธอออกไปคุยนอกห้อง ซึ่งพี่สาวของ Minere บอกพ่อของเธอว่าไม่ต้องออกไป และให้น้องชายของเธอออกไปแทน เมื่อออกไปฟังแล้ว สิ่งที่ได้ฟังก็มีแค่ เขาคงอยู่ไม่ได้นานแล้วหล่ะ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไร้การตรึกตรองสิ้นดี ถ้าหากพ่อของ Minere ออกไปคุยกับหมอจริงๆ ในระหว่างที่ Minere จากไป นั่นคือพ่อของMinere จะไม่มีโอกาสได้พบเห็นเธอจนกระทั่งช่วงเวลาสุดท้าย

- ว่าด้วยเรื่องของการพูดคุยของแพทย์ แพทย์คนนี้ท่านมีความคิดที่ประหลาดมาก ท่านเป็นแพทย์รักษามะเร็ง และก็น่าจะรู้ว่าคนไข้ไม่ควรจะเครียด ปกติท่านจะไม่พูดจา เวลาถามอะไรก็มักจะไม่ตอบ อาการอื่นๆก็โยนให้แพทย์คนอื่นดูแล แต่เมื่อวันที่มีการตรวจมะเร็งว่าแพร่กระจายไปที่สมองหรือไม่ ท่านกลับเปิดประตูห้องพักมาแต่เช้า และกล่าวกับ Minere ว่า "คุณรู้ไหมว่ามะเร็งลามไปที่สมองแล้ว"

- แพทย์หลายๆคน ปฏิเสธการรักษาที่ท่านจะสามารถทำได้ เมื่อมะเร็งของคนไข้ลุกลามไปถึงระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย ทั้งๆที่ตอนนั้น คนไข้ยังเดินเหินได้ปกติดี เช่น การฉายแสง, การตรวจหาอาการที่จะทำให้อาการของคนไข้ทุเลาลง เช่น แพทย์โรงพยาบาลหนึ่ง จะให้ยา break หัวใจ ซึ่งทำให้หัวใจหยุดทำงาน และเต้นช้าลงไประยะหนึ่ง พี่ของ Minere ร้องขอให้หาสาเหตุ หรือทำอะไรที่ดีกว่านี้ ถ้าอาการนี้เกิดขึ้นอีก แต่ทางแพทย์ปฏิเสธ โดยบอกว่า นั่นเพราะมะเร็งนะแหล่ะ ไม่ต้องไปตรวจอะไรแล้ว แต่ยิ่งฉีด ระยะเวลาที่ต้องฉีดซ้ำก็สั้นลงเรื่อยๆ ทำให้คนไข้ร้องขอย้ายไปอีกโรงพยาบาลหนึ่ง ซึ่งเป็นการเสี่ยง แต่ก็ยังดีกว่าต้องฉีดยาตัวนี้ไปเรื่อยๆทุกๆไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งมีโอกาสทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ทุกครั้งที่ฉีด เมื่อย้ายไปแล้ว แพทย์ที่โรงพยาบาลใหม่นี้ พยายามทำทุกวิถีทาง จนคนไข้สามารถกลับมาพูดคุยปกติได้อีก และย้ายออกจากห้อง ICU ได้

- เมื่อทางพี่น้องของ Minere ตัดสินใจเปลี่ยนไปโรงพยาบาลชื่อดังเพื่อรับการรักษา แต่ปรากฎว่าแพทย์ที่โรงพยาบาลใหม่ปฏิเสธให้การรักษาเพราะว่า แพทย์คนเดิมของเธอเป็นแพทย์ชื่อดังระดับประเทศ ทางการแพทย์ไม่ควรจะไปดึงการรักษามา จึงต้องปล่อยให้คนไข้รักษากับแพทย์คนเดิม ทำไมพวกแพทย์ถึงลืมนึกถึงสิทธิของคนไข้ที่จะสามารถเรียกร้องให้มีการรักษา แบบที่ชอบธรรม พวกแพทย์ลืมไปหรือไม่ว่ามะเร็งเป็นโรคที่ห้ามเครียด เมื่อคนไข้ได้ยินเช่นนั้นจะรู้สึกเช่นไร อาชีพแพทย์ควรจะเป็นอาชีพที่สร้างบุญได้มากที่สุดอาชีพหนึ่ง แต่ทำไมถึงสร้างบาปให้คนไข้ได้เช่นนี้

เรื่องราวการต่อสู้กับโรคมะเร็งของ Minere นั่น ยาวนานประมาณ 8 เดือน และทางครอบครัวของ Minere อาจจะทำอะไรสักอย่าง โดยการเล่ารายละเอียดต่างๆของเธอ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนได้รับรู้ความย้ำแย่ของวงการแพทย์ ภายหลังจากทำใจเรื่องของ Minere ได้แล้ว

ทาง BLike.net ขอร่วมไว้อาลัยแก่เธอด้วย และพร้อมจะสนับสนุนการกระทำของครอบครัวของ Minere

แพทย์เชียงใหม่เมินนัดแต่งดำค้านร่างพรบ.ฯ

4 กพ. 2554 20:57 น.

แพทย์เชียงใหม่ ระบุไม่มีนัดหมายแต่งดำค้านร่าง พรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข
หลังมีข่าวแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลต่างๆในจ.ราชบุรี นัดหมายแต่งชุดดำในวันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อคัดค้านร่างพรบ.คุ้มครอง ผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข หลังทราบข่าวว่าทางรัฐบาลจะมีการนำร่างพรบ.คุ้มครองฯฉบับนี้ เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯอีกครั้ง
นพ.วรวุฒิ โฆวัชรกุล อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบทจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ชมรมแพทย์ชนบทจ.เชียงใหม่ ไม่ได้มีการนัดหมายให้กลุ่มแพทย์แต่งชุดดำคัดค้านร่าง พรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากบริการสาธารณสุขแต่อย่างใด แม้ทราบว่า ครม.จะนำประเด็นดังกล่าวกลับมาพิจารณาอีกครั้ง

หมอนัดแต่งดำค้านกม.คนไข้

หมอนัดแต่งดำค้านกม.คนไข้

แพทย์-พยาบาลแต่งดำทั่วประเทศคัดค้านร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นัดไว้ทุกข์ทุกวันจนกว่าจะมีการถอนร่างออกจากสภา 

นพ.เพิ่มบุญ จิรยศบุญยศักดิ์ กรรมการสมาพันธ์แพทย์ดรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.) เปิดเผยว่า วันนี้(7ก.พ.) แพทย์และบุคลากรด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ พร้อมใจกันแต่งชุดดำ หรือสวมปลอกแขนสีดำ ติดริบบิ้นสีดำ พร้อมป้ายผ้าแสดงการคัดค้านพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... โดยจะชุมนุมบริเวณที่สำคัญของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง
ทั้งนี้ จะมีการแต่งดำ ติดริบบิ้น หรือสวมปลอกแขนสีดำ เพื่อไว้ทุกข์แก่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ทุกวัน จนกว่าจะมีการถอนร่าง พ.ร.บ.หรือหยุดการพิจารณาจากสภาและนำออกมาจัดทำประชาพิจารณ์กับทุกฝ่าย
ที่รพ.สงขลา แพทย์นำโดย น.พ.เพิ่มบุญ จิรยศบุญยศักดิ์ คณะกรรมการแพทยสภา ประจำภาคใต้ รวมกันแต่งชุดดำมาทำงานและตรวจรักษาผู้ป่วย เพื่อแสดงเจตนารมณ์ คัดค้านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว หลังทราบว่า ทางรัฐบาลยังมีการ นำร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เข้าสู่การพิจารณาของสภาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม การนัดแต่งดำของแพทย์โรงพยาบาลสงขลา ไม่ได้มีผลกระทบต่อการตรวจรักษาผู้ป่วยทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในแต่อย่างใด แม้ในวันนี้ จะมีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก และในช่วงเที่ยงของวันนี้ หลังจากตรวจเสร็จสิ้น ทางแพทย์ของโรงพยาบาลสงขลาทั้งหมด จะรวมตัวหน้าโรงพยาบาล และจะทำการเผาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ด้วย

สพศท.จวก พ.ร.บ.ฉบับปรับปรุงใหม่ ของพรรค ปชป.แค่ปัดฝุ่น เนื้อหาไม่ต่างจากเดิม

ผู้จัดการออนไลน์
8 ก.พ.54
สพศท.อัดยับ พ.ร.บ.ฉบับปรับปรุงใหม่ ของ พรรค ปชป.แค่ปัดฝุ่น เนื้อหาไม่แตกต่างจากเดิม จวกรัฐบาล “มาร์ค” รับปากใครไว้หากไม่ทันเข้าสภาต้องหยุดพิจารณาทันที อย่าทิ้งทวนปัญหาให้รัฐบาลชุดใหม่ ส่วน แพทย์ใน รพศ./รพท.ต่างจังหวัดเดินหน้าติดริบบิ้นดำ ย้ำจุดยืน
      
       จากกรณีที่สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.) มีการเคลื่อนไหวคัดค้านร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ....ว่า ในวันนี้ (7 ก.พ.) โดยแพทย์และบุคลากรด้านสาธารณสุขของโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ จะพร้อมใจกันแต่งชุดดำ หรือสวมปลอกแขนสีดำ ติดริบบิ้นสีดำ พร้อมป้ายผ้าแสดงการคัดค้านและชุมนุมบริเวณที่สำคัญของโรงพยาบาลแต่ละแห่งนั้น
      
       นพ.เพิ่มบุญ จิรยศบุญยศักดิ์ กรรมการสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.) กล่าวว่า ทราบว่า ในโรงพยาบาลหลายแห่งได้มีการดำเนินมาตรการแต่งชุดดำเพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นี้แล้ว ส่วนมาตรการต่อจากนี้ สพศท.จะหารือกันอีกครั้งในวันที่ 14 ก.พ.นี้ แต่ในเร็วๆ นี้ จะเข้ายื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภา และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาล เพื่อขอให้พิจารณานำร่าง พ.ร.บ.ออกจากการพิจารณาของสภา หรือเลื่อนเวลาการพิจารณาออกไป เนื่องจากเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องด่วนที่จะต้องเร่งดำเนินการ ควรที่จะนำออกมาเพื่อแก้ไขปรับปรุง เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.นี้ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขเอาตัวรอดได้เสมอ แต่ผลกระทบจะตกที่ประชาชนส่วนใหญ่
      
       “สำหรับกรณีการเตรียมดันร่าง พ.ร.บ.ฉบับของ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่ง สธ.อ้างว่า เป็นการนำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองฯ 3 ฉบับ คือ ฉบับแพทย์ ฉบับประชาชน และฉบับรัฐบาลมาปรับปรุงแก้ไขรวมกันนั้น ตนได้อ่านอย่างละเอียดแล้ว พบว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เป็น พ.ร.บ.มหาโจรตกแต่งปัดฝุ่นใหม่ให้ดูดี พอเข้าสภาก็ถอดชุดออกกลับมาเป็นร่าง พ.ร.บ.ฉบับเดิม ทั้งนี้ อยากฝากถึง นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่า ที่สัญญากับบางกลุ่มว่าจะเอาร่าง พ.ร.บ.นี้เข้าสู่การพิจารณาของสภาให้ได้แล้วค่อยไปแก้ไขเนื้อหาสาระในขั้นกรรมาธิการนั้น ในขณะเดียวกัน ก็พูดเรื่องจะยุบสภาหลายครั้ง ดังนั้น การแก้ไขในชั้นกรรมาธิการคงไม่เสร็จในรัฐบาลนี้แน่ จึงวอนนายกฯอย่าทิ้งทวนบางอย่างที่เป็นภาระและเผือกร้อนให้กับรัฐบาลหน้า แต่อยากให้ถอนออกเลย เพราะกลุ่มแพทย์ที่เห็นด้วย ไม่ใช่แพทย์ที่รักษาคนไข้” นพ.เพิ่มบุญ กล่าว
      
       ขณะที่ นพ.ชัยวัน เจริญโชคทวี ผอ.วิทยาลัยแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล กล่าวถึงความคืบหน้าของการคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ว่า จริงๆ แล้วทางโรงพยาบาลในสังกัด กทม.ได้พยายามออกมาคัดค้านร่าง กม.ที่ไม่เป็นธรรมแก่ประชาชนและแพทย์อย่างต่อเนื่องทั้งกาทำหนังสือชี้แจงข้อด้อยของ พ.ร.บ.ต่อนายกรัฐมนตรี,วิปรัฐบาล, ส.ส.ฯลฯ ภายใต้สิทธิของแพทย์ที่มีการศึกษา โดยไม่ได้แสดงออกแนวป่าเถื่อน ด้วยวิธีการเอาคนไข้มาเป็นตัวประกันดังเช่น การกระทำของบางกลุ่ม ทั้งนี้กรณีที่แพทย์ รพศ.รพท.ได้เคลื่อนไหวด้วยการแต่งดำและติดริบบิ้นดำ สวมปลอกแขนดำนั้น เป็นการเคลื่อนไหวเบื้องต้นที่แพทย์ทำได้ ซึ่งไม่ส่งผลต่อผู้ป่วยแต่อย่างใด
      
       “การเป็นแพทย์นั้นภาระทุกอย่างต้องเป็นไปบนพื้นฐานของหัวใจแพทย์ที่เมตตาคนไข้ ไอ้เรื่องประท้วงออกนอกหน้าเราไม่ทำอยู่แล้ว แต่ทุกการเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านนั้นเพียงเพราะไม่อยากมีคนบางกลุ่มได้รับประโยชน์หลังจากออกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนเองจะเป็นฝ่ายเสียประโยชน์ ทางออกของเรื่องนี้ คือ ต้องถอนนออกมาก่อนแล้วทำประชาพิจารณ์ใหม่” นพ.ชัยวัน กล่าว
      
       นพ.ชัยวัน กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ จากการหารือกลุ่มแพทย์ในสังกัด กทม.อย่างต่อเนื่องนั้น พบว่าแพทย์เห็นด้วยให้มีกฎหมายที่คุ้มครองทั้งผู้รับบริการและผู้ให้บริการสาธารณสุข นั่นคือ ร่าง พ.ร.บ.ที่เสนอโดย นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ และในอนาคตแพทย์สังกัด กทม.อาจจะมีการเคลื่อนไหวเพื่อกดดันรัฐบาลให้ถอนร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ออกมาจากวาระที่ประชุมสภาฯ ให้ได้ แต่ยังไม่เปิดเผยว่าจะกระทำการโดยวิธีใด อย่างไรก็ตามขณะนี้ต้องรอดูท่าทีของ แพทย์ รพศ.รพท.และภาครัฐก่อน ว่า มีแนวโน้มอย่างไร หลังจากนั้นค่อยๆหารือกันอีกครั้ง ทุกวันนี้ภาระหน้าที่ของรัฐบาลที่จำเป็นต้องเร่งแก้ไข คือ การปกป้องประเทศให้พ้นวิกฤติขัดแย้งกับกัมพูชา ไม่ใช่มัวแต่เอาเวลามาสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ.อันจะส่งผลเสียต่อระบบสาธารณสุขของไทยที่จะสร้างความขัดแย้งแก่คนในประเทศเดียวกัน
      
       พญ.สุธัญญา บรรจงภาค กรรมการ สพศท. กล่าวว่า เบื้องต้นมีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมการเคลื่อนไหวครั้งนี้กระจาย 10 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรปราการ เชียงใหม่ เชียงราย สุรินทร์ บุรีรัมย์ มุกดาหาร สงขลา เป็นต้น โดยได้ร่วมกันสวมชุดดำ ใส่ปลอกแขนสีดำ บ้างก็ติดริบบิ้นสีดำ ชุมนุมคัดค้านร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ บริเวณหน้าโรงพยาบาล ตั้งแต่ 12.00 น.เป็นต้นมา เนื่องจากเป็นช่วงพักเที่ยง สามารถปลีกเวลาจากการตรวจคนไข้ได้ สำหรับโรงพยาบาลนครปฐมมีผู้เข้าร่วมไม่มากนักประมาณ 30-40 คน เนื่องจากแพทย์พยาบาลติดภารกิจกันเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม อยากขอให้รัฐบาลยุติและยับยั้งการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เนื่องจากเป็นกฎหมายที่มีปัญหามาก ควรนำออกมาเพื่อทำประชาพิจารณ์อย่างรอบด้านจริงๆ
      
       นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ รองประธานสหพันธ์ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขแห่งประเทศไทย (สผพท.) กล่าวว่า สผพท.ไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว และเชื่อว่า แพทย์ส่วนใหญ่ไม่ดำเนินการเช่นนี้ เพราะเรื่องนี้ผ่านพ้นการเคลื่อนไหวลักษณะดังกล่าวมานานแล้ว สิ่งสำคัญควรมีการทำประชาพิจารณ์ร่างกฎหมายอย่างรอบด้าน เพราะการแสดงออกลักษณะนี้จะส่งผลต่อภาพลักษณ์แพทย์ได้

หมอชุ่ยทำลูกพิการ

เดลินิวส์
28 มกราคม 2549

ดึงแขนเด็กขณะคลอดรุนแรงเกินหวั่นเป็นง่อย

โผล่อีกแล้วหมอ-พยาบาลชุ่ยทำคลอดทารกเพศชายปลายปี 48 แม่เด็กปลื้มได้ทายาทสมใจ ผานไป 2 วันอุ้มอาบน้ำชักสงสัยแขนข้างซ้ายห้อยต่องแต่งแถมมือหงิกงอ ถามไถ่หมออ้างเด็กตัวใหญ่ทำคลอดลำบากต้องระดมพยาบาลกระชากลากออกมาเลยกระทบกระเทือนไปบ้างแนะทำกายภาพบำบัดไม่เกิน 2 สัปดาห์หายแน่ ที่ไหนได้นับเดือนยังเหมือนเดิม ส่อแววเป็น "ง่อย" ร้องเดลินิวส์ขอความเป็นธรรม ยันไม่คิดเอาเรื่องใคร ขอเพียงเหลียวแลช่วยเหลือกันบ้าง เพราะฐานะยากจน ข้นแค้น

เหยื่อความชุ่ยโรงพยาบาลร้องเรียนขอความเป็นธรรมรายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 ม.ค. นางสุธาทิพย์ สิงห์โดม อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 3 ต.บ้านแก้ง อ.เมือง จ.สระแก้ว อุ้มลูกน้อยวัย 1 เดือนเข้าร้องเรียนกับผู้สื่อข่าวเดลินิวส์เพื่อขอความเป็นธรรม โดยอ้างว่าก่อนหน้านั้นหลังจากรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ได้ไปฝากครรภ์กับคลินิกแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.สระ แก้ว จนกระทั่งเจ็บท้องญาตินำส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในช่วงเช้าวันที่ 21 ธ.ค. 48 ที่ผ่านมา คณะแพทย์พาเข้าห้องคลอดในช่วงใกล้เที่ยงวันเดียวกันนั้นจนกระทั่งคลอดบุตรออกมาเป็นทารกเพศชายรูปร่างน่ารักน่าชัง ซึ่งทางโรงพยาบาลได้นำตัวไปดูแลตามขั้นตอน ส่วนตนก็นอนพักฟื้น

เมื่อเล่าถึงช่วงนี้ นางสุธาทิพย์ เริ่มสะอึกสะอื้นร่ำไห้น้ำตานองหน้าและเล่าต่อว่า จวบจนเวลาผ่านไปหลังพักฟื้น 2 วัน ตนก็พาบุตรชายไปอาบน้ำสังเกตเห็นแขนข้างซ้ายของลูกชายไม่เคลื่อนไหวและห้อยข้างลำตัวแถมนิ้วมือยังหงิกงอถามแพทย์ผู้ทำคลอดได้รับคำตอบว่าเด็กมีปัญหาระหว่างคลอดเพราะตัวใหญ่มาก พยาบาลหลายคนต้องช่วยกันดึงแขนเด็กออกมา อาจทำให้แขนซ้ายมีปัญหาบ้างและได้นำเด็กไปเอกซเรย์แล้วแพทย์แนะนำให้พากลับบ้านและทำกายภาพบำบัดยกแขนขึ้นลงประมาณ 2 สัปดาห์อาการก็จะดีขึ้นเอง ปรากฏว่ากลับมาบ้านทำกายภาพบำบัดสม่ำเสมอลูกชายก็ไม่เห็นอาการดีขึ้น จนเวลาผ่านมานานนับเดือนแล้วบุตรชายก็กลายเป็นเด็กง่อยเปลี้ยเสียแขนไปในที่สุด

"นับจากวันสุดท้ายที่เห็นหน้าหมอที่ทำคลอดก็พยายามพาลูกชายไปหาที่โรงพยาบาลก็ไม่พบอีกเลย ทางโรงพยาบาลก็เปลี่ยนหมอคนใหม่ให้เข้ามาดูแลแทน ได้นัดไปทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลอีกหลายครั้งอาการก็ไม่ทุเลาลงเลย อยากขอร้องให้หมอคนใหม่ทำเรื่องส่งตัวลูกชายไปรักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เพราะเครื่องมือทันสมัยกว่า แต่ติดขัดตรงที่ฐานะยากจน ฐานะการเงินไม่ดีนัก ต้องรอสามีที่ไปทำงานโรงงานในกรุงเทพฯ ส่งเงินมาให้ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จึงจะได้ไป ขอความเมตตาจากผู้เกี่ยวข้องและผู้ใจบุญช่วยเหลือลูกชายด้วย ตอนนี้หวังให้ลูกชายหายจากความเป็นง่อยไม่อยากให้เป็นคนพิการและไม่ติดใจจะเอาเรื่องกับหมอและพยาบาล ขอเพียงเหลียวแลกันบ้างเท่านั้นก็พอ" นางสุธาทิพย์กล่าวพร้อมเช็ดน้ำตาอย่างน่าเวทนา

เอาผิดหมอทำคลอดลูกแฝดเสียชีวิตทั้งคู่

หนุ่มเมืองขุนแผน
เอาผิดหมอผ่าตัดทำคลอดลูกแฝดเสียชีวิตทั้งคู่
เดลินิวส์ 19 เม.ย.49

หนุ่มเมืองขุนแผน แจ้งความเอาผิดหมอโรงพยาบาลนครพิงค์เชียงใหม่ ผ่าตัดทำคลอดลูกแฝดเสียชีวิตทั้งคู่ ส่วนทีมหมอออกโรงชี้แจงทันควัน ระบุพยายามช่วยเหลือเด็กอย่างสุดความสามารถ แต่ทารกหัวใจหยุดเต้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์ก่อนทำการผ่าตัด คาดสาเหตุมาจากเด็กเสียเลือดมากและถูกรกพันคอ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 18 เม.ย. นายสมหมาย บุญสม อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ไพบูลย์ นามทอง สารวัตรเวร สภ.อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ให้สอบสวนและเอาผิดกับแพทย์ รพ.นครพิงค์ อ.แม่ริม ที่ผ่าตัดทารกแฝดบุตรของนายสมหมาย จนเสียชีวิตทั้งคู่ นายสมหมายกล่าวว่า ได้พา น.ส.วัชรีซึ่งตั้งครรภ์ 9 เดือน ไปทำคลอดที่รพ. นครพิงค์เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 49 แพทย์จึงผ่าตัดเพื่อเอาเด็กออก แต่เสียชีวิตทั้งคู่สร้างความเสีย ใจให้ตนและภรรยาเป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความให้ตำรวจสอบสวนหาความเป็นธรรมกับครอบครัวตนด้วย

ต่อมาเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน นพ.ชัชวาล ศิรินิรันดร์ ผอ.รพ.นครพิงค์ และ นพ.วรจักร จิวะกิดาการ ได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุการเสียชีวิตของทารกแฝด ด้วยการฉายสไลด์อธิบายอย่างละเอียด โดย นพ.ชัชวาลกล่าวว่า เรื่องนี้ทางโรงพยาบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงได้ตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามที่ นพ.วรจักรจะเป็นผู้แถลง

นพ.วรจักรกล่าวว่า ตนในฐานะหัวหน้าทีมผ่าตัดเด็กแฝดทารก ส่วนคนไข้รายนี้คือ น.ส.วัชรี อยู่แฮ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ได้มาคลอดบุตรที่ รพ.นครพิงค์เมื่อวันที่ 12 เม.ย. โดยแจ้งประวัติว่าตั้งครรภ์เป็นครั้งที่ 3 และฝากครรภ์ไว้ที่โรงพยาบาลใน จ.สมุทรสาคร แต่เนื่องจากมีภูมิลำเนาอยู่ในเชียงใหม่ จึงมาผ่าตัดทำคลอดที่รพ.นครพิงค์ ทั้งนี้จากการตรวจร่างกายด้วยคลื่นความถี่สูงพบว่าเป็นการตั้งครรภ์แฝด มีอายุครรภ์ประมาณ 37 สัปดาห์ โดยทารกอยู่ในท่าศีรษะเป็นส่วนนำทั้งคู่ ผู้ป่วยไม่เจ็บครรภ์ ทารกทั้งสองปกติดี และยังไม่พบข้อบ่งชี้ทางสูติศาสตร์ในการทำผ่าตัดคลอด ประกอบกับเป็นครรภ์ที่สามแล้วน่าจะคลอดเองได้

แพทย์จึงแนะนำให้นอนโรงพยาบาลเพื่อรอเจ็บครรภ์คลอดเอง แต่ผู้ป่วยและสามี ประสงค์จะกลับบ้านก่อนและยืนยันให้ผ่าตัด แพทย์จึงนัดมานอนโรงพยาบาลวันที่ 16 เม.ย. 49 แล้วจะประเมินอีกครั้งเพื่อพิจารณาการคลอดในวันที่ 16 เม.ย. เวลา 07.00 น. โดยผู้ป่วยแจ้งให้ทราบว่ามีน้ำเดินปนเลือดออกทางช่องคลอด แพทย์จึงรับผู้ป่วยไว้ที่ห้องคลอดเมื่อตรวจภายในพบว่าปากมดลูกไม่เปิด มีมูกเลือดเล็กน้อยเป็นสีแดงคล้ำ ไม่เห็นน้ำคร่ำไหลออกมา พร้อมกับอธิบายลักษณะที่ตรวจพบให้ผู้ป่วยรับทราบควบคู่กับให้ดูลักษณะมูกเลือด และถามซ้ำว่าเจ็บครรภ์หรือไม่ แต่ผู้ป่วยบอกว่าไม่เจ็บครรภ์

ต่อมาเวลา 08.20 น. วันเดียวกันผู้ป่วยมีน้ำคร่ำไหลออกมาเล็กน้อยติดผ้าถุง จึง ให้นอนพัก หลังจากนั้นพยาบาลได้ตรวจทารกในครรภ์ด้วยเครื่องตรวจติดตามการเต้นของหัวใจ พบว่าทารกด้านขวา เต้นอัตรา 140-150 ครั้ง/ นาที ทารกด้านซ้าย เต้นอัตรา 140-160 ครั้ง/ นาที ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติดีทั้งสองคน ต่อมาเวลา 09.10 น. พยาบาลตรวจพบว่ามีเลือดออกจากช่องคลอดประมาณ 200 ซีซี ตรวจอัตราการ เต้นของหัวใจพบว่าทารกด้านขวาเต้น 150 ครั้ง/ นาที ทารกข้างซ้ายเต้น 148 ครั้ง/นาที สูติแพทย์ได้ตรวจอาการผู้ป่วยและตรวจคลื่นความถี่สูงด่วน เพื่อหาสาเหตุเลือดออกทางช่องคลอดพร้อมทั้งให้เตรียมผ่าตัดกรณีฉุกเฉิน

จนกระทั่งเวลา 10.15 น. หัวใจของทารกคนทางซ้ายหยุดเต้น ส่วนทารกด้านขวาเต้น171 ครั้ง/นาที และลดลงมาเหลือ 78 ครั้ง/ นาที สูติแพทย์จึงส่งผู้ป่วยไปผ่าตัดด่วน ปรากฏว่าทารกคนแรกเพศชายคลอดเวลา 10.50 น. คนที่สองคลอดเวลา 10.51 น. มีสายสะดือพันคอทารกคนที่สอง 1 รอบ ส่วนทารกคนแรกทีมกุมารแพทย์ได้ดูดน้ำคร่ำออกจากปากและจมูก และใส่ท่อช่วยหายใจเพราะเด็กไม่มีปฏิกิริยาตอบ สนอง ไม่มีเสียงหัวใจเต้น ส่วนทารกคนที่สองก็มีสภาพไม่ต่างกัน ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตคาดว่าเกิดจากภาวะเสียเลือดมาก เนื่องจากสายสะดือที่เกาะเหยื่อหุ้มทารกมีการฉีกขาดทำให้ทารกสูญเสียเลือด โดยทีมแพทย์พยายามช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถแล้ว และทารกคนแรกนั้นหัวใจหยุดเต้นก่อนทำการผ่าตัด ส่วนคนที่สองหัวใจก็เต้นช้าลง แต่พ่อของเด็กไม่ฟังเหตุผลคำอธิบายของแพทย์ อย่างไรก็ตามทาง รพ.นครพิงค์ได้ส่งศพทารกแฝดและรก ไปตรวจชันสูตรเพื่อยืนยันสาเหตุการตายที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่แล้ว.

ร่างพรบ.ฉบับนพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ-ต้านพรบ.

ร่างพรบ.ฉบับประชาชน

ร่างพรบ.ฉบับนายเจริญ จรรย์โกมล-สส.พท.

ร่างพรบ.ฉบับนพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ-สส.พท.(ขอถอนร่าง)

ร่างพรบ.ฉบับนางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์-สส.ภท.

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ