ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

ปีเสือโหด! หมอรุมชำแหละ'ร่างกม.คนไข้'

วิกฤติวงการหมอ...ปีเสือโหด!  รุมชำแหละ 'ร่าง กม.คนไข้' ถึงมือมั่วปล่อย 'คลิปปลัดฉาว!'
http://www.ryt9.com/s/tpd/1059998/

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์
อังคารที่ 4 มกราคม 2554 00:00:06 น.

เก่าไปใหม่มา ธรรมดาของความเปลี่ยนแปลง ตลอดศักราช 2553 ปี "เสือดุ"  ทำเอาประเทศไทยทุลักทุเลกับสารพันปัญหา ทั้งการ เมือง เศรษฐกิจ กระทบชีวิตความเป็นอยู่ จน ดูคนไทยอยู่ในภาวะเครียด! ไปตามๆ กัน กว่า จะผ่านพ้นจนถึงวันสิ้นปี เล่นเอากายใจป่วย ไปตามๆ กัน ไม่พ้นคนมีหน้าที่ดูแล "สุขภาพ"คนอื่น อย่างกระทรวงหรรษา "สาธารณสุข" ที่กล่าวได้ว่าเป็นปีที่ "ฮาไม่ออก" ทีเดียว โดยเฉพาะเรื่องใหญ่ที่กลายเป็นศึก!!! ระหว่าง "หมอ" กับ "คนไข้"ที่ต้องใส่วงเล็บว่า (บางคน!) สาละวนอยู่แต่กับ "ร่างพระราชบัญ ญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสา ธารณสุข พ.ศ. ...." จนต้องหยุดทำคลอดไปตามระเบียบ

"กฎหมาย" ที่จะพลิกโฉมหน้าใหม่ของวงการ "เสื้อกาวน์เมืองไทย"
เหตุผลของการมีกฎหมายฉบับนี้ได้ระบุเอาไว้ว่า "โดยที่ปัจจุบัน ความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยาอย่างเป็นระบบให้ทันท่วงที ทำ ให้มีการฟ้องร้องผู้ให้บริการสาธารณสุขทั้งทางแพ่งและอาญา และทำให้ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้รับและผู้ให้บริการสาธารณสุขเปลี่ยนไปจากเดิม อันส่งผลร้ายมายังผู้รับและ ผู้ให้บริการสาธาณสุข ตลอดจนกระทบถึงการ ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณ สุข รวมถึงระบบบริการสาธารณสุขด้วย สม ควรจะได้แก้ปัญหาดังกล่าวเพื่อให้ผู้เสียหาย จากบริการสาธารณสุขได้รับการแก้ไขเยียว ยาโดยรวดเร็วและเป็นธรรม โดยการจัดตั้ง กองทุนเพื่อชดเชยให้แก่ผู้เสียหาย ส่งเสริมให้มีการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้รับและผู้ให้บริ การสาธารณสุข จัดให้มีการพัฒนาระบบความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายจากบริการสาธารณสุข ทั้งให้ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจในการลงโทษหรือไม่ลงโทษผู้ให้บริการสาธารณสุขในกรณีที่ถูกฟ้องคดีอาญา ข้อหากระทำการโดยประมาทด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ "
เปลี่ยนจากคนไข้กลายเป็น "ผู้เสียหาย" ที่ต้องได้รับการชดเชย
ในร่างกฎหมายฉบับนี้ที่ทำให้ทุกฝ่ายเกิดข้อถกเถียงถึงความเป็นไปได้อย่างหนัก คือ การมี "กองทุนสำหรับชดเชยความเสียหายมาช่วยแก้ไขเยียวยาให้กับผู้ที่เสียหายจากการให้บริการสาธารณสุขทุกกลุ่ม "เลียนแบบ" การจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตามมาตรา 41 ของพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 จะครอบคลุมแต่เฉพาะคนไข้บัตรทองเท่านั้น

ในขณะที่กลุ่มอื่น เช่น กลุ่มผู้ใช้สิทธิ ประกันสังคม กลุ่มผู้ใช้สิทธิสวัสดิการข้าราช การและรัฐวิสาหกิจ ยังไม่มีระบบใดๆ ที่จะให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่กลุ่มดังกล่าวแต่อย่างใด นอกจากนี้ หากมีการฟ้องคดีอาญากรณีที่ผู้ให้บริการกระทำโดยประมาท ก็ให้ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจไม่ลงโทษหรือรอลงอาญาก็ได้ เพราะการฟ้องคดีอาญานั้นเป็น สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่มีสิทธิฟ้องร้องได้หากได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาลที่ได้กระทำโดยประมาท ภายใต้ "คณะกรรมการสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข" ซึ่งจะเป็นคณะ บุคคลที่มีอำนาจสูงสุดในการกำหนดอัตราการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนของสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนและพิจารณาการจ่ายเงินชดเชย

แต่ทันทีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบผ่านร่าง พ.ร.บ.ฯ ดังกล่าว จนเข้าระเบียบวาระสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร พลันเกิดความเคลื่อนไหวจากกลุ่มผู้ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ฯ เมื่อภาคประชาชน หรือ "เอ็นจีโอคนไข้" ได้เข้าพบ "จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสา ธารณสุข ซึ่งท่าทีสอดคล้องกับมติ ครม. ที่ต้องการสนับสนุนให้มีเครื่องมือชดเชย

แต่แล้วเส้นทางของร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อผู้ได้รับผล กระทบโดยตรงที่มีดีกรีความน่าเชื่อถือทางสังคมอย่างบรรดา "คุณหมอ" ทั้งหลายเริ่มส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไปในทิศทางทำนองว่า "กม.ฉบับนี้จะทำให้หมอถูกฟ้องร้องมากขึ้น" หรือทำนองว่า "กม.อะไร ให้เงินคนไข้แล้ว ถ้าไม่พอใจยังฟ้องได้อีก อย่างนี้ให้เงินแล้วก็ไม่จบจริง"

จนเกิดปรากฏการณ์ม็อบ! คุณหมอ ถอด "ขาว" แต่ง "ดำ" ลุกขึ้นประท้วง! ด้วยท่าทีแข็งกร้าวทุกวิถีทางให้ทำแท้ง กม. ฉบับนี้

เมื่อมีการรวมกลุ่มลุกมาคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ฯ อย่างเป็นเรื่องเป็นราว จากคุณหมอ กลุ่มหนึ่งจนกระจายเป็นวงกว้าง ไปถึงแพทย์พยาบาล บุคลากรด้านสาธารณสุขที่อยู่นอกกระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่โรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลสังกัด ทหาร ตำรวจ  กทม. มีการ จัดเวทีเสวนาถี่ๆ เพื่อชำแหละข้อดี-ข้อเสียของการมีร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้

บทบาทของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อเกิดเรื่องร้อนๆ ที่เกี่ยวพัน ทางออกคือ การ ตั้ง
"คณะกรรมการเสริมสร้างความสมาน ฉันท์ในระบบบริการสาธารณสุข" เพื่อให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ผ่านหน้าสื่อรายวันมา ขึ้นโต๊ะถกในวงแคบลง แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบรรยากาศในการประชุมแต่ละครั้ง เผ็ด ร้อน ดุเดือด มีการลุกออกจากห้องประชุม วอล์กเอาต์ (walk  out) หลายต่อหลายครั้งเป็นเวลาแรมเดือนที่ดูเรื่องราวจะย่ำอยู่กับที่  ถึงขนาดเกิดความบีบคั้นอย่างหนักทำให้ "ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา" ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ปลงผมร่ำไห้ต่อหน้าสื่อ ประท้วง "รัฐบาล" ที่ส่งสัญญาณ จาก "วิปรัฐบาล" ขอชะลอร่างกฎหมายฉบับนี้ไว้ก่อน

เป็นที่มาของประโยค "คำสัญญาที่เชื่อไม่ได้" เพราะเธอยืนยันหนักหนาว่า "จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เคยรับปากว่าจะช่วยผลักดันให้มีกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งถือเป็นความหวังเดียวของคนต่อสู้เพื่อให้มี "กฎหมายคนไข้"   แต่แล้วความพยายามเดินหน้า"เคลียร์" !!!  ของ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่มีทีมงานอย่าง นพ.สุพรรณ ศรีธรรมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ก็ทำให้วงประชุมที่มีตัวแทนแพทย์-คนไข้ ได้ข้อสรุป 12 ประเด็น หนึ่งในนั้นคือ การเปลี่ยนชื่อเป็น "ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายและผู้รับบริ การที่ได้รับผลกระทบจากระบบบริการสา ธารณสุข" ส่วนการเก็บเงินสมทบเพื่อมาจ่าย เป็นเงินชดเชยให้ผู้เสียหายจะมีความเท่าเทียมกัน โดยในส่วนของโรงพยาบาลรัฐจะหักจากเงินในมาตรา 41 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประกันสังคม และกรมบัญชีกลาง ส่วนโรงพยาบาลเอกชนก็จะมีการเก็บเงินสมทบเท่าเทียมตามอัตรา และเห็นชอบให้มีการยุติการฟ้องร้องทางอาญา หลังจากทำสัญญาประนีประนอมในกรณีรับเงินชดเชยช่วยเหลือแล้ว

ที่ดูในตอนแรกว่าจะเป็นทิศทางที่ดี ถึงแม้จะไม่มีตัวแทน "แพทยสภา" และแพทย์ นอกสังกัดกระทรวงเข้าร่วมประชุมด้วย เพราะ หลังจากมีการแต่งตั้งคณะทำงานแล้ว มีข้อสรุป ว่าควรมีการทำประชาพิจารณ์ร่างกฎหมายฉบับนี้ใหม่ แพทยสภาก็ส่งเพียงตัวแทนมายื่นหนังสือในวันประชุมคณะกรรมการเท่านั้น

ทำไปทำมาเรื่องก็ยังไม่จบ เมื่อฝ่ายเสนอ กฎหมายเข้าสภา อย่าง "วิป" เห็นเรื่องนี้ใหญ่เกินกว่าจะปล่อยผ่าน เลยยื่นมือลงมาเชื้อเชิญแต่ละฝ่ายที่มีความเห็นแตกต่างกันมาพูดคุย โดยต่างคนต่างกลุ่มต้องเดินสายเข้า ชี้แจง จนกระทั้ง  ไม่ทัน  ปิดประชุมสมัยสามัญนิติบัญญัติ  รัฐสภา ไปก่อนจนได้

ความวุ่นวายยังไม่พ้น จากกระทรวงสาธารณสุข  เมื่อวันดีคืนดี ก็มีมือมั่ว  ปล่อยภาพนิ่ง โพสต์ข้อความให้สาธารณะชนเข้าใจทำนอง เป็นพฤติกรรมอื้อฉาวของ  นพ.ไพจิตร์  วราชิต ปลัดกระทรวงสาธาณสุข กับ นักศึกษาฝึกงานสาว  ผ่านทางเว็บไซต์เผยแพร่คลิปชื่อดัง ว่อนเน็ต!  แต่ทันใด มีการเรียก ร้องให้เจ้ากระทรวง  "จุรินทร์" ตรวจสอบข้อ เท็จจริงเรื่องดังกล่าว  โดยการแถลงข่าวของ นพ.ฐานปวงศ์  ตั้งอุไรวรรณ  และ พญ. อรพรรณ์ เมธาดิลกกุล รองประธานสหพันธ์ผู้ปฏิบัติงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขแห่งประเทศไทย (สผพท.) ซึ่งคุณหมอทั้งสอง คน อยู่ทางฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการมีร่าง ก.ม. ฉบับคนไข้ ทำให้ถูกมองว่าเรื่องคลิปปลัดเกี่ยว ข้องกับความขัดแย้งในร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ  ไปด้วย นำไปสู่การฟ้องร้อง ไปคดีความ และมีการตั้ง "นายพรชัย รุจิประ ภา"  ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโน โลยี (วท.)  เป็นประธานสอบข้อเท็จจริงที่แม้เรื่องจะดูเงียบๆ ไป  แต่ยังไม่จบ เพราะแว่วว่า  หลังปีใหม่  อาจมี  "หวยออก" ได้เฮ!  ได้จ๋อย!  กันบ้างไม่มากก็น้อย

ปีหน้าฟ้าใหม่ คงยังต้องจับตา รอดู กันไปอีกยาวๆ  เพราะไม่ว่าจะมีการทำประชา พิจารณ์ใหม่  หรือหยิบออกมาแก้ไขให้บางประเด็นที่ยังขัดแย้งให้รอบคอบขึ้น  การเดินหน้าไปของร่าง ก.ม.ฉบับนี้ คงไม่หยุดได้อย่างถาวร เพราะมีระเบียบวาระของสภาแล้ว
ก็ได้แต่ภาวนา เสียงดังๆ ว่าปี "กระต่าย" นักษัตร ที่ดูเป็นมิตร  จะช่วยให้  "ใครบางคน" ใจเย็นๆ แต่ก็อย่าลืม  บางที "กระต่าย" ก็หมาย ใจว่า ตัวเองวิ่งเร็ว จนชะล่าใจเผลอไปแอบงีบ หลับใต้ต้นไม้  มาตกกะใจตื่นมาอีกที ก็ได้แต่ร้อง...แหม เสียดายจัง  เต่า... ต้วม เตี้ยม!  มันเดินเข้าเส้นชัย ไปตั้งแต่เมื่อไหร่หว่า...
ธนาวรรณ สุจริตมั่น
รายงาน

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ