ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

เอาผิดหมอทำคลอดลูกแฝดเสียชีวิตทั้งคู่

หนุ่มเมืองขุนแผน
เอาผิดหมอผ่าตัดทำคลอดลูกแฝดเสียชีวิตทั้งคู่
เดลินิวส์ 19 เม.ย.49

หนุ่มเมืองขุนแผน แจ้งความเอาผิดหมอโรงพยาบาลนครพิงค์เชียงใหม่ ผ่าตัดทำคลอดลูกแฝดเสียชีวิตทั้งคู่ ส่วนทีมหมอออกโรงชี้แจงทันควัน ระบุพยายามช่วยเหลือเด็กอย่างสุดความสามารถ แต่ทารกหัวใจหยุดเต้นตั้งแต่อยู่ในครรภ์ก่อนทำการผ่าตัด คาดสาเหตุมาจากเด็กเสียเลือดมากและถูกรกพันคอ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 18 เม.ย. นายสมหมาย บุญสม อายุ 26 ปี ชาวจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ไพบูลย์ นามทอง สารวัตรเวร สภ.อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ให้สอบสวนและเอาผิดกับแพทย์ รพ.นครพิงค์ อ.แม่ริม ที่ผ่าตัดทารกแฝดบุตรของนายสมหมาย จนเสียชีวิตทั้งคู่ นายสมหมายกล่าวว่า ได้พา น.ส.วัชรีซึ่งตั้งครรภ์ 9 เดือน ไปทำคลอดที่รพ. นครพิงค์เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 49 แพทย์จึงผ่าตัดเพื่อเอาเด็กออก แต่เสียชีวิตทั้งคู่สร้างความเสีย ใจให้ตนและภรรยาเป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความให้ตำรวจสอบสวนหาความเป็นธรรมกับครอบครัวตนด้วย

ต่อมาเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน นพ.ชัชวาล ศิรินิรันดร์ ผอ.รพ.นครพิงค์ และ นพ.วรจักร จิวะกิดาการ ได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุการเสียชีวิตของทารกแฝด ด้วยการฉายสไลด์อธิบายอย่างละเอียด โดย นพ.ชัชวาลกล่าวว่า เรื่องนี้ทางโรงพยาบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงได้ตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามที่ นพ.วรจักรจะเป็นผู้แถลง

นพ.วรจักรกล่าวว่า ตนในฐานะหัวหน้าทีมผ่าตัดเด็กแฝดทารก ส่วนคนไข้รายนี้คือ น.ส.วัชรี อยู่แฮ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ได้มาคลอดบุตรที่ รพ.นครพิงค์เมื่อวันที่ 12 เม.ย. โดยแจ้งประวัติว่าตั้งครรภ์เป็นครั้งที่ 3 และฝากครรภ์ไว้ที่โรงพยาบาลใน จ.สมุทรสาคร แต่เนื่องจากมีภูมิลำเนาอยู่ในเชียงใหม่ จึงมาผ่าตัดทำคลอดที่รพ.นครพิงค์ ทั้งนี้จากการตรวจร่างกายด้วยคลื่นความถี่สูงพบว่าเป็นการตั้งครรภ์แฝด มีอายุครรภ์ประมาณ 37 สัปดาห์ โดยทารกอยู่ในท่าศีรษะเป็นส่วนนำทั้งคู่ ผู้ป่วยไม่เจ็บครรภ์ ทารกทั้งสองปกติดี และยังไม่พบข้อบ่งชี้ทางสูติศาสตร์ในการทำผ่าตัดคลอด ประกอบกับเป็นครรภ์ที่สามแล้วน่าจะคลอดเองได้

แพทย์จึงแนะนำให้นอนโรงพยาบาลเพื่อรอเจ็บครรภ์คลอดเอง แต่ผู้ป่วยและสามี ประสงค์จะกลับบ้านก่อนและยืนยันให้ผ่าตัด แพทย์จึงนัดมานอนโรงพยาบาลวันที่ 16 เม.ย. 49 แล้วจะประเมินอีกครั้งเพื่อพิจารณาการคลอดในวันที่ 16 เม.ย. เวลา 07.00 น. โดยผู้ป่วยแจ้งให้ทราบว่ามีน้ำเดินปนเลือดออกทางช่องคลอด แพทย์จึงรับผู้ป่วยไว้ที่ห้องคลอดเมื่อตรวจภายในพบว่าปากมดลูกไม่เปิด มีมูกเลือดเล็กน้อยเป็นสีแดงคล้ำ ไม่เห็นน้ำคร่ำไหลออกมา พร้อมกับอธิบายลักษณะที่ตรวจพบให้ผู้ป่วยรับทราบควบคู่กับให้ดูลักษณะมูกเลือด และถามซ้ำว่าเจ็บครรภ์หรือไม่ แต่ผู้ป่วยบอกว่าไม่เจ็บครรภ์

ต่อมาเวลา 08.20 น. วันเดียวกันผู้ป่วยมีน้ำคร่ำไหลออกมาเล็กน้อยติดผ้าถุง จึง ให้นอนพัก หลังจากนั้นพยาบาลได้ตรวจทารกในครรภ์ด้วยเครื่องตรวจติดตามการเต้นของหัวใจ พบว่าทารกด้านขวา เต้นอัตรา 140-150 ครั้ง/ นาที ทารกด้านซ้าย เต้นอัตรา 140-160 ครั้ง/ นาที ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติดีทั้งสองคน ต่อมาเวลา 09.10 น. พยาบาลตรวจพบว่ามีเลือดออกจากช่องคลอดประมาณ 200 ซีซี ตรวจอัตราการ เต้นของหัวใจพบว่าทารกด้านขวาเต้น 150 ครั้ง/ นาที ทารกข้างซ้ายเต้น 148 ครั้ง/นาที สูติแพทย์ได้ตรวจอาการผู้ป่วยและตรวจคลื่นความถี่สูงด่วน เพื่อหาสาเหตุเลือดออกทางช่องคลอดพร้อมทั้งให้เตรียมผ่าตัดกรณีฉุกเฉิน

จนกระทั่งเวลา 10.15 น. หัวใจของทารกคนทางซ้ายหยุดเต้น ส่วนทารกด้านขวาเต้น171 ครั้ง/นาที และลดลงมาเหลือ 78 ครั้ง/ นาที สูติแพทย์จึงส่งผู้ป่วยไปผ่าตัดด่วน ปรากฏว่าทารกคนแรกเพศชายคลอดเวลา 10.50 น. คนที่สองคลอดเวลา 10.51 น. มีสายสะดือพันคอทารกคนที่สอง 1 รอบ ส่วนทารกคนแรกทีมกุมารแพทย์ได้ดูดน้ำคร่ำออกจากปากและจมูก และใส่ท่อช่วยหายใจเพราะเด็กไม่มีปฏิกิริยาตอบ สนอง ไม่มีเสียงหัวใจเต้น ส่วนทารกคนที่สองก็มีสภาพไม่ต่างกัน ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตคาดว่าเกิดจากภาวะเสียเลือดมาก เนื่องจากสายสะดือที่เกาะเหยื่อหุ้มทารกมีการฉีกขาดทำให้ทารกสูญเสียเลือด โดยทีมแพทย์พยายามช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถแล้ว และทารกคนแรกนั้นหัวใจหยุดเต้นก่อนทำการผ่าตัด ส่วนคนที่สองหัวใจก็เต้นช้าลง แต่พ่อของเด็กไม่ฟังเหตุผลคำอธิบายของแพทย์ อย่างไรก็ตามทาง รพ.นครพิงค์ได้ส่งศพทารกแฝดและรก ไปตรวจชันสูตรเพื่อยืนยันสาเหตุการตายที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่แล้ว.

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ