ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

ฉันถูกตำรวจร่วมร้อยสลายม็อบ

http://www.manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9540000026618
โดย...ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา
27 กุมภาพันธ์ 2554
นายกรัฐมนตรีให้คำมั่นสัญญาเมื่อ 22 พฤศจิกายน 2553 ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ว่า จะนำร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข เข้าสภาฯในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 อย่างแน่นอน ดังนั้นวันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 จึงเป็นวันที่ฉันตื่นเต้นดีใจว่าจะได้ประกาศเลิกเครือข่ายฯ เสียทีเพราะช่วยผู้เสียหายเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมดและฉันเห็นใจทั้งคนไข้และบุคคลากรทางการแพทย์ที่ทุกข์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย จึงเฝ้าติดตามดูการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรอย่างใจจดใจจ่อ สุดท้ายก็ต้องผิดหวังเนื่องจากนายกรัฐมนตรีไม่ได้ทำตามสัญญาและไม่มีคำชี้แจงใด ๆ

ฉันตัดสินใจเก็บข้าวของเสื่อผืนหมอนใบถุงนอนพร้อมยากันยุง ไปปักหลักพักค้างอยู่ที่บริเวณหน้ารัฐสภาคนเดียว ตั้งแต่บ่ายโมงของวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีหยิบยกร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ตามที่เคยให้คำมั่นสัญญาเอาไว้ ฉันประกาศด้วยว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหารเงินกองทุน และจะประกาศเลิกเครือข่ายทันทีที่พรบ.มีผลบังคับใช้

ฉันไม่ได้อยากเป็นฮีโร่หรือต้องการเด่นดัง แต่ฉันทำในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่ต่อสู้และนอนกับปัญหามานานร่วม 20 ปี แต่ถ้าในฐานะประธานเครือข่ายแล้วฉันเห็นว่า เพื่อนแต่ละคนพิกลพิการน่าเวทนามาก็ลำบาก เงินทองเราก็ไม่มีมิหนำซ้ำเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ฉันจึงคิดว่าเรื่องนี้ควรเป็นเรื่องของคนไทยทุกคนที่มีสิทธิเป็นคนไข้และมีสิทธิได้รับความเสียหาย ดังนั้นใครจะไปร่วมกับฉันหรือไม่นั้นฉันไม่มีสิทธิบังคับใครได้ ฉันไม่โทรเรียกเพื่อนแต่เมื่อเขารู้เขาบอกต่อกันไป ฉันบอกว่าไม่ต้องโทรหาพี่ ในส่วนของพี่ถือว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำเพื่อสังคมจนวันสุดท้ายของการประชุมสภา หากไม่ได้พี่จะไม่เสียใจเพราะได้ทำเต็มที่แล้ว

เมื่อเพื่อน ๆ บอกต่อกันไปน้องขวัญคนที่เคยโกนหัวประท้วงรัฐบาลกับฉัน ได้หอบข้าวของพาน้องแชมป์ลูกชายอายุสองขวบครึ่งที่พิการสมองฝ่อจากการที่แพทย์จ่ายยาห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์ ไปร่วมนั่งด้วย เราไม่เคยสนใจว่าใครจะมองอย่างไรเพราะเราเสียหายคนอื่นไม่ได้เสียหายกับเรา เราตายหมอหรือนักการเมืองที่ไม่ชอบเราก็ไม่ได้ตายด้วย วันนั้นแดดร้อนมากฉันบอกให้ขวัญพาลูกกลับกลัวน้องแชมป์ไม่สบายแต่ขวัญก็ยืนยันจะอยู่เป็นเพื่อนฉัน เธอบอกว่ามันไม่ได้ร้อนเท่าความทุกข์ของเรานะพี่อุ้ย พี่อุ้ยไม่ได้ทุกข์คนเดียวพวกหนูทุกข์ด้วย คืนแรกเรานอนกันตามมีตามเกิดใกล้สว่างฝนตกหนักมากจนเราเปียกปอน แต่เราสองคนไม่เคยหวั่นก็แค่เปียกเช็ดเอาเดี๋ยวเดียวก็แห้ง แต่ความทุกข์ของเราของเพื่อนเราที่ตายไปพิการไปมันเรียกคืนไม่ได้

ปกติฉันทำตัวเป็นพลเมืองดีไม่เคยทำอะไรผิดกฎหมาย และทราบดีว่าหน้ารัฐสภาเป็นพื้นที่ห้ามชุมนุมตามพรบ.ความมั่นคง แต่ในเมื่อคำสัญญาของคนเป็นนายกรัฐมนตรีเชื่อไม่ได้ ฉันจึงคิดว่ากฎระเบียบอะไรในประเทศนี้ก็คงไร้ความหมาย จึงตัดสินใจไปนอนค้างที่หน้ารัฐสภาเพื่อทวงสัญญาและให้นายกรัฐมนตรีออกมาชี้แจง เรานอนกันเพียงสามคนกับเด็กพิการอีกหนึ่งคน เราเชื่อว่าการชุมนุมของเราไม่ใช่การชุมนุมทางการเมืองคงไม่มีใครมาไล่ เรามีความหวังว่านายกรัฐมนตรีจะเห็นใจในความทุกข์ยากของประชาชนโดยเฉพาะพวกเราที่พิกลพิการและแวะมาเยี่ยมเราในวันที่ท่านเดินทางมาประชุมสภาฯ ในวันพุธและพฤหัสบดีหน้า และหากมีคำตอบที่พอใจเราก็จะเดินทางกลับเพราะกินนอนข้างถนนนั้นมีแต่ความยากลำบาก

แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เราไม่สามารถดำเนินการชุมนุมเรียกร้องต่อไปได้ และทำให้เพื่อนผู้เสียหายจากจังหวัดต่าง ๆ ที่ทยอยกันเดินทางมาร่วมชุมนุมต่างต้องเดินทางเก้อ เนื่องจากตอนเย็นของวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554 2554 มีตำรวจ 3 คนมาเจรจาขอคืนพื้นที่โดยให้เหตุผลว่าเป็นพื้นที่ห้ามชุมนุม ให้ย้ายไปนอนบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า แต่ฉันกับเพื่อนปฏิเสธเนื่องจากเรามีคนไข้ที่พิการไม่แข็งแรงจะให้ไปนอนตากแดดที่ร้อนมากคงไม่ได้ เราให้เหตุผลว่าบริเวณหน้าสภามีร่มไม้พอบังแดดให้เราได้บ้าง หากจะดำเนินการตามกฎหมายก็ให้ท่านทำได้เรายินดีรับและยินดีให้ท่านจับและจะไม่โกรธด้วยเนื่องจากท่านทำตามหน้าที่ เมื่อเราปฏิเสธตอนดึกเวลาประมาณห้าทุ่มเศษ ขณะที่ดิฉันกับเพื่อนกำลังนอนหลับอยู่ ได้มีพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ได้นำกำลังตำรวจร่วมหนึ่งร้อยนายมารื้อเต้นท์ถอดป้ายด้วยอารมณ์โกรธโมโหฉุนเฉียวเหมือนมีเรื่องโกรธแค้นกับฉันมานาน เขาขู่ตะคอกฉันตลอดเวลาจนฉันทำอะไรไม่ถูก ฉันโทรเรียกเพื่อนให้ไปหาแต่เขาปิดถนนจึงไม่มีใครเข้าไปหาฉันได้

พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ พูดว่า “ลุก ๆ เก็บของทำอย่างนี้ได้ไง พื้นที่ต้องห้ามไม่รู้หรือไงไอ้พวกชอบสร้างความเดือดร้อน พวกนี้พูดดีด้วยก็ไม่รู้เรื่องแล้วก็บอกว่าการศึกษาสูงกฎหมายบ้านเมืองไม่เคารพ คิดหรือว่ามาอยู่อย่างนี้แล้วเขาจะมองคุณ เขาไม่สนใจพวกคุณหรอกเขาเป็นผู้ใหญ่ ผมไม่ใช้กำลังกับพวกคุณก็ดีแล้ว เขาพูดถึงอฉันที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าและเก็บข้าวของอยู่ในเต็นท์ว่า เอ้า..ออกมาไม่ออกมา เดี๋ยวจะให้ลูกน้องไปลากคุณออกมาแล้วจะตั้งข้อหาให้ ผมจะลากคุณขึ้นรถตู้แล้วตั้งขอหาให้ น้องขวัญซึ่งอุ้มลูกอยู่ก็พูดว่า “ท่านรู้ไหมคะท่านพูดแบบนี้เหมือนผัวหนูที่บ้านมันด่าหนูและไล่หนูออกจากบ้านเลย มันพูดมันทำเหมือนที่ท่านทำกับพวกหนูอย่างนี้แหละ” พล.ต.ต.วิชัยฯ ยื่นเงินให้น้องขวัญ 3 พันบาทว่าเอาเงินไปซื้อนมให้ลูกแล้วกลับไปนอนบ้าน คุณทำงานอะไร อาชีพอะไร น้องขวัญไม่ยอมรับบอกว่าเรามาขอความเป็นธรรมไม่ได้มาขอเงินขอนั่งอยู่ก่อน พล.ต.ต.วิชัยฯ พูดว่าคุณจะนั่งเป็นปีเขาก็ไม่สนใจ พวกคุณสู้เขาไม่ได้หรอก ชอบสร้างแต่ความเดือดร้อน ทำให้อดหลับอดนอนมาปฏิบัติหน้าที่ มีการโต้เถียงกันไปมา ฉันถามไปว่าจะให้ไปสน.ดุสิตจะจับเราข้อหาอะไรเขาก็ยิ่งโมโหฉุนเฉียวตะคอกฉันหนักเข้าไปอีก ตำรวจหญิงจะเข้ามาจับตัวฉันไปขึ้นรถ น้องขวัญเลยเข้ามากอดฉันเราร้องไห้ดัง ๆ พอเขารื้อเต็นท์เสร็จก็พบว่ามีแค่ผู้หญิงสองคนกับเด็กและพี่ขันติพงษ์ผู้เสียหายอีกคนหนึ่งที่ลูกสาวตายทั้งกลมจากรพ.วชิระและยังหาความเป็นธรรมไม่ได้มานอนเป็นเพื่อนอีกหนึ่งคนเท่านั้น

ฉันถามพล.ต.ต.วิชัยฯ ว่าทำไมท่านถึงเกลียดหนูมากขนาดนี้หนูไปทำอะไรให้ท่านทำไมไม่พูดกับหนูดี ๆ ผู้หญิงแค่สองคนแต่ท่านนำตำรวจมาเป็นร้อย ฉันเห็นว่าพล.ต.ต.วิชัยฯ ทำกับฉันและน้องขวัญเหมือนเป็นเราเป็นฆาตกรคดีร้ายแรงและอุจฉกรรจ์ มีรถตำรวจนำขบวนเสียงดังเหมือนเขาจะสลายม็อบคนเป็นหมื่น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เล่ามาลูกน้องพล.ต.ต.วิชัยได้บันทึกภาพรวมทั้งวิดีโอเอาไว้หมด แต่ชาวบ้านอย่างเราจดจำฝังใจทุกกิริยาอาการและวาจาที่ท่านพูดกับผู้หญิงได้แม้จะไม่ได้บันทึกวิดิโอก็ตาม ฉันขอยืนยันด้วยเกียรติของลูกผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำแต่ความถูกต้องด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด สุดท้ายฉันให้ตำรวจนำข้าวของย้ายไปที่สน.ดุสิต ฉันกับเพื่อนตระเวนหารถรับจ้างไปขนของกว่าจะถึงบ้านก็ตีสี่กว่า

ถีงวันนี้..ฉันไม่ได้เสียใจในทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้ทำลงไป ฉันไม่เสียใจที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะจะสามารถทำกับคนที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์มาตลอดชีวิตอย่างฉันได้ แต่ฉันเสียใจที่ท่านทำกับเพื่อนผู้เสียหายของฉันทำกับพวกเขาผู้ซึ่งมีแต่ความทุกข์ครอบครัวพังพินาศและหวังจะพึ่งท่านในฐานะนายกรัฐมนตรีที่อาสาเข้ามาแก้ไขปัญหาขอบบ้านเมือง ใครก็ตามที่สั่งให้พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพปฏิบัติกับฉันเหมือนเป็นเศษมนุษย์นั้น ฉันแทบไม่เชื่อว่าท่านจะทำได้ลงกับผู้หญิงและเด็กที่พิการได้ลง รัฐบาลท่านบอกว่าเห็นอกเห็นใจชาวบ้าน แต่การกระทำกลับจริงจังกับเสียงต่อต้านของแพทย์จนละเลยเสียงที่ทุกข์ยากของประชาชน จึงทำให้เหตุการณ์บานปลายสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับชาวบ้านที่ไม่มีทางสู้ไม่มีที่สิ้นสุด

ฉันต่อสู้กับความอยุติธรรมมาทุกรูปเดือนหน้าจะครบ 20 ปี พยายามอดทนต่อสู้ด้วยความเสียสละไม่เคยมีผลประโยชน์ใด ๆ มาเกี่ยวข้องเพียงหวังจะให้คนไข้ไทยที่ได้รับความเสียหายได้รับความเป็นธรรมและได้รับความปลอดภัยเท่านั้น ไม่เคยคิดทำลายวงการแพทย์ตามที่ถูกกล่าวหาหรือให้ร้ายแต่ประการใด แต่สิ่งต่าง ๆ ที่ได้รับการปฏิบัติใครก็ได้ในสังคมช่วยบอกทีว่าฉันควรจะทำอย่างไรและรู้สึกอย่างไร?

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ