ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

วิธีขอสำเนาเวชระเบียน

เวชระเบียน..คือหลักฐานเดียวในที่เกิดเหตุ แต่อยู่ในมือสถานพยาบาล  หมายถึงประวัติการรักษาพยาบาล ประกอบด้วย รายงานหมอ, รายงานพยาบาล, รายงานการให้ยา, รายงานการผ่าตัด, ฟอร์มปรอท, ฟิล์ม+ผลเอกซ์เรย์, ผลแล็ป ฯลฯ คนไข้บางคนมีเอกสารหนาปึก หากรักษานานและอาการหนัก บางคนมีไม่กี่แผ่นหากโรคที่เป็นไม่สลับซับซ้อน

สถานพยาบาลจะเก็บเวชระเบียนไว้อย่างน้อย 5 ปีก่อนทำลาย  (แต่ถ้ามีเรื่องกันไม่มีสิทธิทำลาย)

คง ไม่มีคนไข้คนไหน..เดินเข้าไปรพ.เพื่อขอเวชระเบียนมาอ่านเล่น เพื่อประเทืองปัญญา  เท่าที่เห็นจะมีคนไข้ 2 ประเภทจำเป็นต้องใช้เวชระเบียน

  1. คิดว่าตนเองหรือญาติได้รับความเสียหาย
  2. ใช้ในการรักษาต่อที่รพ.อื่น
ตัวอย่างการขอเวชระเบียน (สั้น ๆ ให้ได้ใจความ)

ที่อยู่..............
....................
....................


วันที่..............


เรื่อง  ขอคัดถ่ายสำเนาเวชระเบียน


เรียน  ผู้อำนวยการโรงพยาบาล......


สิ่งที่แนบมาด้วย
1. สำเนาสูติบัตรของดช.ผู้ป่วย ชั้นยอด
2. สำเนาบัตรประจำตัวของนายคนไข้ ชั้นยอด
3. สำเนาทะเบียนบ้านของนายคนไข้ ชั้นยอด


กระผมนายคนไข้  ชั้นยอด เป็นบิดาของด.ช.ผู้ป่วย ชั้นยอด ขอใช้สิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2550 คำประกาศสิทธิผู้ป่วยข้อที่ 9, และพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 (ถ้าเป็นรพ.เอกชนหรือคลีนิกให้อ้าง พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541) ขอคัดถ่ายสำเนาเวชระเบียน (ประวัติการรักษาพยาบาล) ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับดช.ผู้ป่วย ชั้นยอด  ทั้งนี้กระผมยินดีเสียค่าใช้จ่ายที่ทางรพ.จะเรียกเก็บ 


จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ


ขอแสดงความนับถืออย่างสูง


(นายคนไข้ ชั้นยอด)
บิดาด.ช.ผู้ป่วย ชั้นยอด
(อย่าลืมแนบสำเนาบัตรปชช. และหลักฐานที่แสดงว่าเราเกี่ยวข้องอะไรกับผู้เสียหาย)

หากยื่นด้วยตนเอง
ต้องทำสำเนา 1 ฉบับให้ทางรพ.เซนต์รับ  เวลาตามเรื่องหรือร้องคณ.กก.ข้อมูลข่าวสารฯ จะได้มีเอกสารอ้างอิง 

หากส่งทางไปรษณีย์
ให้ส่งแบบ “ลงทะเบียนตอบรับ” เท่านั้น  เมื่อรพ.เซนต์รับเอกสารแล้วไปรษณีย์จะนำใบตอบรับมาส่งให้เรา  ให้เก็บไว้กับสำเนา เวลาตามเรื่องหรือร้องกองการประกอบโรคศิลปะ ที่อยู่ในกระทรวงสธ.จะได้มีเอกสารอ้างอิง  แต่อย่าหวังสูงเพราะกองประกอบฯ เขาไม่เคยให้คนไข้ถ่ายสำเนาจากเขาแม้แต่รายเดียว  เขาเอาไว้ดูเอง เพื่อ....? อ่านบันทึก เรื่อง หมอคะ..ไตหนูหายไปไหน? แล้วจะเห็นปัญหา

หากขอไม่ได้  ทางรพ.เงียบ ก็ติดตามเรื่องสัก 1-2 ครั้งห่างสัก 1 อาทิตย์  หากขอไม่ได้จริง ๆ ก็ร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือพึ่งศาล

ปัญหาที่พบ 
เวชระเบียน คือหลักฐานเดียวในที่เกิดเหตุ  แต่อยู่ในมือสถานพยาบาล  ขอยากแค่ไหน กฎหมายที่มีไม่มีประสิทธิภาพในการบังคับใช้อย่างไร  สถานพยาบามักปฏิบัติอย่างไรเมื่อมีผู้เสียหายขอสำเนาเวชระเบียน

1. ทำรายงานสรุปให้ 1-2 แผ่น  มักเป็นเท็จขัดต่อข้อเท็จจริง

2. ให้บางส่วน ไม่ครบ ดึงส่วนสำคัญออก กว่าจะร้องเรียนผ่านหน่วยงานก็ใช้เวลานาน  เอื้อให้มีการแก้ไขต้นฉบับ  ยากแก่การตรวจสอบ

3. การแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปขอเวชระเบียนให้ มักเป็นไปด้วยความลำบาก เพราะตำรวจก็มักไม่รู้เรื่องการแพทย์ และปกติโรงพักกับโรงพยาบาลมักมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน

4.  อ้างว่าหาย

5. ท้าทายให้เอาหมายศาลไปขอ

6. ตั้งเงื่อนไขว่า ให้พาแพทย์ที่รู้จักไปพบ แล้วจะอธิบายให้ฟังว่าโรงพยาบาลไม่ผิดอย่างไร

7. อ้างคำพูดนายกแพทยสภาว่าเป็นสมบัติของโรงพยาบาลให้ไม่ได้ ทั้งที่เราต้องการคัดถ่ายสำเนา

8.  บางแห่งบันทึกด้วยคอมพิวเตอร์  ง่ายต่อการแก้ไข

9. กก.แพทยสภาประกาศผ่านเว็บไซต์ ให้หมอที่มีวี่แววจะถูกคนไข้ฟ้อง ส่งเวชระเบียนให้ทีมหมอที่จบกฎหมายของตนเองตรวจสอบก่อน

10. มีการอบรมวิธีเขียนเวชระเบียนป้องกันการฟ้องร้อง สอนให้นำรายงานหมอกับรายงานพยาบาลไปไว้ในหน้าเดียวกัน ให้สอดคล้องกัน

11. คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารฯ เคยประชุมร่วมกับเครือข่ายฯ ยอมรับว่าไม่มีอำนาจบังคับ ไม่มีอำนาจลงโทษแพทย์ที่ไม่ยอมให้เวชระเบียนแก่ผู้ป่วย

ผู้เสียหายหลายรายขอเวชระเบียนนานหลายปี  ร้องข้อมูลข่าวสารได้ครั้งละ 1-2 แผ่น กลับไปตรวจก็ชุดเดิม ชาวบ้านอ่านไม่เป็น  เสียค่าเดินทาง เสียใจ เสียความรู้สึก  บางแห่งแกล้งถ่ายเอกสารให้ดำมืดให้อ่านไม่ออก  จางสุดขีดก็มีมาก

มีปัญหาสารพัด  ร้อยแปดพันประการ  กับระบบที่กลไกการตรวจสอบล้มเหลวเช่นนี้

จะเห็นได้ว่า  การมีสิทธิ..และใช้สิทธิเป็น ใช่ว่าจะเรียกร้องสิทธิได้สำเร็จเสมอไป

ก็ น่าเห็นใจหมอ  ที่เวลาทำคนไข้เสียหาย  ร้อยทั้งร้อยผู้บริหารไม่ให้หมอพบกับคนไข้  ผอ.จัดการเองทั้งสิ้น รพ.เอกชนบางแห่งมีฝ่ายกฎหมายดำเนินการแทนเป็นทีม  ใครปกป้องผลประโยชน์รพ.ได้ นั่นหมายถึงความดีความชอบ

ผู้ เสียหายในเครือข่าย เกือบทุกรายถูกแก้ไขเวชระเบียน  เราจับได้มากมาย  หมอหลายคนท้าทายว่า แก้เวชระเบียนติกคุกนะโทษร้ายแรง  แต่ในความเป็นจริงจับได้ไล่ทันง่ายที่ไหน  ต้องไปแจ้งความ กว่าจะเดินเรื่องได้ก็นาน และต้องพิสูจน์ให้ตำรวจ อัยการ ศาลเห็นอีกว่าเป็นของปลอม  จะต้องหาพยาน  จะต้องจ้างทนายความ   ต้องใช้เงินและใช้เวลาอีกนานแค่ไหน กว่าจะได้บรรทัดฐานของสังคม

บอกตรง ๆ สู้กับคนปกติก็ปวดหัวมากอยู่แล้ว  สู้กับหมอ..หัวหมอบางคน  บางกลุ่มนี่ หัวแทบระเบิด!

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ