ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

46

45

44

43

42

41

40

39

38

37

36

"นพ.มงคล"อดีตรมว.สธ. แนะแก้ไข ม.41 แทน พ.ร.บ.ผู้ป่วยต้องพิจารณารอบด้าน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์1 กุมภาพันธ์ 2555 06:47 น.
นพ.มงคล แนะแก้ไข ม.41 แทน พ.ร.บ.ผู้ป่วยต้องพิจารณารอบด้าน ด้านแพทยสภา ยกร่างแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ เสนอ “วิทยา” พิจารณาแล้ว
       
       จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่า จะมีการเสนอแก้ไข มาตรา 41 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 กรณีเรื่องการจ่ายเงินชดเชยความเสียหายจากการบริการสาธารณสุขนั้น โดยจะให้ขยายสิทธิครอบคลุมไปถึงผู้ประกันตน และสิทธิสวัสดิการข้าราชการ จากปัจจุบันคุ้มครองเพียงผู้มีสิทธิในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทอง ซึ่งจะเสนอในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) วันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้
       
       นพ.มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าว ว่า ไม่ว่าจะเป็นการขยายมาตรา 41 หรือการออก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ...ล้วนเป็นกฎหมายที่ดีเพื่อผู้ป่วย แต่ปัญหาคือ ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองฯ ยังไม่แล้วเสร็จ หากจะมีการเสนอให้ปรับปรุงมาตรา 41 โดยขยายครอบคลุมทุกคนทุกระบบสุขภาพของไทย ก็ถือเป็นเรื่องดี แต่ต้องพิจารณากันดีๆ โดยเฉพาะเรื่องการจัดสรรงบประมาณสำหรับกองทุน เนื่องจากปัจจุบันมาตรานี้คุ้มครองเพียงผู้อยู่ในระบบบัตรทอง ใช้เงินส่วนหนึ่งของเหมาจ่ายรายหัว แต่หากรวมทุกระบบจำเป็นต้องนำเงินจากระบบอื่นๆเข้ามาด้วย ไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหาได้
       
       “ หากจะปรับแก้มาตรา 41 ต้องคิดรอบด้าน ให้เกิดความเท่าเทียมจริงๆ ซึ่งในส่วนของการปรับเพิ่มเพดานการจ่ายเงินชดเชย จากปัจจุบันเสียชีวิตจาก 2 แสนบาท พิการจ่าย 120,000 บาท ตรงนี้ก็ต้องมีการหารือถึงเพดานที่เหมาะสมด้วย แต่จริงๆ แล้ว ทางที่ดีที่สุดก็ควรผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.คุ้มครองฯ เพราะจะเป็นกฎหมายโดยตรง และมีคณะกรรมการกลั่นกรองในเรื่องนี้ จะทำให้การทำงานรวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย” นพ.มงคล กล่าว
       
       ด้าน ศ.คลินิก นพ.อำนาจ กุสลานันท์ นายกแพทยสภา กล่าวว่า แพทยสภาได้ยกร่างแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มาตรา 41 และ 42 พร้อมทั้งยกร่างข้อบังคับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติว่าด้วยการช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาล พ.ศ... โดยได้เสนอรัฐมนตรี สธ.พิจารณาแล้ว เพื่อเป็นอีกทางเลือกของร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหาย ซึ่งทางเลือกการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะง่ายและทำได้เลย โดยเนื้อหาสำคัญของมาตรา 41 คือ ให้กองทุนนี้จ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้รับบริการในระบบบัตรทอง ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ ส่วนมาตรา 42 คือ ในกรณีที่ได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาลของหน่วยบริการ และได้ตกลงรับเงินช่วยเหลือจากกองทุนหลักประกันสุขภาพฯ ให้สิทธิการฟ้องร้องต่อศาลเป็นอันระงับไป ส่วนการยกร่างข้อบังคับฯ ให้เพิ่มเพดานค่าชดเชยจากเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวร จ่ายเพียง 2 แสนบาท เพิ่มเป็นไม่เกิน 2 ล้านบาท ส่วนพิการจ่ายเงินช่วยเหลือไม่เกิน 1.2 แสนบาท เพิ่มเป็นไม่เกิน 5 แสนบาท

"วิทยา" ส่อเห็นดีขยายความ ม.41


ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- จันทร์ที่ 30 มกราคม 2555 00:00:06 น. สาธารณสุข * 



"วิทยา" ส่อเห็นดีเห็นชอบขยายความมาตรา 41 ของ สปสช.แทนการผลักดัน กม.คุ้มครองสิทธิผู้ป่วย เร่งฝ่ายกลั่นกรอง กม.สธ.ตรวจสอบภายในสัปดาห์นี้ "หมอวินัย" รับลูก จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมบอร์ด สปสช.ครั้งหน้า 

นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ตามที่ ศ.คลินิก นพ.อำนาจ กุสลานันท์ นายกแพทยสภา ได้ยื่นหนังสือด่วนพิเศษถึงเพื่อขอให้นำเรื่องการแก้ไขสาระสำคัญในร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มาตรา 41 เข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพ (บอร์ด สปสช.) นั้น เนื่องจากที่ประชุมมีวาระการพิจารณาแต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อเข้ามาขับเคลื่อ นงานของ สปสช.ทั้งหมด 13 ชุด จึงค่อนข้างใช้เวลานาน จึงไม่ได้หารือในเรื่องที่ ศ.คลินิก นพ.อำนาจ กุสลานันท์ นายกแพทยสภา ส่งมา แต่ตนได้ส่งเรื่องต่อไปยังเลขาธิการ สปสช.เพื่อดำเนินการเรื่องต่อแล้ว 

ขณะเดียวกันยังได้เร่งให้นายสุพจน์ ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการกลั่นกรองด้านกฎหมาย กระทรวงสาธารณสุข เร่งตรวจสอบร่างแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าวในฉบับของรัฐบาลให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้เช่นกัน

ด้าน นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า จะต้องนำเรื่องดังกล่าวไปหารือในที่ประชุมบอร์ดเพื่อพิจารณา ซึ่งหากสามารถเตรียมข้อมูลได้ทัน และหารือกับนายวิทยา บุรณศิริ รมว.สธ. เรียบร้อยแล้วก็จะนำเข้าที่ประชุมบอร์ด สปสช.ในการประชุมครั้งหน้า 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ในรัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้มีการผลักดันร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผ ู้เสียหายจากบริการสาธารณสุข พ.ศ... แต่ได้รับการคัดค้านไม่เห็นด้วยจากกลุ่มแพทยสภา ที่เสนอให้ขยายความมาตรา 41 ใน สปสช.แทน

เส้นทางเดิน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เ่สียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ...


เรื่องส่วนรวมเริ่มจากเรื่องส่วนตัว สู้เพื่อลูกนาน 20 ปีก็ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ระหว่างต่อสู้เห็นเพื่อนจำนวนมากล้วนตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน จึงรวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ เรียกร้องให้รัฐจัดตั้งกองทุนชดเชยความเสียหาย เพื่อลดปัญหาการฟ้องร้องระหว่างหมอกับคนไข้ ลดการเผชิญหน้าและเจ็บปวดทั้งสองฝ่าย


คนไข้ไทยมีสี่ประเภทคือ บัตรทอง, ประกันสังคม, สวัสดิการข้าราชการ และจ่ายเงินเอง  เมื่อได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาล แต่บ้านเราไม่มีระบบชดเชยความเสียหายมารองรับ 

1.คนไข้บัตรทอง
รัฐให้งบปีละ 1 แสนล้านกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อดูแลสุขภาพคนไทย 48 ล้านคน สปสช.กันเงินไว้1%เป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตามม.41 จ่ายให้คนไข้ที่ตาย+พิการจากการรักษา (แต่ไม่ใช่เงินชดเชย) หลายปีที่ผ่านมามีเงินเหลือสะสมประมานเจ็ดพันกว่าล้าน แต่เงินช่วยเหลือเบื้องต้นนี้มีเพดานสูงสุดเพียง 2 แสนบาทสำหรับตายหรือพิการถาวร แต่ไม่สามารถบรรเทาความเสียหายระยะยาวได้  และไม่ครอบคลุมคนไข้สิทธิอื่น


2.คนไข้ประกันสังคม  
สำนักงานประกันสังคมมีเงินมากมายมหาศาล  แต่ไม่เคยกันเงินไว้ชดเชยความเสียหายให้กับคนไข้

3.คนไข้สวัสดิการข้าราชการ  
รัฐให้งบประมานปีละ 4 หมื่นล้านต่อข้าราชการประมาน 4 ล้านคน ก็ไม่เคยกันเงินไว้ชดเชยความเสียหายให้กับคนไข้ (เทียบกับบัตรทองแล้วข้าราชการรวยกว่า บัตรทอง 2 พันกว่าบาทต่อหัว, ข้าราชการ 1 หมื่นบาทต่อหัว)

4.คนไข้รพ.เอกชน  
รพ.เอกชนชุบมือเปิบดูดบุคคลากรภาครัฐไปรักษาชาวต่างชาติโดยไม่ได้ลงทุนผลิตแม้แต่บาทเดียว ฟันกำไรปีละนับแสนล้านร่ำรวยมหาศาล ทิ้งปัญหาให้ภาครัฐ หมอน้อยคนไข้ล้นรพ. ตาย+พิการกันเป็นเบือ แต่รพ.เอกชนก็ไม่เคยมีระบบมาชดเชยความเสียหายให้กับคนไข้


ความเสียหายทางการแพทย์ หมายถึงชีวิตและร่างกายของคนไข้ หนึ่งชีวิตกระทบต่ออีกหลายชีวิต  90%ของผู้หญิงที่เลี้ยงลูกพิการมักถูกสามีทอดทิ้งเป็นปัญหาเรื้องรังของสังคม ไม่มีคนไข้คนใดอยากฟ้องหมอ แต่"แพทยสภา" พึ่งไม่ได้ทุกกรณีมักมีมติว่า "คดีไม่มีมูล" ใช้เวลา 3-8 ปีก็ไม่ชี้มูล ดึงเวลาจนหมดอายุความทางแพ่ง 

เมื่อนำคดีเข้าสู่ศาลก็เป็นการต่อสู้ที่ไม่เท่าเทียมกัน เวชระเบียน (ประวัติการรักษาพยาบาล) หลักฐานเดียวในที่เกิดเหตุมักถูกแก้ไขหรือเขียนขึ้นใหม่  พยานทางการแพทย์ของฝ่ายหมอล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญ ขณะที่พยานทางการแพทย์ฝ่ายคนไข้หาแทบไม่ได้ ใช้เวลาต่อสู้นานนับ 10 ปี และแพ้คดีเสียเป็นส่วนใหญ่

คนไข้ไปทางไหนก็เจอแต่ทางตัน เรารวมกลุ่มกันในปี 45 เรียกร้องให้รัฐบาลตั้งกองทุนชดเชยความเสียหาย ให้ครอบคลุมคนไข้ทุกสิทธิ เพื่อลดปัญหาการฟ้องร้องระหว่างหมอกับคนไข้ และให้นำความผิดพลาดไปพัฒนาระบบป้องกันความเสียหายเพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์ซ้ำ จนถึงวันนี้ 9 ปีกว่าแล้ว

ปีพ.ศ. 2545-2549 
มีความขัดแย้งระหว่างหมอกับคนไข้อย่างหนัก  มีคดีความคนไข้ฟ้องหมอเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว, เกิดเหตุฆาตกรรมคนไข้ที่ได้รับความเสียหาย, เกิดคดีหมอติดคุกโดยไม่รอลงอาญา, เกิดคดีคนไข้ติดคุกเพราะนำเวชระเบียนตัวจริงออกจากโรงพยาบาล ฯลฯ


ปลายปีพ.ศ. 2549  
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.มงคล ณ สงขลา มีบัญชาให้ยก ร่าง พรบ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ... ขึ้นโดยมีตัวแทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม


เจตนารมณ์ 
เพื่อลดปัญหาการฟ้องร้องระหว่างหมอกับคนไข้

หลักการ
1. มีกองทุนชดเชยความเสียหายอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว ครอบคลุมคนไข้ทุกสิทธิ
2. นำความผิดพลาดไปพัฒนาระบบป้องกันความเสียหาย  ป้องกันการเกิดเหตุการณ์ซ้ำ

เงินกองทุนมาจากไหน? 
มาจากการจ่ายสมทบจากเงินของคนไข้ 4 ประเภท (ไม่ใช่เงินของหมอ)


มีพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ดีอย่างไร?
1. มีกองทุนชดเชยความเสียหายให้คนไข้ทุกสิทธิด้วยความรวดเร็วเป็นธรรม จ่ายตามหลักประมวลกม.แพ่งฯ ตามระดับของความเสียหาย ระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี 
2. ชดเชยให้คนไข้ทุกสิทธิ (บัตรทอง, ประกันสังคม, ข้าราชการ, จ่ายเงินเอง) เนื่องจากเก็บเงินสมทบจากทุกสิทธิอย่างเท่าเทียมกันไม่มียกเว้น
3. ไม่ต้องขัดแย้งกับโรงพยาบาลเรื่องเวชระเบียนถูกแก้ไข หรือขอไม่ได้
4. ลดจำนวนคดีความเข้าสู่ศาล
5. ไม่ต้องไปพบการต่อสู้ที่ไม่เท่าเทียมก้นในศาล พยานทางการแพทย์สู้ฝ่ายหมอไม่ได้
6. ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดี ค่าธรรมเนียม ค่าทนายความ ค่าเดินทาง ค่าพยานฯลฯ
7. ไม่ต้องเสียเวลาในการสู้คดีนานนับ 10 ปี 
8. ไม่ถูกซ้ำเติมความทุกข์จากแพทยสภาหน่วยงานที่ไม่เป็นธรรมอีกต่อไป
9. ไม่ต้องเร่ร่อนไปขอความเป็นธรรมต่อหลายหน่วยงานอีกต่อไป
10. มาตรฐานการรักษาของแพทย์จะดีขึ้น จะทำให้คนไข้ไทยปลอดภัย จะตายและพิการจากความผิดพลาดทางการแพทย์น้อยลง เนื่องจากจะมีการนำความผิดพลาดไปพัฒนาระบบป้องกันความเสียหาย ป้องกันการเกิดเหตุการณ์ซ้ำ
11. นอกจากการชดเชยความเสียหายยังมีการดูแลรักษาระยะยาวให้ด้วย
12. จะไม่มีใครต้องสิ้นเนื้อประดาตัวกับการต่อสู้คดีอีกต่อไป
13. จะไม่มีเด็กคนไหนต้องไม่ได้เรียนหนังสือเพราะขาดเสาหลักของครอบครัวอีกต่อไป
14. ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างหมอกับคนไข้จะกลับคืนมา
15. จะช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของชาติได้อย่างมหาศาล (คชจ.ในการต่อสู้คดี, คชจ.ในการดูแลคนไข้ในห้องไอซียูฯลฯ)
16.แก้ปัญหาเบ็ดเสร็จเด็ดขาดทั้งต้นเหตุและปลายเหตุ
17. มีกฎหมายต้นแบบ, มีงานวิจัยรองรับว่ามีพรบ.แล้วลดปัญหาการฟ้องร้องได้จริง


ถ้าไม่มีพรบ.จะเกิดอะไรขึ้น
1.หนทางหาความเป็นธรรมของคนไข้ไทยจะตีบตัน  ไม่มีทางออกแม้กระทั่งการไปศาล
2.คนไข้ไทยจะตายจากความผิดพลาดที่ป้องกันได้มากขึ้น  เนื่องจากความผิดพลาดจะถูกปกปิดเอาไว้ ไม่เกิดการเรียนรู้จากความผิดพลาด  มาตรฐานการรักษาไม่ได้ถูกยกระดับ
3.ความขัดแย้งจะรุนแรงขึ้น ความเป็นธรรมไม่มีสันติย่อมไม่เกิด

ร่างพรบ.ฉบับนี้ผ่านการพิจาณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกา
นานถึง 11 เดือน ต่อมาได้รับการบรรจุเป็นวาระในสภาฯ

ทำไมหมอแต่งดำออกมาต่อต้าน?
  1. เพราะรพ.เอกชน ที่เจ้าของส่วนใหญ่เป็นกรรมการแพทยสภา  ไม่ต้องการจ่ายเงินสมทบกองทุน เนื่องจากไม่ต้องการเปิดเผยรายได้ที่แท้จริง (การเก็บเงินสมทบกองทุนเก็บจากรายได้ต่อหัว)  อีกทั้งการต่อสู้คดีกับคนไข้ รพ.เอกชนได้เปรียบกว่าทุกด้าน  โอกาสที่คนไข้ชนะยาก  ประกอบกับรพ.เอกชนบังคับให้หมอทำประกันความเสี่ยงกับบริษัทประกันในเครือเดียวกันของรพ. การจ่ายเงินสมทบกองทุนทำให้เสียประโยชน์หลายด้าน
  2. แพทยสภาเดินสายปลุกระดมทั่วประเทศ ให้ข้อที่มูลบิดเบือนเช่น มีพรบ.แล้วจะมีการฟ้องร้องมากขึ้นทั้งทางแพ่งและอาญา, จะมีการเก็บเงินจากหมอและโรงพยาบาล, คนไข้จะได้เงินหลายต่อ, จะมีการเข้าไปกอบโกยประโยชน์จากกองทุน, วงการแพทย์ไทยจะล่มสลายเพราะพรบ.ฉบับนี้  ทั้งที่ข้อกังวลใจของหมอต้านพรบ.นั้นได้ผ่านการประชุมร่วมจนได้ข้อสรุปหมดแล้ว 12 ประเด็น

การต่อสู้เรียกร้องพรบ.ในยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ 

กันยายน 2553
ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ได้รับการบรรจุเป็นวาระในสภาฯ มีร่างพรบ.ประกบจากสส.,ประชาชน,หมอต้านพรบ.รวมทั้งหมด 13 ร่าง

หมอแต่งชุดดำออกมาประท้วง  รัฐบาลให้กระทรวงสธ. จัดประชุมหาข้อสรุปร่วม เพื่อจะเดินหน้าพิจารณาร่างพรบ.ตามวาระต่อไป  การประชุมมีปัญหามากหมอต้านพรบ.แบ่งเป็นหลายกลุ่มมีการเดินออกห้องประชุม ไม่เข้าร่วมประชุม แต่เครือข่ายฯ เข้าร่วมประชุมทุกครั้งไม่เคยขาด ทางสธ.กำหนดให้การประชุมนัดสุดท้ายคือวันที่ 15 ตุลาคม 2553

14 ต.ค.53 
นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานวิปรัฐบาลประกาศชะลอการพิจารณาร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ


15 ต.ค.53
นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ และนางภิญญามาศ โยธี สมาชิกเครือข่ายฯ ได้โกนศีรษะประท้วงรัฐบาลที่ประกาศชะลอการพิจารณาร่างพรบ.ทั้งที่การประชุมยังไม่สิ้นสุด

20 ต.ค.53
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อีดตนายกรัฐมนตรี ได้ยืนยันกับเครือข่ายฯ ณ อาคารรัฐสภา ว่าไม่ถอนและไม่ชะลอร่างพรบ.ค้มครองผู้เสียหายฯ สิ่งไหนที่ผมทำไม่ได้จะไม่รับปาก คงจะไม่ทันในสมัยประชุมนี้

22 พ.ย.53
นายกรัฐมนตรีได้ให้คำมั่นสัญญากับเครือข่ายฯ ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ว่าจะนำร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายเข้าสภาในเดือนกุมภาพันธ์อย่างแน่นอน



21 ก.พ.54
เครือข่ายฯ ได้ไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล ว่าได้โปรดอย่าลืมคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับประชาชน

24 ก.พ.54 
เป็นการประชุมสภานัดสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ ปรากฏว่ารัฐบาลไม่ได้หยิบยกร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ เข้าพิจารณาแต่อย่างใด

25 ก.พ.54 
นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ไปนอนประท้วงบริเวณหน้ารัฐสภา


26 ก.พ.54
ตำรวจร่วมร้อยนายรื้อเต็นท์ ไม่ให้ประท้วงหน้ารัฐสภา 

28 ก.พ.54 
นางปรียนันท์นำสมาชิกเครือข่ายพบนายกรัฐมนตรีที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับการยืนยันว่าจะไม่ถอนจะไม่ชะลอการพิจารณาร่างพรบ. พร้อมแนะนำให้หารือขอการสนับสนุนจากทุกพรรคการเมือง หากทุกพรรคการเมืองเห็นด้วย ก็สามารถเร่งหยิบขี้นพิจารณาได้ทันที 


7 มี.ค.54
เครือข่ายฯ ทำหนังสือถึงพรรคการเมือง เพื่อขอเข้าชี้แจงและขอแรงสนับสนุนร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ตามที่นายกรัฐมนตรีแนะนำ แต่เป็นเงื่อนไขที่เครือข่ายฯ ทำไม่สำเร็จ  

9 พ.ค.54
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แถลงการประกาศยุบสภาอย่างเป็นทางการ และกำหนดจัดเลือกตั้ง 3 กค.54


การต่อสู้เรียกร้องพรบ.ในยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย

รัฐธรรมนูญ ม.153 วรรคสองกำหนดว่า "ร่างพรบ.ที่เป็นวาระค้างพิจารณาในสภา หากครม.ชุดใหม่ร้องขอภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก และรัฐสภามีความเห็นชอบ ร่างพรบ.จะไม่ตกไป"

1 ส.ค.54
 รัฐสภามีการเรียกประชุมครั้งแรก  เครือข่ายฯ รณรงค์ผ่านเฟซบุ๊คให้ปชช.เขียนจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ยืนยัน+ลงนามรับรองร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คกก.ปฏิรูปกฎหมาย และคกก.สุขภาพแห่งชาติ มีมติให้รัฐบาลยืนยันร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฉบับปชช.เข้าชื่อ

5 ก.ย.54  
รัฐมนตรีสธ.คนใหม่นายวิทยา บุรณศิริ อนุญาตให้เครือข่ายฯ และคณะเข้าพบที่กระทรวงสธ.  แต่การนัดหมายถูกเลื่อนไม่มีกำหนด ขณะที่เครือข่ายฯ ประสานผ่านสส.พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ เพื่อขอเข้าพบนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ 

7-12 ก.ย.54
เครือข่ายฯ ออกรณรงค์ให้ีพี่น้องปชช.ร่วมกันส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี ให้ยืนยัน+ลงนามรับรองร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ที่ถนนสีลม, หน้าธนาคารแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้าฝ่ายผลิต, สวนจตุจักร 2 วัน และการบินไทย  ปชช.ต่างเห็นด้วยที่จะต้องมีกฎหมายฉบับนี้ออกมาคุ้มครองคนไข้









13 ก.ย.54 (13.00น.)
เครือข่ายฯ เข้าพบนายกรัฐมนตรี ยื่นหนังสือขอให้ยืนยัน+ลงนามรับรองร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ที่พรรคเพื่อไทย นายกรัฐมนตรีรับปากส่งเรื่องให้รัฐมนตรีสธ.รีบดำเนินการ  รัฐมนตรีช่วยสธ.นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น์ มารับจดหมายแทนนายวิทยา บุรณศิริ รมว.สธ. พร้อมยืนยันว่าจะรีบดำเนินการให้



16 ก.ย.54
เครือข่ายฯ ทราบว่ากลุ่มหมอต้านพรบ.มีการเคลื่่อนไหวที่จะคัดค้านการยืนยันร่างพรบ. นางปรียนันท์ฯ+สมาชิกเครือข่ายฯ  จึงประกาศปักหลัก "อดข้าว" ที่กระทรวงสธ. รัฐมนตรีสธ.นายวิทยา บุรณศิริ รับปากหนักแน่นว่าจะยืนยันร่างพรบ.ต่อครม.ในวันที่ 20กย.54  นางปรียนันท์และเพื่อนสมาชิกจึงยกเลิกการอดข้าว

20 ก.ย.54 (ประชุมครม.)
เครือข่ายฯ ไปให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีและนายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีสธ.ในการยืนยันร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล ขณะที่กลุ่มหมอต้านพรบ.ก็ได้เข้ายื่นหนังสือคัดค้าน, มีการแถลงข่าวคัดค้านจากแพทยสภา และสว.ที่เป็นแพทย์ รวมทั้งคณบดีแพทย์ศาสตร์จุฬาลงกรณ์ฯ 


ในที่สุด 20 ก.ย.54
ครม.มีมติยืนยันร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ ฉบับประชาชนเข้าชื่อ  ซึ่งมีสองฉบับคือของปชช.และของหมอต้านพรบ. ส่วนร่างหลักของรัฐบาลก่อนและอื่น ๆ ตกไป


หมายเหตุขณะนี้กลุ่มหมอต้านพรบ.ตั้งใจล้มกระดานไม่ให้มีพรบ. พร้อมเชียร์ให้รัฐบาลขยายวงเงินตามม.41 ของบัตรทอง ชดเชยความเสียหายให้คนไข้ทุกสิทธิรวมทั้งคนไข้จากรพ.เอกชน  ซึ่งเป็นการเอาเงินภาษีของปชช.ไปรับผิดชอบแทนรพ.เอกชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

การขยายม.41 แก้ปัญหาไม่สะเด็ดน้ำ
1.หากขยายครอบคลุมรพ.เอกชนด้วย ก็เป็นการเอาเงินภาษีปชช.ไปชดเชยให้รพ.เอกชน ถูกต้องไหม?
2.หากขยายชดเชยเฉพาะคนไข้รพ.รัฐ คนไข้รพ.เอกชนก็ต้องไปฟ้องเอาเอง เท่ากับต้องไปเผชิญปัญหาสู้คดีแบบไม่เท่าเทียมกัน, เวชระเบียนถูกแก้ไข, พยานแพทย์หายาก, สู้หมอไม่ได้, สู้ไปก็แพ้, ใช้เวลานานนับ 10 ปี, ปัญหาไม่จบ
3.กำหนดวงเงินชดเชย 1 ล้านบาทเท่ากันทุกกรณี แต่ความเสียหายของแต่ละกรณีไม่เท่ากัน เมื่อไม่เป็นธรรม ปัญหาก็ไม่จบ
4.ไม่มีการนำความผิดพลาดไปพัฒนาระบบป้องกันความเสียหาย
5.เพิ่งมีการเสนอ ต่างจากพรบ.ผ่านกระบวนการต่าง ๆ มาถึง 9 ปี 

พวกเราคนไทยทุกคน  ต้องร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าบนความถูกต้อง ผลักดันร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ  เพื่อประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศ  ท่ามกลางการออกมาต้านของกลุ่มทุนรพ.เอกชนที่คัดค้านสุดตัวเช่นกัน
หมายเหตุ
เว็บไซต์เครือข่าย    :   www.thai-medical-error.blogspot.com
Facebook               :  ปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา (Preeyanan Lorsermvattana)

Doctors’ opposition stalls Thai malpractice bill


The Thai government’s attempt to introduce a bill that would strengthen the rights of medical malpractice victims has stalled, as doctors complain that the law would be unfair to them.
A group representing doctors and other medical workers complained Tuesday that a special government committee to study the issue had a disproportionate amount of backers of the proposed bill. A group of state hospital doctors has already boycotted the committee’s first meeting.
An open letter to Prime Minister Abhisit Vejjajiva from the Federation of Healthcare Workforce of Thailand, which represents doctors, dentists, pharmacists, physiotherapists and others in the field, asked for a “national assembly” on the matter that is “truly representative of all stakeholders.”
Medical practitioners fear the bill would give victims the rights to sue them even after receiving compensation and that the proposed mandatory compensation fund would drain hospitals of valuable resources.
Advocates of the bill say patients seeking compensation for malpractice currently face an arduous process which the bill would shorten, enabling victims to get compensation without going to court.
“Before the government does anything, it must make sure that all citizens’ voices are heard,” said the healthcare federation’s president, Churdchoo Ariyasriwatana. “It’s vital to have input from as many people as possible.”
“A big state hospital would have to foot an additional bill of 10 million baht (about $313,000) a year contributing to the fund,” said Churdchoo, a pediatrician with a government children’s hospital. “If the medical workers find themselves stretched and make mistakes, who would protect them?”
“It’s important that all sides come to a conclusion,” Public Health Minister Jurin Laksanavisit said Monday. “The ministry will be the bridge, facilitating meetings and discussions, for all sides.”
Advocates of the bill are not pleased with the go-slow approach.
“There’s a vacuum now that all talks have stopped,” said Preeyanan Lorsermvattana, who heads the Thai Medical Error Network and has worked for nearly two decades to help victims of malpractice. “I hope the government can withstand pressure from the doctors.”
Associated Press

Extra mediators take on medical cases


Bangkok Post
Published: 17/07/2011 at 12:00 AM


A rising number of complaints over medical malpractice has prompted the Nonthaburi Provincial Court to appoint more mediators in a bid to avert protracted legal battles.
A new batch of 50 mediators will be added to the 90 incumbents and assigned to arbitrate disputes between accusers and defendants at the court, which deals with the country's highest number of medical malpractice cases.
The large workload is due to the court being in the same province as the Public Health Ministry.
When patients who are dissatisfied with state hospital treatment lodge complaints with the ministry, it then forwards their cases to the court.
The court has agreed to promote an "alternative justice system" to cope with the increase in civil and criminal cases, said Montri Silmahabandit, a judge with the Office of Supreme Court President.
Instead of embarking on the time-consuming and often costly process of resolving disputes through court, all parties are now being offered a shortcut with the help of mediators.
The mediation is intended not only to settle disputes but also conclude in such a way that both parties gain something from the experience, rather than being cast as "winners and losers", as tends to be the case in court rulings, said Mr Montri.
The Nonthaburi Provincial Court receives between 40 and 60 medical malpractice cases a year. If all of them are brought to the judges, they will lead to lengthy consideration, which is undesirable given the heavy complaint load.
In the past two months, "we have resolved eight cases, all of which involved long and tiresome court battles," said Nonthaburi Provincial Court chief mediator Prakairat Tanthirawong .
Under the "alternative justice system", a judge will team up with two mediators, one of whom must be medically knowledgeable, to ensure reconciliation efforts are conducted correctly and impartially.
However, although the court's intention to offer a faster route to resolution for patients and hospitals appears sound, doubts over compensation amounts may arise, said Preeyanan Lorsermvattana, the leader of the Network of Victims of Medical Malpractice.
She believed the Public Health Ministry, which oversees state hospitals, will not easily acquiesce to pay victims of medical malpractice.
If it decides to pay compensation, the value is limited by a Finance Ministry regulation to a minimum of 200,000 per case, which may not be acceptable to some patients.
"Usually [the Public Health Ministry] will pay the money after the cases go through three courts," said Ms Preeyanan. "And in most cases, the complainants lose."
But Mr Montri stands firm in his resolve to run the mediation campaign, in which he is appointed as a trainer for prospective mediators.
The campaign, supported by the Office of the Courts of Justice, encourages all courts nationwide to settle as many cases as possible through the mediation.

"วิทยา"ยันรัฐบาลนำร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ เข้าสภาแน่นอน


16/9/2011
จากกรณีที่นางปรียานันท์  ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ เดินทางมาขอเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมตัวแทนเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ประมาณ 10 คน และจะอดข้าวประท้วง เพื่อขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันร่างพรบ.ผู้เสียหายเข้าครม.เพื่อนำเข้าสภาพิจารณาออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ นั้น

บ่ายวันนี้ (16 กันยายน 2554) นายวิทยา บุรณศิริ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังพบกลุ่มเครือข่ายฯ ว่า ได้ยืนยันกฎหมายคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ ที่ภาคประชาชนเสนอ เข้า ครม. ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งคิดว่ากฎหมายฉบับนี้มีความจำเป็น โดยเมื่อกระทรวงสาธารณสุขยืนยันแล้วก็จะส่งเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร บรรจุในระเบียบวาระการประชุมเพื่อดำเนินการตามกระบวนการ พิจารณาออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป  

รมว.สธ.ยืนยันรบ.นำร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ เข้าสภา


จากกรณีที่นางปรียนันท์  ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ เดินทางมาขอเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมตัวแทนเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ประมาณ 10 คน และจะอดข้าวประท้วง เพื่อขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันร่างพรบ.ผู้เสียหายเข้าครม.เพื่อนำเข้าสภาพิจารณาออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ นั้น
บ่ายวันนี้ (16 กันยายน 2554) นายวิทยา บุรณศิริ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังพบกลุ่มเครือข่ายฯ ว่า ได้ยืนยันกฎหมายคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ ที่ภาคประชาชนเสนอ เข้า ครม. ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งคิดว่ากฎหมายฉบับนี้มีความจำเป็น โดยเมื่อกระทรวงสาธารณสุขยืนยันแล้วก็จะส่งเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร บรรจุในระเบียบวาระการประชุมเพื่อดำเนินการตามกระบวนการ พิจารณาออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป  

"วิทยา" ยันเสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ เข้า ครม. 20 ก.ย.นี้

"วิทยา" ยันเสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ เข้า ครม. 20 ก.ย.นี้ ด้านเครือข่ายผู้ป่วยเชื่อใจนักการเมืองมีสัจจะ เลิกอดข้าวประท้วง

นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ พร้อมด้วยเครือข่ายผู้เสียหายกว่า 15 คน เดินทางมายังกระทรวงสาธารณสุขเพื่อปักหลักอดข้าวขอความเมตตาจากนายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในการยืนยันร่าง พ...คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 20 ..นี้ ก่อนที่ร่าง พ...ดังกล่าวจะตกไป โดยเตรียมปักหลักอดข้าวบริเวณใต้โถงอาคาร สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมติดข้อความว่า "วอนท่านรัฐมนตรี พวกเราถึงทางตัน ขอให้ยืนยันร่าง พ...คุ้มครองผู้เสียหายเท่านั้น คือ ทางออก"

นางปรียนันท์ กล่าวว่า เบื้องต้นตนจะอดข้าวเพียงคนเดียว และปักหลักอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุขตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 20 .นี้ คาดว่าภายในระยะเวลา วันนี้ จะมีเครือข่ายผู้เสียหายเดินทางมาสมทบกับตนมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็หวังว่ารัฐบาลน่าจะได้ยินเสียงความทุกข์ของประชาชนบ้าง แต่หากนายวิทยา ไม่ยืนยันร่าง พ...ดังกล่าว ก็จะตกไป การต่อสู้ของเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ที่ดำเนินการมาตลอดระยะเวลา ปีก็จะสูญเปล่า

"เราไม่อยากฟ้องหมอ เพราะมีแต่เจ็บปวดด้วยกันทั้ง ฝ่าย อยากให้รัฐบาลเห็นใจและแก้ปัญหานี้เสียที" นางปรียนันท์ กล่าวและว่า ขณะนี้ เกิดสถานการณ์น้ำท่วม ประชาชนเดือดร้อนกันมาก ของเราก็เดือดร้อนไม่ยิ่งย่อนกว่ากัน มีคนตาย มีคนพิการทุกวัน เพราะฉะนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องไหนยิ่งหย่อนกว่ากัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้น นายวิทยา ได้ลงมาพบและพูดคุยกับทางเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ โดยระบุว่า รัฐมนตรีจะลงนามยืนยันร่าง พ...คุ้มครองผู้เสียหายฯ เสนอเข้า ครม.วันที่ 20 ..นี้ ยืนยันร่างกฎหมายฉบับนี้ก็จะไม่ตก หลังจากนั้น ตามขั้นตอนจึงส่งไปยังสภาต่อไป พร้อมกับร่างกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุข โดยจะมีคณะกรรมการกลั่นกรองกฎหมายพิจารณาหลังจากนี้

นางปรียนันท์ กล่าวว่า เมื่อ รมว.สาธารณสุข รับปากแล้ว พวกเราก็ต้องรับฟัง และให้เกียรติท่าน ไม่อดข้าวขอความเมตตาแล้ว จะกลับบ้านไปก่อน และจะรอดูในวันที่ 20 .นี้ ว่าจะนำร่างกฎหมายเข้า ครม.หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเป็นคนมีสัจจะ เชื่อว่านักการเมืองก็จะมีสัจจะเช่นกัน แต่หาก รมว.สาธารณสุขไม่ทำตามคำพูด พวกเราก็จะมาอดข้าวขอความเมตตาใหม่

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ