ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

ปรียนันท์เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่สุรินทร์

สมาพันธ์แพทย์แจ้งจับปธ.เครือข่ายนำความเท็จไปเผยแพร่
ปธ.เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์เข้ารับทราบข้อกล่าวหานำความเท็จไปเผยแพร่ หลังโพสต์ข้อความสถิติผู้ป่วยจากการแพทย์ไม่ตรงข้อเท็จจริงลง Facebook ปธ.เครือข่ายฯวอนขอความเป็นธรรม หวังพึ่งรัฐบาลใหม่ผลักดัน ร่าง พรบ. คุ้มครองผู้เสียหายทางการแพทย์เพื่อหวังลดความขัดแย้ง- ลดคดีการฟ้องร้อง ด้านผู้ป่วยจากความผิดพลาดกว่า 30 คนมาให้กำลังใจ 
      เมื่อเวลา 09.25 น. ที่ สภ.เมืองสุรินทร์ นางปรียนันท์  ล้อเสริมวัฒนา อายุ 48 ปี  ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ อยู่บ้านเลขที่ 27 ซ.เพชรเกษม 50/1 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ  เดินทางเข้ามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหา ตามหมายเรียก ของ สภ.เมืองสุรินทร์ ตามความอาญาที่ พ.ญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ สมาพันธ์แพทย์ รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไป (สพศท.) แจ้งขอกล่าวหา ว่า   นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ต่อ ร.ต.ต.ยุทธพงษ์ โคขุนทด พงส.(สบ1) พร้อมผู้เสียหายทางการแพทย์ ด.ช.เชาวรินทร์ อ่องประเสริม(น้องแชมป์) วัย 3 ขวบ เด็กสมองพิการ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ตลอดชีวิตพร้อมแม่   สาเหตุจากการที่แม่รับยาไปให้ กินคือ"วาร์ฟาริน"ในการรักษาโรคเส้นเลือดดำอุดตัน ระหว่างการตั้งครรภ์น้องแชมป์ และนางศิริรัตน์ จั่นเพชร(จุ๊)อายุ37 ปี คนไข้จากการรักษาอาการป่วยด้วยโรค SLE  ตั้งแต่ปลายปี 2542  และพิการเดินไม่ได้ พร้อมญาติๆและเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ที่เดินทางมาจาก กทม. เพื่อชูป้ายด้วยข้อความต่างๆเพื่อร้องขอความเป็นธรรม สะท้อนให้สังคมได้รับรู้ชีวิตไม่ใช่ขยะทางการแพทย์ อีกกว่า 30 คน
 
      ทั้งนี้ พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ประธานสมาพันธ์แพทย์ รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไป (สพศท.) และแพทย์ ประจำโรงพยาบาลสุรินทร์ ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับนางนางปรียนันท์  ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ เนื่องจากระบุว่าเป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำของนางปรียนันท์  ล้อเสริมวัฒนา จากการเจตนากระทำการนำข้อมูลอันเป็นเท็จ ว่า มีผู้เสียชีวิตโดย  ไม่สมควรจากการรับบริการทางการแพทย์ถึงปีละ 65,000 คน เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ในเว็บไซต์เฟซบุ๊กและเว็บไซต์ในเครือข่ายอีกหลายแห่ง ทำให้ประชาชนหลงเชื่อในข้อมูลเท็จ  ซึ่งการกระทำของนางปรียนันท์  ล้อเสริมวัฒนา ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อวงการแพทย์ไทย
 
     โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสุรินทร์ ได้ออกหมายเรียกนางปรียนันท์  ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ให้เข้าพบกับ พ.ต.ท.ภูวดล  สุธรรมแปง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี สภ.มืองสุรินทร์ ตามหมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในข้อกล่าวหาว่านำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ลงวันที่ 29 เมษายน 2554 อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พุทธศักราช 2477 มาตรา 52 ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ให้แจ้งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบว่า เมื่อระหว่างวันที่ 10 ก.พ.54  ถึงวันที่ 3 มีนาคม 54  ท่านที่เป็นเจ้าของเว๊ปไซค์ที่ชื่อ http:// 
www.facebook.com / preeyanan.lorsem vattana ได้เอาข้อมูลเท็จไปเผยแพร่ในระบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยข้อมูลเท็จที่ท่านนำไปลง ในเว็ปไซด์มีดังนี้ ผู้ป่วยทุก 1 ใน 6 คนที่เสียชีวิตในโรงพยาบาลเกิดจากความผิดพลาดทางการแพทย์  มีผู้เสียชีวิตจากการผิดพลาดทางการแพทย์ปี 2549 ถึง 65,000 คน ซึ่งมากกว่าการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งอุบัติเหตุและโรคหัวใจ
      และมีรูปภาพกราฟแท่งแสดงสถิติประกอบ รูปภาพพิมพ์เอ็กซเรย์ รูปกรรไกรอยู่ในลำคอของคน และมีข้อความกำกับว่า ผ่าตัดแล้วลืมกรรไกร ระบุอ้างว่าข้อมูลสถิติของผู้เสียชีวิต จากการผิดพลาดทางการแพทย์ปี 2549 เป็นข้อมูลจากกลุ่มภารกิจด้านข้อมูลข่าวสาร และสารสนเทศสุขภาพ  สำนักนโยบายยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข และรายงานในการประชุมองค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ที่กรุงนิวเดลี ในปี 2549
      พญ.ประชุมพร กล่าวว่า ข้อมูลที่แท้จริงคือ ผู้ป่วยที่เสียชีวิตและมีความผิดพลาดทางการแพทย์เป็นเหตุรวม ปี 2549 ตาย 43 คน จากผู้ป่วยใน 6 ล้าน ไม่ใช่จำนวน 65,000 คน  ตามที่มีการนำมาลงอยู่ในเว็ปไซด์ของท่าน และข้อมูลกราฟสถิติ สาเหตุการตายของคนไทยปี 2549 ที่อ้างว่ามาจากข้อมูลด้านภารกิจด้านข้อมูลข่าวสาร และสารสนเทศสุขภาพ  สำนักนโยบายยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข และรายงานในการประชุมองค์การอนามัยโลกภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ที่กรุงนิวเดลี ในปี 2549 ที่จริงแล้วไม่มีการจัดทำข้อมูลดังกล่าว และไม่มีการอนุญาตให้นำข้อมูลไปเผยแพร่ ซึ่งข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในเว็ปไซด์ของท่านเป็นข้อมูลเท็จที่จัดทำขึ้นมาเอง อันทำให้เกิดความเสียหายแก่กลุ่ม คณะแพทย์ และบุคลากรทางสาธารณสุขของประเทศไทย ซึ่งการกระทำของท่านเป็นความผิดฐาน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการอันน่าที่จะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนและเผยแพร่หรือส่งต่อโดยข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ เหตุเกิดที่ รพ.สุรินทร์ และที่อื่นๆที่เว็ปไซด์นี้เผยแพร่ ระหว่างวันที่ 10 ก.พ.54  ถึงวันที่ 3 มีนาคม 2554  
 
     ทั้งนี้หลังจาก นางปรียนันท์  ล้อเสริมวัฒนา เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ เดินทางเข้ามอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหา ตามหมายเรียก ของ สภ.เมืองสุรินทร์ ดังกล่าวแล้ว นางปรียนันท์ฯก็ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ข้อให้การในชั้นพนักงานสอบสวน พร้อมขอสู้คดีในชั้นศาลต่อไป
 
      นางปรียนันท์  ล้อเสริมวัฒนา เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ กล่าวว่า ตนได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่ขอให้การในชั้นพนักงานสอบสวน พร้อมขอสู้คดีในชั้นศาล ซึ่งประชาชนให้ความเห็นอกเห็นใจตน ไม่ใช่ประชาชนทุกคนไม่ชอบเรา และก็มีแพทย์หลายท่านสนับสนุนเรา เพียงแต่ว่าการที่จะลุกขึ้นมาเรียกร้องและแสดงตัวเป็นการยากลำบากในสังคมไทย เรื่องนี้ตนไม่ได้โกรธและเกลียด พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ประธานสมาพันธ์แพทย์ รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไป (สพศท.) และเรื่องนี้ต้องต่อสู้กันอีกนาน เพราะเป็นการต่อสู้เรื่องข้อมูลข่าวสาร ซึ่งข้อมูลที่ พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ นำมาแจ้งความว่าตนเองนำข้อมูลที่เป็นเท็จ จริงแล้วตนเชื่อว่ามีจำนวนมากกว่านี้อีก แต่ว่าประเทศไทยเรายังไม่เคยมีการเปิดเผยว่าสถิติคนไข้ตายโดยป้องกันได้จากการผิดพลาดของการแพทย์  เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ของสังคม และเครือข่ายเราจะยืนหยัดและอดทนต่อสู้เรื่องนี้ต่อไป เพื่อนำไปสู่การผลักดันร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหาย  คนไข้ไทยทุกวันนี้ต่อสู้กับหมอ เหมือนมวยวัดต่อสู้กับแชมป์โลก  เราแทบสู้อำนาจทุกด้านไม่ได้เลย 
 
      นางปรียนันท์  ฯ กล่าวอีกว่า จริงๆแล้ววันนี้ตนจะเดินทางมากับทนายความแค่ 2 คน แต่เพื่อนๆครอบครัวผู้เสียหางทางการแพทย์ ก็เห็นว่าเราเสียสละ ทำงานและไม่เคยเก็บเงินเก็บทองเลย  เราเรียกร้อง พรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย  และไม่สามารถใช้ย้อนหลังกับคดีพวกเราได้ เราเรียกร้องให้สังคม ดังนั้น ตนขอฝากถึงคุณหมอ ถ้าเกิดคิดได้ ก็ไม่ควรจะมากลั่นแกล้งเราอย่างนี้   แต่ถ้าคุณหมอยังยืนยันที่จะฟ้องศาลต่อ  ตนก็จะขอต่อสู้คดีนี้ให้ถึงที่สุด 
     "ขอฝากถึงวงการแพทย์และรัฐบาลชุดใหม่และทุกพรรคการเมืองว่า  ประชาชนในสังกัดทุกพรรคท่าน มีโอกาสที่เป็นคนไข้ และมีโอกาสที่ได้รับความเสียหายแทบทั้งสิ้น  พรบ.นี้จะแก้ปัญหาทั้งต้นเหตุและปลายเหตุไปพร้อมๆกัน ลดความขัดแย้งระหว่างหมอกับคนไข้ ลดคดีการฟ้องร้องระหว่างหมอกับคนไข้ ความผิดผลาดต่างๆจะถูกนำไปพัฒนา ระบบป้องกันความเสียหาย ป้องกันการเกิดเหตุการณ์ซ้ำ ดังนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้  คนทุกคนในสังคมจะได้ประโยชน์  ไม่มีเหตุผลอื่นใดที่คุณหมอจะแต่งชุดดำออกมาประท้วง  ไม่ว่าพรรคไหนได้เข้ามาเป็นรัฐบาลก็ควรขอให้ช่วยกันผลักให้มีผลบังคับใช้ในเร็ววันด้วย"
      ด้านนางศิริรัตน์ จั่นเพชร(จุ๊)อายุ37 ปี คนไข้จากการรักษาอาการป่วยด้วยโรค SLE  ตั้งแต่ปลายปี 2542    กล่าวว่า ตนเป็นโรค เอสแอลอี และต่อมาก็ติดเชื้อ ซึ่งหมอใน รพ.รัฐชื่อดังแห่งหนึ่ง ไม่ตรวจละเอียด และให้กลับบ้านจนช็อกหมดสติ  จึงนำส่ง รพ.พร้อมเอ็กซเรย์ จนพบว่าติดเชื้อหนองที่ไขสันหลัง ซึ่ง รพ.ก็รักษาล่าช้ามาก ข้ามวันข้ามปีกว่าจะผ่าตัด หลังจากผ่าตัดแล้ว พอฟื้นขึ้นมาก็เดินไม่ได้ ควบคุมระบบขับถ่ายไม่ได้ ขอคุยกับหมอที่ผ่าตัด ก็ไม่ให้พบ ขอทราบชื่อก็ไม่บอกชื่อ  ส่วนเวชระเบียน ส่วนสำคัญในการผ่าตัด  เขาก็ดึงออกอ้างว่าหาย   ตนเองต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม  ซึ่งตนก็ฟ้องศาล ศาลปกครองได้ตัดสินให้ชนะคดี และให้จ่ายเงินตน 1 แสนบาท แต่ทาง รพ.ต้นเหตุ ได้ยื่นอุธรณ์ หลังจากนั้นศาลชั้นอุธรณ์ได้ตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นให้ตนแพ้  เพราะว่าเราไม่มีเวชระเบียนที่จะไปพิสูจน์หาข้อเท็จจริงว่าหมอผิดพลาดจริงหรือไม่ ทั้งที่ปัญหาเกิดขึ้นกับตนเองจริงๆ ความพิการก็เห็นชัดเจน แต่ว่า หลังจากฟื้นขึ้นมาขอพบและทราบชื่อหมอที่ผ่าตัด ก็ไม่ยอมบอก ขอทราบชื่อบอกจำไม่ได้ ตนเองรู้สึกว่าฉ้อฉล ทำไมเวชระเบียนเอกสารต้องหายเฉพาะในวันที่ผ่าตัด ทั้งที่ทุกรายละเอียดอื่นอยู่ครบ รายงานเอ็กซเรย์ รายงานการผ่าตัดมันหายไปไหน ทำไมต้องเฉพาะเจาะจงที่หายไปด้วย

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ