ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

ข้อสรุป 12 ประเด็นร่วม..ที่หมอคาใจ

สธ.สรุปแก้ไข 12 ประเด็นร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ
กรุงเทพฯ 15 ต.ค.-ปลัดกระทรวงสาธารณสุขสรุปแก้ไข 12 ประเด็น ในร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข อาทิ แก้ชื่อร่างเป็นร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายและผู้ให้บริการที่ได้รับผลกระทบจากระบบบริการสาธารณสุข แก้ไขนิยาม สัดส่วนกรรมการ และการจ่ายเงินชดเชย รวมทั้งให้ยุติฟ้องร้องอาญา หากทำสัญญาประนีประนอมและได้เงินชดเชยแล้ว ข้อสรุปนี้จะเสนอ รมว.สาธารณสุข  ในวันจันทร์นี้

นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์ในระบบบริการสาธารณสุข เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข โดยมีตัวแทนจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ศิริราชพยาบาล วชิรพยาบาล โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป สภาวิชาชีพต่าง ๆ อาทิ สภาเภสัชกรรม เทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด และสภาการพยาบาล ตัวแทนของภาคประชาชน และเอ็นจีโอ กระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาหารือนาน 7 ชั่วโมง ซึ่งจะมีการรวบรวมข้อมูลผลการประชุมที่ได้ในวันนี้ (15 ต.ค.) เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในวันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2553 โดยจะเสนอในรูปแบบของการหารือร่วม 3 ฝ่าย 1.กลุ่มแพทย์ที่คัดค้าน ขอให้ชะลอร่าง พ.ร.บ.ฯ  2.ข้อเสนอของภาคประชาชน และ 3. ข้อเสนอของกลุ่มแพทย์และภาคประชาชน

นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า จากการหารือร่วมกันระหว่างกลุ่มแพทย์และภาคประชาชนได้ข้อสรุปร่วมกัน มีการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวทั้งสิ้น 12 ประเด็น ได้แก่

1.ชื่อของร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายจากระบบบริการสาธารณสุข ให้เปลี่ยนเป็นร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายและผู้รับบริการที่ได้รับผลกระทบจากระบบบริการสาธารณสุข ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลง

 2.หลักการของกฎหมาย คือ การคุ้มครองผู้เสียหายและผู้รับบริการที่ได้รับผลกระทบจากระบบบริการสาธารณสุข

3.การเปลี่ยนแปลงคำนิยามที่มุ่งเน้นให้ครอบคลุมการช่วยเหลือทั้งผู้เสียหายและผู้ให้บริการที่ได้รับผลกระทบ

4.การปรับแก้ไขมาตรา 6 ในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวใหม่ เรื่องเกี่ยวกับพิสูจน์ถูกผิด ตามหลักมาตรฐานวิชาชีพ โดยให้ตัดคำว่ามาตรฐานวิชาชีพออกไป เพราะในแต่ละพื้นที่อาจมีความสะดวกหรือมาตรฐานที่แตกต่างกัน เช่น โรงพยาบาลในเมืองกับโรงพยาบาลในถิ่นทุรกันดาร

5.คณะกรรมการเสริมสร้างความสมานฉันท์ในระบบฯ ให้เพิ่มผู้แทนของปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะเป็นตัวแทนของโรงเรียนแพทย์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ที่จะเป็นตัวแทนของโรงพยาบาลในสังกัดเหล่าทัพ และให้เพิ่มสัดส่วนของกรรมการในส่วนของกลุ่มแพทย์ เป็นตัวแทน 6 ตำแหน่ง แบ่งเป็นสภาวิชาชีพ 4 ตำแหน่ง ตัวแทนสถานพยาบาล 2 ตำแหน่ง และตัวแทนภาคประชาชน 6 ตำแหน่ง และในสัดส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิให้มีตัวแทนจากด้านสาธารณสุขและภาคสังคมอย่างละ 3 ตำแหน่ง

6.ให้สำนักงานเลขานุการกองทุนในร่าง พ.ร.บ.นี้อยู่ในสังกัดกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

7.การเก็บสมทบเพื่อมาจ่ายเป็นเงินชดเชยให้ผู้เสียหายจะมีความเท่าเทียมกัน โดยในส่วนของโรงพยาบาลรัฐจะหักจากเงินในมาตรา 41 ของ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประกันสังคม และกรมบัญชีกลาง ส่วนโรงพยาบาลเอกชนก็จะมีการเก็บเงินสมทบเท่าเทียมตามอัตรา

8.การพิจารณาการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น จะมีคณะอนุกรรมการพิจารณาที่มีสัดส่วนเท่ากันทั้งตัวแทนของวิชาชีพและภาคประชาชน และมีผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิติศาสตร์ดูแล โดยให้อิงตามแนวทางของมาตรา 41 ใน พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

9.เห็นชอบให้มีการยุติการฟ้องร้องทางอาญา หลังจากทำสัญญาประนีประนอมในกรณีรับเงินชดเชยช่วยเหลือแล้ว

10.ในบทเฉพาะกาล ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุน ในช่วงแรกให้มีคณะกรรมการโดยตำแหน่งเท่านั้น

11.เมื่อมีมาตรการการจ่ายเงินชดเชยช่วยเหลือแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมีระบบการไกล่เกลี่ยเสริมสร้างความสมานฉันท์ และ


12.การพัฒนาความปลอดภัยป้องกันความเสียหายในระบบบริการนั้น ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการจัดทำแผนรายงานเพื่อป้องกันอยู่เสมอ


สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ