ทุกคำถามเกี่ยวกับร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ นพ.วิชัย โชควิวัฒน มีคำตอบ

คำชี้แจง..กรณีแจ้งความดำเนินคดีกับแพทย์และโรงพยาบาล

โดยปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา 
เมื่อ 14 กรกฎาคม 2011 เวลา 0:58 น.

นายขันติพงษ์ บุตรวงษ์ สมาชิกเครือข่ายฯ เป็นบิดาของนางสาววิไลพร บุตรวงษ์ ซึ่งตายพร้อมลูกในท้องขณะคลอด ที่รพ.วชิรพยาบาล กรุงเทพฯ เมื่อวันที่17 มิถุนายน 2552 เข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญา กับแพทย์ผู้ลงนามในหนังสือรับรองการตาย และแพทย์ผู้อำนวยการ ข้อหาร่วมกันทำ/ออกหนังสือรับรองการตายอันเป็นเท็จ และแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จในใบมรณบัตร (ผิดมาตรา 267 และ 269)  

เนื่องจากในหนังสือรับรองการตายและใบมรณบัตร ของนางสาววิไลพรฯ ระบุสาเหตุการตายว่า “ครรภ์เป็นพิษ” ทั้งที่ตลอดระยะเวลาของการฝากครรภ์ รวมทั้งขณะเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและเสียชีวิตในวันเดียวกัน ไม่เคยมีอาการตัวบวม ไม่เคยมีความดันโลหิตสูง และไม่เคยมีโปรตีนไข่ขาวในปัสสาวะ ซึ่งเป็นลักษณะของคนครรภ์เป็นพิษเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งแพทย์ก็ไม่เคยมีการตรวจพบหรือวินิจฉัยโรคว่านางสาววิไลพรฯ ครรภ์เป็นพิษแต่อย่างใด
 
ในความเป็นจริงเด็กในท้องของนางสาววิไลพรฯ ตายเพราะ ”รกลอกตัว”  ซึ่งทางโรงพยาบาลก็วินิจฉัยไม่ได้ตั้งแต่แรกทั้งที่ควรจะวินิจฉัยได้  รวมทั้งนางสาววิไลพรฯ นั้นตายเพราะ “เลือดออกในช่องท้องจำนวนมากเนื่องจากตับฉีกขาด”  ตามผลชัณสูตรของนิติเวชรพ.รามา และนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม

การแจ้งความในวันนี้ ไม่ได้เป็นการแจ้งความเพื่อเอาผิดกับแพทย์ในข้อหาประมาททำคนไข้ตายแต่อย่างใด เนื่องจากได้ฟ้องหน่วยงานต้นสังกัดเป็นคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายไปแล้ว  แต่เป็นการแจ้งความในข้อหาร่วมกันทำ/ออกหนังสือรับรองอันเป็นเท็จ และแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จในใบมรณบัตร

 “หนังสือรับรองการตาย” กับใบ”มรณบัตร” ต่างกันอย่างไร

ปกติเมื่อมีคนไข้ตาย ทางโรงพยาบาลจะออก “หนังสือรับรองการตาย” ซึ่งจะระบุสาเหตุการตาย,ชื่อผู้รักษาก่อนตายและชื่อผู้รับรองการตาย จากนั้นญาติหรืออาจเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล จะนำหนังสือรับรองการตายไปจดทะเบียนคนตายที่สำนักงานเขตเพื่อออก “มรณบัตร” ซึ่งถือเป็นเอกสารทางราชการ

9 ปีของการก่อตั้งเครือข่ายฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมาก กรณีที่มีคนไข้ตายเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า มีการระบุสาเหตุการตายที่เป็นเท็จขัดต่อข้อเท็จจริงจำนวนมาก ใส่โรคให้คนตายทั้งที่ไม่ได้เป็นโรคนั้น ๆ เป็นต้น

ผลเสียของการออกหนังสือรับรองการตายที่เป็นเท็จ
1. ไม่เป็นธรรมต่อคนไข้ที่ตายและญาติในการเรียกร้องสิทธิ

2. ทำให้การจดทะเบียนคนตาย (มรณบัตร) เป็นเท็จไปด้วย

3. วัตถุประสงค์หนึ่งของหนังสือรับรองการตายคือ เพื่อนำไปทำสถิติการตายของประเทศ และใช้ในด้านวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณสุข  เมื่อมีการระบุสาเหตุการตายที่เป็นเท็จ สถิติที่ได้ย่อมไม่ตรงตามความเป็นจริง จะทำให้การแก้ไขปัญหาไม่ถูกโรค

4. ทำให้วงการแพทย์ไทยเสียโอกาสการเรียนรู้จากความผิดพลาด ทำให้คนไข้รายต่อไปตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำ

5. อาจมีผลต่อการทำประกันชีวิต เช่นสมาชิกครอบครัวรายหนึ่งตายจากการให้ยาเกินขนาด แต่ทางโรงพยาบาลระบุสาเหตุการตายว่า “ระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลว” (หัวใจวาย) เมื่อไม่ได้แจ้งประกันว่ามีคนในครอบครัวตายด้วยโรคดังกล่าว ประกันอาจจะไม่จ่ายในอนาคต  แต่หากแจ้งก็อาจจะต้องจ่ายเบี้ยประกันแพงขึ้น เป็นต้น

6. ผิดจริยธรรมทางการแพทย์

7. ผิดกฎหมายอาญา
       มาตรา 267 ผู้ใดแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

       มาตรา 269 ผู้ใดในการประกอบการงานในวิชาแพทย์ กฎหมาย บัญชีหรือวิชาชีพอื่นใด ทำคำรับรองเป็นเอกสารอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 
       ผู้ใดโดยทุจริตใช้หรืออ้างคำรับรองอันเกิดจากการกระทำความผิดตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน

การที่นายขันติพงษ์ บุตรวงษ์ ได้เข้าแจ้งความในวันนี้  ไม่ได้มีจุดประสงค์จะทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องรับโทษจำคุกแต่ประการใด  เพียงเพื่อต้องการให้เป็นคดีตัวอย่าง ให้เป็นบรรทัดฐานต่อสังคม ให้ทุกโรงพยาบาลทำในสิ่งที่ถูกต้อง ระบุสาเหตุการตายในหนังสือรับรองการตายให้ตรงตามความเป็นจริง   ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริงกันอีกต่อไป

สถานการณ์ร่างพรบ.คุ้มครองผู้เสียหายฯ กับรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คลิบวิดีโอเรียกร้องพรบ.คุ้มครองผู้เสียหาย

คลิปสร้างกำลังใจ